"ภาพกลุ่มต้นกล้าต้นหูกวางในเรือนเพาะชำ ใบมีรอยแมลงกัดกินเป็นรูพรุนจำนวนมาก

ต้นหูกวาง

Terminalia catappa

ชื่อสามัญ: หูกวาง, ตาปัง, โคน, ดัดมือ, Indian Almond, Tropical Almond, Sea Almond

วงศ์: Combretaceae (วงศ์สมอ) | ถิ่นกำเนิด: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, อินเดีย, ออสเตรเลียตอนเหนือ

ปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง ช่วยฟอกอากาศ ไม้กลางแจ้ง

การรดน้ำ

รดน้ำน้อย (สัปดาห์ละครั้ง)

แสงแดด

แสงแดดโดยตรง

ระดับความยาก

ง่าย - เหมาะสำหรับมือใหม่

อุณหภูมิ

25-35°C (ทนร้อนได้ดี)

ความสูง

25-35 เมตร

การเจริญเติบโต

เร็ว

ข้อมูลทั่วไป

ต้นหูกวาง (Terminalia catappa) เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่ให้ร่มเงาดีเยี่ยม มีลักษณะเด่นคือทรงพุ่มแผ่กว้างเป็นชั้นๆ คล้ายร่ม ใบใหญ่รูปไข่กลับ เปลี่ยนสีเป็นแดง-ส้มก่อนร่วงหล่น สวยงามมาก เป็นต้นไม้ที่พบได้ทั่วไปในเขตร้อนชื้นของเอเชีย โดยเฉพาะบริเวณชายทะเล

หูกวางเป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย ทนทานต่อสภาพแวดล้อม ทนเค็ม ทนแล้ง เหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้ให้ร่มเงาในสวนสาธารณะ ริมถนน หรือบริเวณบ้านที่มีพื้นที่กว้าง นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ทางยาสมุนไพร และใบแห้งยังเป็นที่นิยมใช้ในการเลี้ยงปลากัด

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ลำต้นและกิ่งก้าน

หูกวางเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 25-35 เมตร ลำต้นตรง เปลือกสีน้ำตาลเทา แตกเป็นร่อง กิ่งก้านแผ่ออกเป็นชั้นๆ ในแนวราบ ทำให้ทรงพุ่มมีลักษณะเป็นชั้นคล้ายร่มหลายชั้นซ้อนกัน

ใบ

ใบหูกวางเป็นใบเดี่ยว รูปไข่กลับ ขนาดใหญ่ กว้าง 10-15 ซม. ยาว 20-30 ซม. ปลายใบมน โคนใบสอบแคบ ขอบใบเรียบ ผิวใบเกลี้ยงเป็นมัน ใบอ่อนสีเขียวอ่อน ใบแก่สีเขียวเข้ม ก่อนร่วงใบจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม และแดง สวยงามมาก

ดอก

ดอกหูกวางออกเป็นช่อยาว ดอกมีขนาดเล็ก สีขาวนวล มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ดอกแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน โดยดอกเพศผู้อยู่ปลายช่อ ดอกเพศเมียอยู่โคนช่อ

ผล

ผลหูกวางมีลักษณะรูปไข่แบน คล้ายหูกวาง จึงเป็นที่มาของชื่อ ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือแดง ขนาดผลกว้าง 3-5 ซม. ยาว 5-7 ซม. เนื้อผลบาง รับประทานได้ มีรสหวานอมฝาด ภายในมีเมล็ดแข็ง 1 เมล็ด เมล็ดกินได้ มีรสมันคล้ายอัลมอนด์

ถิ่นกำเนิดและการแพร่กระจาย

หูกวางมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของเอเชีย ตั้งแต่อินเดีย พม่า ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไปจนถึงออสเตรเลียตอนเหนือ พบขึ้นตามชายหาด ริมทะเล และป่าชายเลน เนื่องจากทนเค็มได้ดี

ปัจจุบันหูกวางแพร่กระจายไปทั่วโลกในเขตร้อน รวมถึงแอฟริกา อเมริกากลาง และหมู่เกาะแปซิฟิก เพราะเป็นต้นไม้ที่ปลูกง่ายและให้ร่มเงาดี

การปลูกและการดูแล

การเลือกพื้นที่ปลูก

  • พื้นที่กว้าง เพราะหูกวางเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่
  • ได้รับแสงแดดเต็มที่ อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน
  • ห่างจากอาคารและสายไฟอย่างน้อย 10 เมตร
  • ดินร่วน ระบายน้ำดี หรือดินทราย

