ดอกใบต่อก้านหุบกลีบท่ามกลางใบกลมสีเขียวในแสงช่วงเย็น

ต้นใบต่อก้าน

Evolvulus alsinoides (L.) L.

ชื่อสามัญ: ต้นใบต่อก้าน, Slender Dwarf Morning-glory, Dwarf Morning Glory

วงศ์: Convolvulaceae | ถิ่นกำเนิด: เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

สมุนไพร

การรดน้ำ

น้อย — รดเมื่อดินแห้งทั้งกระถาง

แสงแดด

แสงแดดโดยตรง

ระดับความยาก

ง่าย - เหมาะสำหรับมือใหม่

ความสูง

ต้นเตี้ย ทอดเลื้อยหรือเอนตั้ง (กิ่งยาว 10-40 ซม.)

การเจริญเติบโต

เร็ว

📌

สรุปสั้น (TL;DR)

อ่าน 30 วินาที
  • 1 ต้นใบต่อก้าน (*Evolvulus alsinoides*) ไม้ล้มลุกวงศ์ผักบุ้ง พืชพื้นเมืองไทย ลำต้นทอดเลื้อย ดอกม่วงอมฟ้า 7-10 มม. ชูบนก้านเรียวยาว
  • 2 🌱 นิยมปลูกเป็นไม้คลุมดินและกระถางห้อย ชอบแดดจัด ใช้น้ำน้อย และดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำดี
  • 3 🌅 ดอกบานช่วงเช้า หุบบ่ายถึงเย็นและวันฟ้าครึ้ม — ไม่เห็นดอกตอนเย็นไม่ใช่ต้นป่วย
  • 4 🔍 ดูที่ดอกเป็นหลัก อย่าดูแค่ใบ — ใบของใบต่อก้านมีตั้งแต่เรียวยาวถึงค่อนข้างกลม · ชื่อฟ้าประดิษฐ์ในไทยใช้เรียกพืชอีก 2 ชนิด · ใบต่างเหรียญดอกสีขาว
  • 5 🌿 ขยายพันธุ์ง่ายสุดด้วยปักชำกิ่ง · เมล็ดมีการพักตัว ต้องกระตุ้นก่อนจึงงอก
  • 6 🐾 ความเป็นพิษต่อคนและสัตว์เลี้ยง: ยังไม่พบข้อมูลยืนยัน — ไม่มีรายการใน ASPCA และ Pet Poison Helpline
  • 7 💰 ราคาราว 120 บาท (กระถาง 4 นิ้ว) และราว 190 บาท (กระถาง 6 นิ้ว)

🛒 ซื้อต้นใบต่อก้าน — ส่งตรงจากเกษตรกร

สั่งซื้อต้นจริงจากสวนทั่วประเทศ ผ่านตลาด KASETIDEA ไม่ผ่านคนกลาง

ดูต้นใบต่อก้านทั้งหมดในตลาด →

ข้อมูลทั่วไป

ต้นใบต่อก้าน (Evolvulus alsinoides) คือไม้ล้มลุกขนาดเล็กในวงศ์ผักบุ้ง (Convolvulaceae) ลำต้นเรียวเลื้อยทอดไปตามพื้น ใบเล็ก และออกดอกสีม่วงอมฟ้าขนาดเพียง 7-10 มิลลิเมตร เดิมพบขึ้นเองตามที่โล่งแห้งทั่วประเทศไทยและถูกใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้าน ปัจจุบันกลายเป็นไม้คลุมดินและไม้กระถางห้อยที่มาแรงในวงการจัดสวน เพราะปลูกง่าย ทนแดด ใช้น้ำน้อย และออกดอกได้เกือบตลอดปี

💜
ดอกม่วงอมฟ้า
ขนาด 7-10 มม.
☀️
แดดจัดตลอดวัน
ออกดอกดีในที่แดดจัด
🌱
ไม้คลุมดิน
หรือกระถางห้อย
🌅
บานเช้า หุบเย็น
หุบในวันฟ้าครึ้ม

