ต้นใบต่อก้าน
Evolvulus alsinoides (L.) L.
ชื่อสามัญ: ต้นใบต่อก้าน, Slender Dwarf Morning-glory, Dwarf Morning Glory
วงศ์: Convolvulaceae | ถิ่นกำเนิด: เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
การรดน้ำ
น้อย — รดเมื่อดินแห้งทั้งกระถาง
แสงแดด
แสงแดดโดยตรง
ระดับความยาก
ง่าย - เหมาะสำหรับมือใหม่
ความสูง
ต้นเตี้ย ทอดเลื้อยหรือเอนตั้ง (กิ่งยาว 10-40 ซม.)
การเจริญเติบโต
เร็ว
สรุปสั้น (TL;DR)
อ่าน 30 วินาที- ต้นใบต่อก้าน (*Evolvulus alsinoides*) ไม้ล้มลุกวงศ์ผักบุ้ง พืชพื้นเมืองไทย ลำต้นทอดเลื้อย ดอกม่วงอมฟ้า 7-10 มม. ชูบนก้านเรียวยาว
- 🌱 นิยมปลูกเป็นไม้คลุมดินและกระถางห้อย ชอบแดดจัด ใช้น้ำน้อย และดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำดี
- 🌅 ดอกบานช่วงเช้า หุบบ่ายถึงเย็นและวันฟ้าครึ้ม — ไม่เห็นดอกตอนเย็นไม่ใช่ต้นป่วย
- 🔍 ดูที่ดอกเป็นหลัก อย่าดูแค่ใบ — ใบของใบต่อก้านมีตั้งแต่เรียวยาวถึงค่อนข้างกลม · ชื่อฟ้าประดิษฐ์ในไทยใช้เรียกพืชอีก 2 ชนิด · ใบต่างเหรียญดอกสีขาว
- 🌿 ขยายพันธุ์ง่ายสุดด้วยปักชำกิ่ง · เมล็ดมีการพักตัว ต้องกระตุ้นก่อนจึงงอก
- 🐾 ความเป็นพิษต่อคนและสัตว์เลี้ยง: ยังไม่พบข้อมูลยืนยัน — ไม่มีรายการใน ASPCA และ Pet Poison Helpline
- 💰 ราคาราว 120 บาท (กระถาง 4 นิ้ว) และราว 190 บาท (กระถาง 6 นิ้ว)
🛒 ซื้อต้นใบต่อก้าน — ส่งตรงจากเกษตรกร
สั่งซื้อต้นจริงจากสวนทั่วประเทศ ผ่านตลาด KASETIDEA ไม่ผ่านคนกลาง
ข้อมูลทั่วไป
ต้นใบต่อก้าน (Evolvulus alsinoides) คือไม้ล้มลุกขนาดเล็กในวงศ์ผักบุ้ง (Convolvulaceae) ลำต้นเรียวเลื้อยทอดไปตามพื้น ใบเล็ก และออกดอกสีม่วงอมฟ้าขนาดเพียง 7-10 มิลลิเมตร เดิมพบขึ้นเองตามที่โล่งแห้งทั่วประเทศไทยและถูกใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้าน ปัจจุบันกลายเป็นไม้คลุมดินและไม้กระถางห้อยที่มาแรงในวงการจัดสวน เพราะปลูกง่าย ทนแดด ใช้น้ำน้อย และออกดอกได้เกือบตลอดปี
ความสนใจค้นหาใบต่อก้านเพิ่มขึ้นชัดเจนในช่วงหลัง ข้อมูลประมาณการยอดค้นหาคำว่า “ใบต่อก้าน” ในประเทศไทยจาก Ahrefs (ดึงข้อมูลเมื่อ 25 กันยายน 2569) พบว่าปี 2567 ส่วนใหญ่อยู่ต่ำกว่า 100 ครั้งต่อเดือน ยกเว้นช่วงเมษายน-พฤษภาคม แต่ตั้งแต่สิงหาคม 2568 ส่วนใหญ่อยู่ราว 350-560 ครั้งต่อเดือน และสูงสุดราว 1,000 ครั้งในเดือนเมษายน 2569

ข้อมูลพื้นฐานของต้นใบต่อก้าน
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อวิทยาศาสตร์ | Evolvulus alsinoides (L.) L. |