การปลูก

  1. ขุดหลุมขนาดกว้าง 50 ซม. ลึก 50 ซม.
  2. ผสมดินปลูกกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก อัตราส่วน 2:1
  3. วางต้นกล้าลงหลุม กลบดินให้แน่น
  4. ปักไม้ค้ำยัน ป้องกันลมพัดโยก
  5. รดน้ำให้ชุ่ม คลุมโคนด้วยฟางหรือใบไม้แห้ง

การรดน้ำ

หูกวางต้นเล็กต้องการน้ำสม่ำเสมอ รดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง จนกว่าต้นจะตั้งตัวได้ (ประมาณ 3-6 เดือน) หลังจากนั้นหูกวางทนแล้งได้ดี รดน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอ ในช่วงหน้าแล้งอาจรดน้ำบ้างเพื่อช่วยให้ต้นสมบูรณ์

การใส่ปุ๋ย

  • ต้นเล็ก (0-2 ปี): ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 ทุก 2-3 เดือน อัตรา 100-200 กรัมต่อต้น
  • ต้นใหญ่ (3 ปีขึ้นไป): ใส่ปุ๋ยปีละ 2 ครั้ง ช่วงต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝน อัตรา 0.5-1 กก.ต่อต้น
  • เสริมด้วยปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมักปีละครั้ง

การตัดแต่งกิ่ง

หูกวางไม่จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่งบ่อย เพราะทรงพุ่มสวยงามตามธรรมชาติ แต่อาจตัดแต่งเพื่อ:

  • กำจัดกิ่งแห้ง กิ่งเป็นโรค
  • ควบคุมความสูง (ถ้าต้องการ)
  • เปิดทรงพุ่มให้โปร่ง
  • ตัดกิ่งที่ยื่นเกะกะหรือกีดขวางทางเดิน

ประโยชน์ของต้นหูกวาง

1. ให้ร่มเงา

หูกวางเป็นต้นไม้ให้ร่มเงาที่ดีเยี่ยม ทรงพุ่มแผ่กว้างเป็นชั้นๆ บังแสงแดดได้ดี เหมาะปลูกในสวนสาธารณะ โรงเรียน วัด หรือริมถนน

2. ประโยชน์ทางยา

  • ใบ: ต้มน้ำดื่มแก้ท้องร่วง บิด
  • เปลือก: ต้มน้ำดื่มแก้ไข้ บรรเทาอาการเจ็บคอ
  • ผล: แก้ไอ ขับเสมหะ

3. ใบหูกวางในการเลี้ยงปลา

ใบหูกวางแห้งเป็นที่นิยมมากในวงการเลี้ยงปลากัด ปลาสวยงาม และกุ้ง เพราะ:

  • ปล่อยสารแทนนินลงน้ำ ช่วยต้านแบคทีเรียและเชื้อรา
  • ปรับสภาพน้ำให้เป็นกรดอ่อนๆ คล้ายธรรมชาติ
  • ช่วยให้ปลามีสีสดขึ้น
  • ลดความเครียดของปลา

4. เมล็ดกินได้

เมล็ดหูกวางกินได้ มีรสมันคล้ายอัลมอนด์ อุดมไปด้วยน้ำมันและโปรตีน ในบางประเทศนิยมนำมาคั่วรับประทานเป็นของว่าง

5. สีย้อมผ้า

ใบและเปลือกหูกวางใช้ย้อมผ้าได้ ให้สีน้ำตาลถึงดำ เป็นสีธรรมชาติที่ปลอดภัย

โรคและแมลงศัตรูพืช

หูกวางเป็นต้นไม้ที่ทนทานต่อโรคและแมลง แต่อาจพบปัญหาบ้าง:

โรคที่พบบ่อย

  • โรคราแป้ง: พบจุดขาวบนใบ แก้โดยตัดใบทิ้ง ฉีดพ่นสารกำจัดเชื้อรา
  • โรคใบจุด: พบจุดสีน้ำตาลบนใบ มักเกิดในช่วงที่มีความชื้นสูง

แมลงศัตรูพืช

  • หนอนกินใบ: พบหนอนกัดกินใบ เก็บทำลายหรือฉีดพ่นสารกำจัดแมลง
  • เพลี้ย: ดูดกินน้ำเลี้ยง ฉีดพ่นน้ำแรงๆ หรือใช้สารกำจัดเพลี้ย