ความสนใจค้นหาใบต่อก้านเพิ่มขึ้นชัดเจนในช่วงหลัง ข้อมูลประมาณการยอดค้นหาคำว่า “ใบต่อก้าน” ในประเทศไทยจาก Ahrefs (ดึงข้อมูลเมื่อ 25 กันยายน 2569) พบว่าปี 2567 ส่วนใหญ่อยู่ต่ำกว่า 100 ครั้งต่อเดือน ยกเว้นช่วงเมษายน-พฤษภาคม แต่ตั้งแต่สิงหาคม 2568 ส่วนใหญ่อยู่ราว 350-560 ครั้งต่อเดือน และสูงสุดราว 1,000 ครั้งในเดือนเมษายน 2569

ต้นใบต่อก้านออกดอกสีม่วงอมฟ้า ปลูกคลุมดินริมทางเดินหิน

ข้อมูลพื้นฐานของต้นใบต่อก้าน

หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อวิทยาศาสตร์ Evolvulus alsinoides (L.) L.
ชื่อพ้องเดิม Convolvulus alsinoides L. (มีชื่อพ้องมากกว่า 70 ชื่อ)
วงศ์ Convolvulaceae (วงศ์ผักบุ้ง)
ชื่อสามัญ Slender Dwarf Morning-glory · Dwarf Morning Glory (ชื่อหลังใช้เรียกพืชหลายชนิดในสกุลนี้) · ในอินเดียเป็นหนึ่งในพืชที่ใช้เป็นสมุนไพร Shankhpushpi
ถิ่นกำเนิด เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย (พบแทบทุกภาค)
ประเภท ไม้ล้มลุกอายุปีเดียวถึงหลายปี ลำต้นทอดเลื้อยหรือเอนตั้ง ยาว 10-40 ซม.
ช่วงออกดอก แหล่งข้อมูลไทยระบุช่วงกันยายน-เมษายน ส่วนข้อมูลพฤกษศาสตร์ต่างประเทศบันทึกว่าออกดอกและติดผลได้ตลอดปี ขึ้นกับสภาพแวดล้อม

ต้นใบต่อก้านมีลักษณะอย่างไร

ต้นใบต่อก้านเป็นไม้ล้มลุกลำต้นเรียวทอดเลื้อยยาว 10-40 ซม. มีขนนุ่มทั้งต้น ใบเล็กยาว 0.5-2.5 ซม. รูปร่างแปรผันตั้งแต่เรียวยาวถึงค่อนข้างกลม แทบไม่มีก้านใบ ดอกสีม่วงอมฟ้าขนาด 7-10 มม. ชูอยู่บนก้านช่อเรียวยาว และมีผลแห้งขนาดเล็กที่แตกเป็น 4 พูเมื่อแก่ รายละเอียดแต่ละส่วนมีดังนี้

ลำต้นและใบ

ลำต้นเรียวเล็ก แตกหลายกิ่งจากโคน ทอดเลื้อยไปตามพื้นหรือโค้งแล้วตั้งขึ้น มีขนนุ่มยาวปกคลุมทั่วต้น ใบเดี่ยวเรียงสลับ ยาวเพียง 0.5-2.5 ซม. ขอบใบเรียบ รูปร่างใบแปรผันมาก ตั้งแต่รูปหอกเรียวยาว รูปรี ไปจนถึงค่อนข้างกลม (เคยมีการตั้งชื่อรูปแบบใบกลมแยกไว้ ปัจจุบันรวมเป็นชนิดเดียวกัน) จึงไม่ควรใช้รูปร่างใบตัดสินชนิดเพียงอย่างเดียว จุดเด่นคือก้านใบสั้นมากหรือแทบไม่มีก้านใบ ใบจึงดูเหมือนติดอยู่กับกิ่งโดยตรงเรียงเป็นช่วง ๆ ไปตามลำต้น

