การปักชำ เป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่คนปลูกต้นไม้ ด้วยความง่าย ประหยัด และได้ต้นไม้ใหม่ที่มีลักษณะเหมือนต้นแม่ทุกประการ ไม่ว่าคุณจะอยากเพิ่มจำนวนไม้ประดับ ขยายพันธุ์ไม้ผล หรือแบ่งปันต้นไม้ให้เพื่อนบ้าน บทความนี้จะพาคุณเรียนรู้ทุกขั้นตอนของการปักชำอย่างละเอียด ตั้งแต่การเลือกกิ่ง การเตรียมวัสดุ ไปจนถึงการดูแลหลังปักชำ
การปักชำคืออะไร?
การปักชำ คือการนำส่วนต่างๆ ของพืช ได้แก่ กิ่ง ใบ หรือราก มาปลูกในวัสดุปลูกหรือน้ำที่เหมาะสม เพื่อให้ส่วนนั้นเกิดรากและพัฒนาเป็นพืชต้นใหม่ วิธีนี้เป็นการขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ (Vegetative Propagation) ทำให้ต้นใหม่ที่ได้มีพันธุกรรมเหมือนต้นแม่ทุกประการ ต่างจากการเพาะเมล็ดที่อาจได้ลักษณะแตกต่างจากต้นแม่
ข้อดีของการปักชำ
การปักชำมีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นวิธียอดนิยม:
- ขยายพันธุ์ได้ปริมาณมากในคราวเดียว
- ทำได้ง่าย ไม่ต้องอาศัยเทคนิคซับซ้อน
- ต้นใหม่เจริญเติบโตเร็ว ใช้เวลาน้อยกว่าการเพาะเมล็ด
- ได้ต้นที่มีลักษณะเหมือนต้นแม่ทุกประการ
- ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องซื้อต้นกล้าใหม่
ประเภทของการปักชำ

การปักชำแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ตามส่วนของพืชที่นำมาใช้:
1. การปักชำกิ่ง (Stem Cutting)
เป็นวิธีที่นิยมที่สุด เพราะทำง่ายและได้ผลดี แบ่งย่อยตามอายุของกิ่งได้ 3 แบบ:
การปักชำกิ่งแก่ (Hardwood Cutting) ใช้กับไม้พลัดใบ กิ่งมีลักษณะสมบูรณ์ เปลือกสีน้ำตาล ไม่มีใบ ตัดยาว 15-20 ซม.
การปักชำกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน (Semi-hardwood Cutting) ใช้กับไม้เนื้อแข็งที่ไม่พลัดใบ กิ่งอวบ สีเขียวปนน้ำตาล อาจมีใบติด 2-3 ใบ
การปักชำกิ่งอ่อน (Softwood Cutting) ใช้กับไม้ดอกไม้ประดับ กิ่งอ่อนที่ยังเขียวสด อาจมียอดและใบติด ตัดยาว 5-10 ซม.