| ชื่อพ้องเดิม | Convolvulus alsinoides L. (มีชื่อพ้องมากกว่า 70 ชื่อ) |
| วงศ์ | Convolvulaceae (วงศ์ผักบุ้ง) |
| ชื่อสามัญ | Slender Dwarf Morning-glory · Dwarf Morning Glory (ชื่อหลังใช้เรียกพืชหลายชนิดในสกุลนี้) · ในอินเดียเป็นหนึ่งในพืชที่ใช้เป็นสมุนไพร Shankhpushpi |
| ถิ่นกำเนิด | เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย (พบแทบทุกภาค) |
| ประเภท | ไม้ล้มลุกอายุปีเดียวถึงหลายปี ลำต้นทอดเลื้อยหรือเอนตั้ง ยาว 10-40 ซม. |
| ช่วงออกดอก | แหล่งข้อมูลไทยระบุช่วงกันยายน-เมษายน ส่วนข้อมูลพฤกษศาสตร์ต่างประเทศบันทึกว่าออกดอกและติดผลได้ตลอดปี ขึ้นกับสภาพแวดล้อม |
ต้นใบต่อก้านมีลักษณะอย่างไร
ต้นใบต่อก้านเป็นไม้ล้มลุกลำต้นเรียวทอดเลื้อยยาว 10-40 ซม. มีขนนุ่มทั้งต้น ใบเล็กยาว 0.5-2.5 ซม. รูปร่างแปรผันตั้งแต่เรียวยาวถึงค่อนข้างกลม แทบไม่มีก้านใบ ดอกสีม่วงอมฟ้าขนาด 7-10 มม. ชูอยู่บนก้านช่อเรียวยาว และมีผลแห้งขนาดเล็กที่แตกเป็น 4 พูเมื่อแก่ รายละเอียดแต่ละส่วนมีดังนี้
ลำต้นและใบ
ลำต้นเรียวเล็ก แตกหลายกิ่งจากโคน ทอดเลื้อยไปตามพื้นหรือโค้งแล้วตั้งขึ้น มีขนนุ่มยาวปกคลุมทั่วต้น ใบเดี่ยวเรียงสลับ ยาวเพียง 0.5-2.5 ซม. ขอบใบเรียบ รูปร่างใบแปรผันมาก ตั้งแต่รูปหอกเรียวยาว รูปรี ไปจนถึงค่อนข้างกลม (เคยมีการตั้งชื่อรูปแบบใบกลมแยกไว้ ปัจจุบันรวมเป็นชนิดเดียวกัน) จึงไม่ควรใช้รูปร่างใบตัดสินชนิดเพียงอย่างเดียว จุดเด่นคือก้านใบสั้นมากหรือแทบไม่มีก้านใบ ใบจึงดูเหมือนติดอยู่กับกิ่งโดยตรงเรียงเป็นช่วง ๆ ไปตามลำต้น

ดอก
ดอกออกเดี่ยวหรือเป็นช่อ 2-3 ดอกตามซอกใบ บนก้านช่อดอกเรียวยาวราวเส้นด้าย 1.5-3.5 ซม. ทำให้ดอกชูพ้นแนวใบขึ้นมา กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอดสั้นแล้วแผ่ออกเกือบแบนราบ สีม่วงถึงฟ้าอมม่วง มีแนวสีจางเป็นแฉก 5 แฉก ก้านดอกที่ยาวชูพ้นใบนี้คือจุดสังเกตที่ใช้แยกใบต่อก้านจากพืชหน้าตาคล้ายกันได้ดีที่สุด
ผลและเมล็ด
ผลแห้งทรงกลมแป้นขนาดเพียง 1.5-2.5 มม. เมื่อแก่แตกเป็น 4 พู ภายในมีเมล็ดสีดำไม่เกิน 4 เมล็ด เมล็ดมีการพักตัว จึงไม่งอกทันทีหลังร่วงจากต้น (ดูรายละเอียดในหัวข้อการขยายพันธุ์)
ต้นใบต่อก้านกับฟ้าประดิษฐ์ต่างกันอย่างไร
ใบต่อก้านกับฟ้าประดิษฐ์เป็นพืชคนละชนิด จุดสังเกตที่ชัดที่สุดของใบต่อก้านคือดอกเล็ก 7-10 มม. ที่ชูอยู่บนก้านเรียวยาว 1.5-3.5 ซม. ส่วนชื่อ “ฟ้าประดิษฐ์” ในไทยถูกใช้เรียกพืช 2 ชนิด คือ Evolvulus glomeratus ซึ่งอยู่สกุลเดียวกับใบต่อก้าน และ Convolvulus sabatius ซึ่งเป็นคนละสกุล ทั้งหมดอยู่ในวงศ์ผักบุ้งเหมือนกัน