การขยายพันธุ์

การเพาะเมล็ด (แนะนำ)

  1. เก็บผลสุกจากต้น แกะเอาเมล็ดออก
  2. ล้างเมล็ดให้สะอาด ตากให้แห้ง 1-2 วัน
  3. แช่เมล็ดในน้ำอุ่น 24 ชั่วโมง ช่วยให้งอกเร็วขึ้น
  4. เพาะในถุงดำหรือกระบะเพาะ ใช้ดินผสมทรายอัตรา 1:1
  5. รดน้ำให้ชุ่ม วางในที่ร่มรำไร
  6. เมล็ดจะงอกใน 2-4 สัปดาห์
  7. ย้ายปลูกเมื่อต้นกล้าสูงประมาณ 30-50 ซม.

การตอนกิ่ง

สามารถตอนกิ่งได้ แต่ไม่ค่อยนิยมเพราะเมล็ดงอกง่ายกว่า เลือกกิ่งขนาดนิ้วโป้ง ควั่นเปลือก พอกด้วยขุยมะพร้าว หุ้มพลาสติก รอรากออก 2-3 เดือน

ข้อควรระวัง

  • ต้องการพื้นที่กว้าง: หูกวางเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ ไม่เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด
  • รากลึกและแผ่กว้าง: อาจทำลายพื้นผิวถนนหรือฐานรากอาคาร ควรปลูกห่างจากสิ่งปลูกสร้างอย่างน้อย 10 เมตร
  • ใบร่วงมาก: ในช่วงเปลี่ยนฤดู หูกวางจะทิ้งใบมาก ต้องทำความสะอาดบ่อย
  • ผลร่วง: ผลหูกวางเมื่อสุกจะร่วง อาจสร้างความสกปรก

สรุป

ต้นหูกวางเป็นไม้ยืนต้นที่มีความสวยงาม ให้ร่มเงาดี ปลูกง่ายและดูแลน้อย เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่กว้าง เช่น สวนสาธารณะ โรงเรียน วัด หรือบ้านที่มีสนามใหญ่ นอกจากความสวยงามแล้ว หูกวางยังมีประโยชน์หลากหลาย ทั้งทางยาสมุนไพร ใบแห้งใช้เลี้ยงปลา และเมล็ดที่รับประทานได้ หากคุณกำลังมองหาต้นไม้ให้ร่มเงาที่ทนทานและดูแลง่าย หูกวางเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมครับ

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

+ ต้นหูกวางปลูกกี่ปีถึงจะโต?

หูกวางเติบโตค่อนข้างเร็ว ประมาณ 3-5 ปี จะสูง 5-8 เมตร และเริ่มให้ร่มเงาได้ดี เมื่ออายุ 10 ปีขึ้นไปจะมีทรงพุ่มสวยงามเป็นชั้นๆ อย่างชัดเจน

+ ใบหูกวางใช้เลี้ยงปลาอย่างไร?

ใช้ใบแห้งสีน้ำตาล ล้างสะอาด ใส่ลงในตู้ปลา 1-2 ใบต่อน้ำ 10 ลิตร ใบจะปล่อยสารแทนนินช่วยต้านเชื้อโรค ปรับ pH น้ำ และทำให้ปลามีสีสดขึ้น เปลี่ยนใบใหม่ทุก 2-4 สัปดาห์

+ หูกวางปลูกในกระถางได้ไหม?

ไม่แนะนำครับ เพราะหูกวางเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ต้องการพื้นที่กว้างสำหรับรากแผ่ การปลูกในกระถางจะทำให้ต้นแคระแกร็น ไม่สวยงาม และอายุสั้น

+ เมล็ดหูกวางกินได้จริงไหม?

ได้ครับ เมล็ดหูกวางกินได้และอร่อยมาก มีรสมันคล้ายอัลมอนด์ นิยมนำมาคั่วหรืออบรับประทานเป็นของว่าง อุดมไปด้วยน้ำมันและโปรตีน

+ ทำไมใบหูกวางเปลี่ยนเป็นสีแดงก่อนร่วง?