2. การปักชำใบ (Leaf Cutting)
เหมาะกับพืชบางชนิดที่สามารถสร้างต้นใหม่จากใบได้ มี 3 วิธี:
การปักชำแผ่นใบ: ตัดใบเป็นท่อน วางบนวัสดุปักชำ เหมาะกับซานเซเวียเรีย (ลิ้นมังกร)
การปักชำใบที่มีก้านใบ: ตัดใบพร้อมก้านยาว 1 นิ้ว ปักลงในวัสดุ เหมาะกับอัฟริกันไวโอเล็ต กล็อกซีเนีย
การปักชำใบที่มีตาติด: ตัดใบพร้อมตาข้าง เหมาะกับเบโกเนีย
ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปักชำ
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการปักชำคือ ต้นฤดูฝน (พฤษภาคม-มิถุนายน) เนื่องจากอากาศมีความชื้นสูง พืชไม่เครียดจากการขาดน้ำ และอุณหภูมิไม่ร้อนจัด อย่างไรก็ตาม หากมีการควบคุมสภาพแวดล้อมที่ดี สามารถปักชำได้ตลอดทั้งปี
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

ก่อนเริ่มปักชำ ต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ดังนี้:
- กรรไกรตัดกิ่ง หรือมีดคม สะอาด ผ่านการฆ่าเชื้อ
- วัสดุปักชำ เช่น ขี้เถ้าแกลบ ทรายหยาบ ขุยมะพร้าว
- กระบะเพาะ หรือกระถางขนาดเล็ก มีรูระบายน้ำ
- น้ำยาเร่งราก (ถ้ามี) ช่วยให้รากงอกเร็วขึ้น
- ฝาครอบพลาสติก หรือถุงพลาสติกใส เพื่อรักษาความชื้น
- แอลกอฮอล์ 70% สำหรับฆ่าเชื้อเครื่องมือ
ขั้นตอนการปักชำกิ่ง
1
เลือกกิ่งที่เหมาะสม
เลือกกิ่งที่แข็งแรง สมบูรณ์ ไม่เป็นโรค ไม่มีแมลงรบกวน สำหรับกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน ควรเลือกกิ่งที่มีสีเขียวปนน้ำตาล ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป เปลือกด้านนอกดูเขียว สามารถออกรากได้ง่าย
2
ตัดกิ่งให้ถูกวิธี

ใช้กรรไกรคมและสะอาดตัดกิ่งยาว 15-20 ซม. (กิ่งแก่) หรือ 5-10 ซม. (กิ่งอ่อน) ตัดส่วนโคนกิ่งเป็นรูปปากฉลาม เฉียงทำมุม 45-60 องศา ใต้ข้อห่าง 1-1.5 ซม. การตัดเฉียงช่วยเพิ่มพื้นที่สัมผัสกับวัสดุปลูกและน้ำ ทำให้ดูดซึมได้ดีขึ้น
3
เตรียมกิ่งก่อนปักชำ

ลิดใบส่วนล่างออก เหลือใบบนสุด 2-3 ใบ หากใบใหญ่ให้ตัดใบออกครึ่งหนึ่งเพื่อลดการคายน้ำ จุ่มปลายกิ่งในน้ำยาเร่งราก (ถ้ามี) แช่ 20-30 นาที หรือจุ่มในผงเร่งรากแล้วเคาะส่วนเกินออก
4
เตรียมวัสดุปักชำ

ผสมวัสดุปักชำ สูตรมาตรฐานคือ ดินร่วน : ขุยมะพร้าว : ทรายหยาบ อัตราส่วน 1:1:1 หรือใช้ขี้เถ้าแกลบล้วน (แช่น้ำ 3 วันก่อนใช้เพื่อลดความเป็นด่าง) ใส่วัสดุลงในกระบะหรือกระถาง กดให้แน่นพอประมาณ
5
ปักชำกิ่ง


ใช้ไม้เจาะรูในวัสดุปักชำก่อน แล้วค่อยปักกิ่งลงไป เพื่อไม่ให้ผงเร่งรากหลุด ปักลึกประมาณ 1/3 ถึง 1/2 ของความยาวกิ่ง กดวัสดุรอบโคนกิ่งให้แน่น หากปักหลายกิ่ง ให้เว้นระยะห่างพอให้ใบไม่ชนกัน
6
รดน้ำและดูแล
รดน้ำให้ชุ่มทันทีหลังปักชำ อาจผสมสารป้องกันเชื้อราในน้ำรด ครอบด้วยพลาสติกใสหรือขวดพลาสติกตัดครึ่งเพื่อรักษาความชื้น วางในที่ร่มรำไร ได้แสงสว่างทางอ้อม ไม่โดนแดดจัด