แหล่งข้อมูลไทยใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ของฟ้าประดิษฐ์ไม่ตรงกัน บางแห่งใช้ E. glomeratus (ชื่อสามัญ Blue Daze) บางแห่งใช้ C. sabatius และบางร้านใช้ทั้งสองชื่อปนกัน เวลาซื้อจึงควรดูลักษณะต้นจริงประกอบ ไม่ใช่ดูแค่ชื่อ อีกชนิดที่คนมักสับสนคือใบต่างเหรียญ (E. nummularius) ซึ่งเป็นพืชต่างถิ่นจากอเมริกาเขตร้อนที่ขึ้นเป็นวัชพืชในไทย งานวิจัยร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดลกับสวนพฤกษศาสตร์คิวได้ศึกษาลักษณะทางจุลกายวิภาคของพืชสกุลนี้หลายชนิดเพื่อแยกชนิดให้ถูกต้อง เพราะใบต่อก้านและใบต่างเหรียญถูกใช้เป็นสมุนไพรแต่สรรพคุณต่างกัน
| ชนิด | จุดสังเกต |
|---|---|
| ใบต่อก้าน E. alsinoides |
พืชพื้นเมือง ต้นโปร่ง ทอดเลื้อย · ใบเล็ก 0.5-2.5 ซม. รูปร่างแปรผันตั้งแต่เรียวยาวถึงค่อนข้างกลม · ดอก 7-10 มม. สีม่วงอมฟ้า ชูบนก้านเรียวยาว 1.5-3.5 ซม. |
| ฟ้าประดิษฐ์ / บลูเดซ E. glomeratus |
สกุลเดียวกัน ถิ่นเดิมอเมริกาใต้ · พุ่มแน่นสูงราว 20-45 ซม. แผ่กว้าง 60-90 ซม. · ใบรียาวราว 2.5 ซม. มีขนนุ่มสีเทา · ดอกสีฟ้า กว้างไม่ถึง 1.3 ซม. กลางดอกขาว ออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด |
| ฟ้าประดิษฐ์ Convolvulus sabatius |
คนละสกุล ถิ่นเดิมอิตาลีและแอฟริกาเหนือ · ไม้ทอดเลื้อยสูงราว 20 ซม. · ใบรี 2-3 ซม. สีเขียวเทา มีขนนุ่ม · ดอกใหญ่ 1.5-3 ซม. สีฟ้าอมม่วง กลางดอกสีขาว |
| ใบต่างเหรียญ E. nummularius |
พืชต่างถิ่นจากอเมริกาเขตร้อน ขึ้นเป็นวัชพืชในไทย · ใบกลม 0.5-2 ซม. · ดอกสีขาว ก้านดอกสั้นมาก ไม่เกิน 5 มม. · ลำต้นแนบดินและออกรากตามข้อ |
• ดอกเล็กสีม่วงอมฟ้า ชูอยู่บนก้านเรียวยาวพ้นใบ → ใบต่อก้าน
• ดอกสีฟ้า ออกชิดซอกใบใกล้ปลายยอด ใบมีขนสีเทานุ่ม พุ่มแน่น → ฟ้าประดิษฐ์ชนิด E. glomeratus
• ดอกใหญ่ 1.5 ซม. ขึ้นไป กลางดอกขาวชัด → ฟ้าประดิษฐ์ชนิด C. sabatius
• ดอกสีขาว ใบกลม ลำต้นออกรากตามข้อ → ใบต่างเหรียญ
อย่าตัดสินจากรูปร่างใบอย่างเดียว เพราะใบของใบต่อก้านมีตั้งแต่เรียวยาวจนถึงค่อนข้างกลม
ทำไมดอกใบต่อก้านหุบตอนเย็น
ดอกใบต่อก้านหุบตอนเย็นเป็นธรรมชาติของพืชชนิดนี้ ไม่ใช่อาการป่วย หลายคนซื้อมาแล้วกังวลว่า “ทำไมไม่เห็นดอก” คำตอบส่วนใหญ่คือมาดูผิดเวลา ดอกใบต่อก้านบานในช่วงเช้าและเริ่มหุบในช่วงบ่ายถึงเย็น รวมถึงหุบในวันที่ฟ้าครึ้มหรือฝนตก ซึ่งเป็นธรรมชาติของพืชในสกุลนี้ ไม่ได้แปลว่าต้นป่วย