เป็นกลไกธรรมชาติครับ ก่อนใบร่วง ต้นจะดึงสารคลอโรฟิลล์ (สีเขียว) กลับไป ทำให้เห็นสีแดง ส้ม หรือเหลือง ที่ซ่อนอยู่ในใบ เป็นช่วงที่ต้นหูกวางสวยงามมาก

คู่มือการดูแล

💧 การรดน้ำ

รดน้ำน้อย สัปดาห์ละครั้ง รอให้ดินแห้งสนิทก่อนรดน้ำครั้งต่อไป

☀️ แสงแดด

ต้องการแสงแดดโดยตรง วางกลางแจ้งหรือหน้าต่างที่ได้รับแสงแดดเต็มที่

🌱 ดินที่เหมาะสม

ดินร่วน ดินทราย ระบายน้ำดี ทนดินเค็มได้

🌡️ อุณหภูมิ

25-35°C (ทนร้อนได้ดี)

💨 ความชื้น

ความชื้นปานกลาง (40-60%) เหมาะกับพืชทั่วไป

🌾 การให้ปุ๋ย

ปุ๋ย 15-15-15 หรือ 16-16-16 ปีละ 2 ครั้ง ช่วงต้นและปลายฤดูฝน

✂️ การตัดแต่ง

ตัดแต่งกิ่งแห้ง กิ่งเป็นโรค ปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อจำเป็น ไม่ต้องตัดแต่งบ่อยเพราะทรงพุ่มสวยตามธรรมชาติ

🪴 การย้ายกระถาง

ไม่จำเป็น เป็นไม้ปลูกลงดิน

🌱 การขยายพันธุ์

เพาะเมล็ด (แนะนำ) งอกง่าย 2-4 สัปดาห์ / ตอนกิ่ง

ปัญหาที่พบบ่อย

ใบร่วงมากในช่วงเปลี่ยนฤดู

สาเหตุ: เป็นธรรมชาติของหูกวาง จะทิ้งใบเก่าและแตกใบใหม่

วิธีแก้: ไม่ต้องกังวล เก็บใบทำปุ๋ยหมักหรือใช้เลี้ยงปลาได้

หนอนกินใบ

สาเหตุ: หนอนผีเสื้อหลายชนิดชอบกินใบหูกวาง

วิธีแก้: เก็บหนอนทำลาย หรือฉีดพ่นสารกำจัดแมลงชีวภาพ เช่น Bt

รากทำลายพื้นผิว

สาเหตุ: รากหูกวางแผ่กว้างและแข็งแรง อาจดันพื้นซีเมนต์หรือถนนแตก

วิธีแก้: ปลูกห่างจากสิ่งปลูกสร้างอย่างน้อย 10 เมตร

✨ คุณสมบัติพิเศษ

ทรงพุ่มเป็นชั้นสวยงาม ใบเปลี่ยนสีแดง-ส้มก่อนร่วง ทนเค็ม ทนแล้ง ใบใช้เลี้ยงปลากัดได้

ดอกและผล

🌸 ฤดูออกดอก:

กุมภาพันธ์ - เมษายน

🎨 สีดอก:

ขาวนวล

📏 ขนาดดอก:

เล็ก (< 2 ซม.)

🍎 ผล:

✅ มีผล - กินได้

ข้อมูลการซื้อขาย

💵 ราคาตลาด:

50-500 บาท (ขึ้นกับขนาด)

💎 ความหายาก:

ทั่วไป

🛒 หาซื้อได้ที่:

ร้านต้นไม้ทั่วไป, ตลาดนัดต้นไม้, ออนไลน์

ตารางการดูแล

💧 รดน้ำ:

ต้นเล็ก: วันละ 1-2 ครั้ง / ต้นใหญ่: สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือเมื่อดินแห้ง

🌾 ใส่ปุ๋ย:

ปีละ 2 ครั้ง ช่วงต้นฤดูฝน (พ.ค.) และปลายฤดูฝน (ต.ค.)

⏱️ อายุขัย:

50-100 ปี

สภาพแวดล้อม

🏠 เหมาะกับ:

ปลูกกลางแจ้งเท่านั้น

💪 ความทนทาน:

☀️ ทนแล้ง

ประโยชน์

💊 ทางยา:

ใบต้มน้ำดื่มแก้ท้องร่วง เปลือกต้มดื่มแก้ไข้ เจ็บคอ ผลแก้ไอขับเสมหะ

🍽️ อาหาร:

เมล็ดกินได้ รสมันคล้ายอัลมอนด์ นิยมคั่วรับประทานเป็นของว่าง

เครื่องมือ

เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกพืชนี้

เข้าสู่ระบบ

พืชที่เกี่ยวข้อง

ยังไม่มีพืชที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็นและคำถาม