7
รอรากงอกและย้ายปลูก
ภายใน 20-45 วัน กิ่งจะเริ่มออกราก (ขึ้นอยู่กับชนิดพืช) สังเกตได้จากใบใหม่เริ่มแตก หรือดึงกิ่งเบาๆ แล้วรู้สึกว่ามีแรงต้าน เมื่อรากแข็งแรงดีแล้ว ค่อยๆ ย้ายปลูกลงกระถางหรือแปลงปลูก
น้ำยาเร่งราก ตัวช่วยสำคัญ
น้ำยาเร่งราก หรือ ฮอร์โมนเร่งราก มีส่วนผสมหลักเป็นฮอร์โมนพืชกลุ่มออกซิน โดยเฉพาะ IBA (Indole-3-butyric acid) และ NAA (Naphthaleneacetic acid) ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เซลล์บริเวณโคนกิ่งแบ่งตัวและสร้างรากใหม่
ตามธรรมชาติ กิ่งปักชำใช้เวลา 30-45 วันจึงจะออกราก แต่ถ้าใช้น้ำยาเร่งราก จะช่วยลดเวลาเหลือเพียง 20-30 วัน และยังเพิ่มอัตราการรอดตายอีกด้วย
ประเภทของน้ำยาเร่งราก
แบบผง: จุ่มปลายกิ่งที่เปียกลงในผง เคาะส่วนเกินออก แล้วปักชำ เหมาะกับไม้เนื้อแข็ง
แบบน้ำ: แช่กิ่งในสารละลาย 20-30 นาที เหมาะกับไม้ดอกไม้ประดับ
สูตรน้ำยาเร่งรากธรรมชาติ
สำหรับผู้ที่ต้องการทำเอง สามารถใช้สูตรนี้ได้:
- น้ำสะอาด 1 ลิตร
- กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ (มีสารไคโตซานจากเปลือกกุ้ง)
- น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
- ผงชูรส 1 ช้อนชา (มีกรดกลูตามิก)
ผสมให้ละลายเข้ากัน แช่กิ่งปักชำ 30 นาที ก่อนนำไปปักชำ
การปักชำในน้ำ
สำหรับพืชบางชนิด เช่น พลู โพทอส มอนสเตอร่า สามารถปักชำในน้ำได้โดยตรง วิธีนี้ง่ายมากและเห็นรากชัดเจน
วิธีทำ: ตัดกิ่งให้มีข้ออย่างน้อย 2 ข้อ ลิดใบล่างออก แช่ในน้ำสะอาดให้ข้อจมอยู่ในน้ำ เปลี่ยนน้ำทุก 2-3 วัน วางในที่ร่มรำไร รอจนรากยาว 3-5 ซม. จึงย้ายปลูกลงดิน
พืชที่เหมาะกับการปักชำ
พืชแต่ละชนิดมีความยากง่ายในการปักชำต่างกัน:
ปักชำง่าย (อัตรารอด 80-100%)
พลูด่าง โพทอส มอนสเตอร่า ฟิโลเดนดรอน เศรษฐีเรือนใน ชะอม สะระแหน่ โหระพา กะเพรา ชบา เฟื่องฟ้า
ปักชำปานกลาง (อัตรารอด 50-80%)
กุหลาบ มะลิ มะนาว ส้ม โมก พุด ชวนชม ลีลาวดี
ปักชำยาก (อัตรารอด ต่ำกว่า 50%)
มะม่วง ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่ (ควรใช้วิธีตอนกิ่งแทน)
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้กรรไกรไม่คม: ทำให้รอยตัดช้ำ เชื้อโรคเข้าง่าย
- ไม่ฆ่าเชื้อเครื่องมือ: อาจนำเชื้อราจากกิ่งหนึ่งสู่อีกกิ่ง
- วางแดดจัด: กิ่งเหี่ยวและตายก่อนออกราก
- รดน้ำมากเกินไป: โคนกิ่งเน่าก่อนออกราก
- รดน้ำน้อยเกินไป: กิ่งแห้งเหี่ยว
- ใช้น้ำยาเร่งรากเข้มข้นเกินไป: ทำให้กิ่งไหม้และตาย
- เปิดฝาครอบบ่อยเกินไป: ความชื้นลดลง กิ่งเหี่ยว
การดูแลหลังปักชำ
หลังจากปักชำแล้ว การดูแลที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ:
- รดน้ำ: รักษาความชื้นสม่ำเสมอ อย่าให้แฉะหรือแห้งเกินไป
- แสง: วางในที่ร่มรำไร ได้แสงสว่างแต่ไม่โดนแดดจัด