ต้นใบต่อก้านปลูกอย่างไร
ต้นใบต่อก้านปลูกง่ายในจุดที่ได้แดดจัดตลอดวัน ใช้ดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำดี ปลูกลงดินเว้นระยะให้กิ่งแผ่ถึงกันเพื่อคลุมดิน หรือปลูกกระถาง 6 นิ้วให้กิ่งห้อยระย้า แล้วรดน้ำเมื่อหน้าดินแห้ง ขั้นตอนโดยละเอียดมีดังนี้
- เลือกจุดแดดจัด — ใบต่อก้านต้องการแสงแดดตลอดวัน ถ้าแดดไม่พอต้นจะยืดโปร่ง ใบห่าง และออกดอกน้อย
- เตรียมดินปนทรายที่ระบายน้ำดี — ในธรรมชาติขึ้นบนดินทรายและที่โล่งแห้ง จึงควรผสมทรายหยาบหรือกาบมะพร้าวสับลงในดินปลูกให้โปร่ง ระบายน้ำดี แต่ยังเก็บความชื้นได้พอเหมาะ
- ปลูกเป็นไม้คลุมดิน — ลงหลุมตื้นให้โคนเสมอผิวดิน เว้นระยะให้กิ่งที่ยาว 10-40 ซม. แผ่ถึงกันได้ แล้วปล่อยให้กิ่งแผ่เข้าหากันจนคลุมพื้นที่
- หรือปลูกกระถางห้อย — ใช้กระถางขนาด 6 นิ้วขึ้นไปที่มีรูระบายน้ำ กิ่งจะเลื้อยห้อยระย้าลงรอบขอบกระถาง เหมาะแขวนระเบียงหรือวางบนขอบกำแพงที่แดดส่องถึง
- รดน้ำให้ตั้งตัว — สัปดาห์แรกรดให้ดินชุ่มสม่ำเสมอ หลังจากต้นตั้งตัวแล้วค่อยลดลงเป็นรดเมื่อหน้าดินแห้ง

การขยายพันธุ์ใบต่อก้าน
วิธีขยายพันธุ์ใบต่อก้านที่ใช้กันจริงมี 2 วิธี คือปักชำกิ่ง (ไม่อาศัยเพศ) และเพาะเมล็ด (อาศัยเพศ) ส่วนการตอนกิ่ง เสียบยอด และติดตาไม่นิยมใช้ เพราะกิ่งเล็กเรียว ในห้องปฏิบัติการยังมีการขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่องานวิจัย แต่ไม่ใช่วิธีสำหรับผู้ปลูกทั่วไป

| วิธี | อัตราสำเร็จ · ระยะเวลา · ตรงพันธุ์ · เหมาะกับใคร |
|---|---|
| ปักชำกิ่ง (stem cutting) |
ออกรากได้ในวัสดุชื้นที่ระบายน้ำดี · ยอดใหม่ที่แตกเป็นแค่สัญญาณเบื้องต้น ก่อนย้ายให้ตรวจว่ารากเดินจริง เช่น ดึงกิ่งเบา ๆ แล้วรู้สึกติดแน่น หรือเห็นรากที่รูก้นกระถาง · ✅ ตรงพันธุ์ พันธุกรรมเหมือนต้นแม่ รวมถึงสีดอก · ❌ ไม่มีรากแก้ว · ยังไม่พบข้อมูลอัตราออกรากและระยะเวลาที่ตีพิมพ์สำหรับพืชชนิดนี้ 👉 วิธีที่เหมาะกับมือใหม่และผู้ปลูกทั่วไป ถ้าต้องการกระถางแน่นเร็ว ให้ปักหลายกิ่งรวมกันในกระถางเดียว |
| เพาะเมล็ด (seed) |
งอกยากถ้าไม่กระตุ้น เพราะเมล็ดมีการพักตัว ในงานวิจัยที่อินเดีย เมล็ดที่ไม่ผ่านการกระตุ้นไม่งอกเลยภายใน 30 วัน ส่วนเมล็ดที่แช่สารจิบเบอเรลลิน (GA3) งอกได้ราว 79% · เมล็ดที่เก็บไว้นานกว่า 2 ปีงอกเหลือราว 10% · ⚠️ ต้นที่ได้อาจมีลักษณะต่างจากต้นแม่ · มีรากแก้ว 👉 ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่ เหมาะกับผู้ที่ต้องการต้นจำนวนมากและมีสารกระตุ้นการงอก |
• มือใหม่ / อยากได้ต้นเหมือนต้นแม่ → ปักชำกิ่ง ตัดยอดยาว 5-8 ซม. ริดใบล่างออก ปักในดินผสมทราย วางในที่ร่มรำไรจนรากเดิน แล้วค่อยย้ายออกแดด
• อยากคลุมดินพื้นที่กว้าง → ปักชำหลายกิ่งพร้อมกัน ง่ายกว่าเพาะเมล็ด เพราะเมล็ดต้องกระตุ้นการงอกก่อน
การดูแลรักษาต้นใบต่อก้าน
| ปัจจัย | การดูแล |
|---|---|
| แสง | แดดจัดตลอดวัน ต้นที่ได้แสงไม่พอมักยืดและออกดอกน้อย |
| น้ำ | น้อยถึงปานกลาง รดเมื่อหน้าดินแห้ง ต้นในกระถางแห้งเร็วกว่าต้นที่ลงดิน ต้องตรวจบ่อยกว่าในหน้าร้อน |
| ดิน | ดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี ไม่ชอบดินเหนียวแน่นหรือน้ำขัง |
| ปุ๋ย | ต้องการน้อย ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอปริมาณเล็กน้อยเดือนละครั้งในช่วงเจริญเติบโต ใส่มากเกินจะได้ใบเยอะแต่ดอกน้อย |
| ตัดแต่ง | ตัดยอดที่ยืดยาวเกินออกเพื่อกระตุ้นให้แตกกิ่งแน่นขึ้น ยอดที่ตัดนำไปปักชำต่อได้เลย |

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้
| อาการ | สาเหตุและวิธีแก้ |
|---|---|
| ไม่เห็นดอกเลย | อาจมาดูช่วงบ่ายหรือเย็นซึ่งดอกหุบแล้ว ให้ลองดูช่วงเช้า ถ้าช่วงเช้าก็ยังไม่มีดอก สาเหตุที่พบบ่อยคือแสงไม่พอ ให้ย้ายไปจุดที่แดดจัดขึ้น และตรวจเรื่องอื่นประกอบ เช่น ใส่ปุ๋ยมากเกิน ดินแฉะจนรากไม่แข็งแรง หรือต้นเพิ่งย้ายปลูกและยังไม่ตั้งตัว |
| ต้นยืดโปร่ง ใบห่าง | แสงน้อยหรือใส่ปุ๋ยมากเกิน ย้ายไปที่แดดจัด ลดปุ๋ย และตัดยอดให้แตกกิ่งใหม่ |
| โคนเน่า ต้นยุบในหน้าฝน | ดินอุ้มน้ำหรือน้ำขัง เปลี่ยนเป็นดินผสมทราย ยกกระถางให้พ้นพื้น และงดรดน้ำช่วงฝนชุก |
สรรพคุณตามตำรายา
ใบต่อก้านเป็นสมุนไพรพื้นบ้านทั้งในไทยและเอเชียใต้ ตำรายาไทยใช้ทั้งต้นเป็นยาขมเจริญอาหาร เป็นยาบำรุง แก้ไข้ และแก้บิด ส่วนในอายุรเวทของอินเดีย ใบต่อก้านเป็นหนึ่งในพืชที่ใช้เป็นแหล่งของสมุนไพร Shankhpushpi ซึ่งใช้เป็นยาบำรุงสมอง และมีงานวิจัยในสัตว์ทดลองศึกษาฤทธิ์ด้านความจำอยู่บ้าง แต่ยังไม่มีการศึกษาทางคลินิกในคนที่เพียงพอจะยืนยันผล
*ข้อมูลสรรพคุณอ้างอิงตำรายาพื้นบ้านและงานวิจัยเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
ความเป็นพิษต่อคนและสัตว์เลี้ยง
ยังไม่พบข้อมูลยืนยันว่าใบต่อก้านเป็นพิษหรือปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง จากการตรวจฐานข้อมูลพืชมีพิษของ ASPCA และ Pet Poison Helpline เมื่อกันยายน 2569 ไม่พบรายการของใบต่อก้าน (Evolvulus alsinoides)