- อุณหภูมิ: 25-30°C เหมาะสมที่สุด
- ความชื้น: รักษาความชื้นสูงโดยครอบพลาสติก เปิดระบายอากาศวันละ 1-2 ครั้ง
- ป้องกันโรค: หากเห็นราขาวหรือกิ่งเน่า ให้ถอนทิ้งทันที
สัญญาณที่บอกว่าปักชำสำเร็จ
หลังจากผ่านไป 2-6 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับชนิดพืช) ให้สังเกตสัญญาณเหล่านี้:
- มีใบใหม่แตกออกมา
- ใบเขียวสด ไม่เหี่ยว
- ดึงกิ่งเบาๆ แล้วรู้สึกมีแรงต้าน (มีรากยึดแล้ว)
- มองเห็นรากสีขาวโผล่จากรูระบายน้ำ
การย้ายปลูกหลังออกราก
เมื่อรากแข็งแรงดีแล้ว (ยาว 3-5 ซม.) ให้ค่อยๆ ปรับตัวก่อนย้ายปลูก:
- ค่อยๆ เปิดฝาครอบ เพิ่มการระบายอากาศทีละน้อย
- ย้ายไปวางในที่ที่แสงมากขึ้นเรื่อยๆ
- เมื่อปรับตัวได้ประมาณ 1 สัปดาห์ จึงย้ายลงกระถางหรือแปลงปลูก
- ใช้ดินปลูกที่ร่วนซุย ระบายน้ำดี
- รดน้ำให้ชุ่ม วางในที่ร่มรำไรอีก 1 สัปดาห์ก่อนย้ายไปวางแดด
บทสรุป
การปักชำเป็นวิธีขยายพันธุ์พืชที่ง่าย ประหยัด และได้ผลดี เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และผู้มีประสบการณ์ สิ่งสำคัญคือการเลือกกิ่งที่แข็งแรง ใช้เครื่องมือที่สะอาด เตรียมวัสดุปักชำที่เหมาะสม และดูแลความชื้นอย่างสม่ำเสมอ หากทำตามขั้นตอนที่แนะนำ คุณจะสามารถขยายพันธุ์ต้นไม้โปรดได้อย่างสำเร็จ
อ้างอิง:
- บ้านและสวน. การปักชำต้นไม้ทำอย่างไรให้ได้ผล
- SGE Thailand. การปักชำ ขยายพันธุ์พืชง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้
- สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.). การปักชำกิ่ง
- KUBOTA Agri Solutions. การปักชำไม้ใบ
❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
การปักชำกับการตอนกิ่งต่างกันอย่างไร?
การปักชำคือการตัดกิ่งออกมาแล้วปักลงวัสดุให้ออกราก ส่วนการตอนกิ่งคือการทำให้กิ่งออกรากขณะที่ยังติดอยู่กับต้นแม่ การตอนเหมาะกับไม้ผลที่ออกรากยาก เช่น มะม่วง ทุเรียน
ปักชำกี่วันถึงจะออกราก?
โดยทั่วไปใช้เวลา 20-45 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดพืชและสภาพแวดล้อม หากใช้น้ำยาเร่งรากจะช่วยลดเวลาลงได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์
น้ำยาเร่งรากจำเป็นไหม?
ไม่จำเป็นสำหรับพืชที่ออกรากง่าย เช่น พลูด่าง โพทอส แต่แนะนำให้ใช้กับพืชที่ออกรากยาก เช่น กุหลาบ ชวนชม เพื่อเพิ่มอัตราการรอดและเร่งการออกราก
ทำไมกิ่งปักชำถึงเน่า?
สาเหตุหลักคือความชื้นมากเกินไป วัสดุปักชำระบายน้ำไม่ดี หรือใช้กรรไกรไม่สะอาดทำให้เชื้อราเข้า แก้ไขโดยใช้วัสดุร่วนซุย รดน้ำพอชื้น และฆ่าเชื้อเครื่องมือก่อนใช้
ต้นไม้อะไรปักชำง่ายที่สุด?
พืชในตระกูล Araceae เช่น พลูด่าง โพทอส มอนสเตอร่า ฟิโลเดนดรอน ปักชำง่ายมาก แค่ตัดกิ่งแช่น้ำก็ออกรากได้ นอกจากนี้ยังมีชะอม สะระแหน่ โหระพา ที่ปักชำง่ายเช่นกัน