| กลุ่ม | ข้อมูลที่มี |
|---|---|
| สุนัขและแมว | ยังไม่พบข้อมูลยืนยัน · ไม่มีรายการใน ASPCA และ Pet Poison Helpline |
| คน | ยังไม่พบข้อมูลยืนยันจากแหล่งอ้างอิงด้านพิษวิทยา · ตำรายาไทยใช้ทั้งต้นเป็นยา |
| งานวิจัยที่มี | ทดสอบสารสกัดเอทานอลในหนูทดลองตามแนวทาง OECD ไม่พบการตายหรือความผิดปกติของอวัยวะที่ขนาดสูงสุด 2,000 มก./กก. แต่เป็นผลของสารสกัดในสัตว์ทดลอง ไม่ใช่การรับรองว่ากินต้นสดได้อย่างปลอดภัย |
ถ้าบ้านมีสัตว์เลี้ยงที่ชอบกัดแทะต้นไม้ ควรวางให้พ้นจากการเข้าถึง และถ้ากินเข้าไปแล้วมีอาการผิดปกติให้ปรึกษาสัตวแพทย์
ราคาและแหล่งซื้อต้นใบต่อก้าน
| ขนาด | ราคาโดยประมาณ |
|---|---|
| กระถาง 4 นิ้ว | ราว 120 บาท (ไม่รวมค่าส่ง) |
| กระถาง 6 นิ้ว กำลังออกดอก | ราว 190 บาท |
*ราคาจากประกาศขายออนไลน์ 3 ร้านที่พบเมื่อกันยายน 2569 ราคาต่างกันตามขนาดกระถาง ขนาดพุ่ม จำนวนต้นต่อกระถาง และค่าขนส่ง
- ออนไลน์: Shopee, NanaGarden และเพจร้านต้นไม้บน Facebook
- หน้าร้าน: ร้านไม้ดอกไม้ประดับ สอบถามในกลุ่มไม้คลุมดินหรือไม้กระถางแขวน
- ขอจากคนรู้จัก: ถ้ามีคนปลูกอยู่แล้ว ขอกิ่งไปปักชำได้โดยไม่ต้องซื้อ

บทสรุป
ต้นใบต่อก้าน (Evolvulus alsinoides) คือพืชพื้นเมืองที่กลายเป็นไม้คลุมดินดอกม่วงยอดนิยม เพราะปลูกง่าย ทนแดด ใช้น้ำน้อย และให้ดอกใหม่ทุกเช้า หัวใจของการปลูกให้สวยมีแค่ แดดจัด ดินปนทรายที่ระบายน้ำดี และไม่ให้น้ำขัง ส่วนเรื่องที่ควรจำก่อนซื้อคือให้ดูที่ดอกเป็นหลัก ใบต่อก้านมีดอกเล็กชูบนก้านเรียวยาว ต่างจากพืชที่ใช้ชื่อฟ้าประดิษฐ์ และอย่าตัดสินจากรูปร่างใบอย่างเดียว
👉 อ่านเพิ่มเติม: วิธีปลูกไม้ดอกในกระถาง | การปักชำฉบับมือใหม่ | โรสแมรี่ สมุนไพรปลูกกระถางกลางแดด
เขียนโดย: ทีมงาน Kasetidea
แหล่งอ้างอิง: Plants of the World Online (Kew) · World Flora Online · Ketjarun et al. (2016) มหาวิทยาลัยมหิดล-Kew · Yadav et al. (2019) การศึกษาความเป็นพิษ · ASPCA Toxic and Non-Toxic Plants · Pet Poison Helpline · องค์การสวนพฤกษศาสตร์ · สมุนไพรดอทคอม · Wikipedia: Convolvulus sabatius · NC State Extension (E. glomeratus) · POWO: Evolvulus nummularius · งานวิจัยการงอกของเมล็ดใบต่อก้าน · งานวิจัยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (2024) · บ้านและสวน · Ahrefs Keywords Explorer (ยอดค้นหาประเทศไทย ดึงข้อมูล 25 ก.ย. 2569)
อัปเดตล่าสุด: กันยายน 2569
🌱 ปลูกต้นไม้อยู่แล้ว อยากมีรายได้เพิ่ม?
เปลี่ยนต้นไม้ที่คุณปลูกให้เป็นรายได้ เปิดร้านบน KASETIDEA Market ได้ง่ายๆ ไม่กี่นาที มีหน้าร้านออนไลน์ของตัวเอง ให้ลูกค้าทั่วประเทศหาคุณเจอ
❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ต้นใบต่อก้านคืออะไร มีลักษณะอย่างไร?
ใบต่อก้านคือไม้ล้มลุกขนาดเล็กในวงศ์ผักบุ้ง ชื่อวิทยาศาสตร์ Evolvulus alsinoides เป็นพืชพื้นเมืองที่พบในเขตร้อนทั่วโลกรวมทั้งไทย ลำต้นเรียวเลื้อยยาว 10-40 ซม. มีขนนุ่ม ใบเล็กยาว 0.5-2.5 ซม. รูปร่างแปรผันตั้งแต่เรียวยาวถึงค่อนข้างกลม แทบไม่มีก้านใบ ดอกสีม่วงอมฟ้าขนาด 7-10 มม. ชูอยู่บนก้านเรียวยาว เดิมถือเป็นวัชพืชและสมุนไพรพื้นบ้าน ปัจจุบันนิยมปลูกเป็นไม้คลุมดินและไม้กระถางห้อย
ต้นใบต่อก้านกับต้นฟ้าประดิษฐ์ต่างกันอย่างไร?
เป็นพืชคนละชนิด ใบต่อก้าน (Evolvulus alsinoides) มีดอกเล็ก 7-10 มม. สีม่วงอมฟ้าชูอยู่บนก้านเรียวยาว 1.5-3.5 ซม. ส่วนชื่อฟ้าประดิษฐ์ในไทยถูกใช้เรียกพืช 2 ชนิด คือ Evolvulus glomeratus ซึ่งอยู่สกุลเดียวกัน ใบมีขนสีเทาและดอกออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด กับ Convolvulus sabatius ซึ่งเป็นคนละสกุลและมีดอกใหญ่ 1.5-3 ซม. กลางดอกขาว ก่อนซื้อควรขอดูรูปดอกที่กำลังบาน เพราะบางร้านเรียกชื่อปนกัน
ต้นใบต่อก้านปลูกอย่างไรให้ดอกดก?
ปลูกในจุดที่ได้แดดจัดตลอดวัน ใช้ดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำดีแต่ยังเก็บความชื้นได้พอเหมาะ รดน้ำเมื่อหน้าดินแห้งและอย่าให้น้ำขัง ใส่ปุ๋ยเพียงเล็กน้อยเพราะปุ๋ยมากจะได้ใบมากแต่ดอกน้อย และตัดยอดที่ยืดยาวเพื่อให้แตกกิ่งแน่นขึ้น ถ้าปลูกเป็นไม้คลุมดินให้เว้นระยะให้กิ่งแผ่ถึงกันได้
ทำไมดอกใบต่อก้านหุบ หรือไม่เห็นดอกเลย?
ดอกใบต่อก้านบานในช่วงเช้าและเริ่มหุบในช่วงบ่ายถึงเย็น รวมถึงหุบในวันที่ฟ้าครึ้มหรือฝนตก ซึ่งเป็นธรรมชาติของพืชสกุลนี้ ไม่ได้แปลว่าต้นป่วย ถ้าลองดูช่วงเช้าแล้วยังไม่มีดอก สาเหตุที่พบบ่อยคือแสงไม่พอ ควรย้ายไปจุดที่ได้แดดเต็มที่ และตรวจเรื่องปุ๋ย ความชื้นของดิน และความสมบูรณ์ของต้นประกอบ
ต้นใบต่อก้านขยายพันธุ์อย่างไร ราคาเท่าไหร่?
วิธีที่เหมาะกับผู้ปลูกทั่วไปคือปักชำกิ่งยอดยาว 5-8 ซม. ในดินผสมทราย ซึ่งรักษาลักษณะของต้นแม่ไว้ได้ ส่วนการเพาะเมล็ดทำได้ยากกว่า เพราะเมล็ดมีการพักตัวและต้องกระตุ้นการงอกก่อน ราคาต้นในกระถาง 4 นิ้วราว 120 บาท และกระถาง 6 นิ้วที่กำลังออกดอกราว 190 บาท จากประกาศขายออนไลน์ที่พบเมื่อกันยายน 2569
🛒 สินค้าแนะนำสำหรับ ต้นใบต่อก้าน
ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับการดูแลและป้องกันปัญหา