ใบกลมมนของต้นใบต่อก้าน มีขนละเอียดบนผิวใบและขอบใบ

ดอก

ดอกออกเดี่ยวหรือเป็นช่อ 2-3 ดอกตามซอกใบ บนก้านช่อดอกเรียวยาวราวเส้นด้าย 1.5-3.5 ซม. ทำให้ดอกชูพ้นแนวใบขึ้นมา กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอดสั้นแล้วแผ่ออกเกือบแบนราบ สีม่วงถึงฟ้าอมม่วง มีแนวสีจางเป็นแฉก 5 แฉก ก้านดอกที่ยาวชูพ้นใบนี้คือจุดสังเกตที่ใช้แยกใบต่อก้านจากพืชหน้าตาคล้ายกันได้ดีที่สุด

ผลและเมล็ด

ผลแห้งทรงกลมแป้นขนาดเพียง 1.5-2.5 มม. เมื่อแก่แตกเป็น 4 พู ภายในมีเมล็ดสีดำไม่เกิน 4 เมล็ด เมล็ดมีการพักตัว จึงไม่งอกทันทีหลังร่วงจากต้น (ดูรายละเอียดในหัวข้อการขยายพันธุ์)

🔬 เกร็ดจากชื่อพ้อง: ในบรรดาชื่อพ้องของใบต่อก้านมีชื่อ Convolvulus fugacissimus ซึ่งคำว่า fugacissimus ในภาษาละตินแปลว่า “ร่วงโรยเร็วมาก” ซึ่งเข้ากับธรรมชาติของดอกที่บานเพียงช่วงสั้น ๆ ในแต่ละวัน ส่วนชื่อสกุล Evolvulus มาจากคำละตินที่แปลว่า “คลายเกลียว” เพราะต่างจากไม้เถาหลายชนิดในวงศ์ผักบุ้ง เช่น มอร์นิ่งกลอรี่ ตรงที่ลำต้นไม่พันเกลียวขึ้นหลัก

ต้นใบต่อก้านกับฟ้าประดิษฐ์ต่างกันอย่างไร

ใบต่อก้านกับฟ้าประดิษฐ์เป็นพืชคนละชนิด จุดสังเกตที่ชัดที่สุดของใบต่อก้านคือดอกเล็ก 7-10 มม. ที่ชูอยู่บนก้านเรียวยาว 1.5-3.5 ซม. ส่วนชื่อ “ฟ้าประดิษฐ์” ในไทยถูกใช้เรียกพืช 2 ชนิด คือ Evolvulus glomeratus ซึ่งอยู่สกุลเดียวกับใบต่อก้าน และ Convolvulus sabatius ซึ่งเป็นคนละสกุล ทั้งหมดอยู่ในวงศ์ผักบุ้งเหมือนกัน

แหล่งข้อมูลไทยใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ของฟ้าประดิษฐ์ไม่ตรงกัน บางแห่งใช้ E. glomeratus (ชื่อสามัญ Blue Daze) บางแห่งใช้ C. sabatius และบางร้านใช้ทั้งสองชื่อปนกัน เวลาซื้อจึงควรดูลักษณะต้นจริงประกอบ ไม่ใช่ดูแค่ชื่อ อีกชนิดที่คนมักสับสนคือใบต่างเหรียญ (E. nummularius) ซึ่งเป็นพืชต่างถิ่นจากอเมริกาเขตร้อนที่ขึ้นเป็นวัชพืชในไทย งานวิจัยร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดลกับสวนพฤกษศาสตร์คิวได้ศึกษาลักษณะทางจุลกายวิภาคของพืชสกุลนี้หลายชนิดเพื่อแยกชนิดให้ถูกต้อง เพราะใบต่อก้านและใบต่างเหรียญถูกใช้เป็นสมุนไพรแต่สรรพคุณต่างกัน

แผนภาพประกอบบทความ
ภาพที่ 1: วิธีแยกใบต่อก้านจากฟ้าประดิษฐ์และใบต่างเหรียญ ให้ดูที่ดอกเป็นหลัก
ชนิด จุดสังเกต
ใบต่อก้าน
E. alsinoides
พืชพื้นเมือง ต้นโปร่ง ทอดเลื้อย · ใบเล็ก 0.5-2.5 ซม. รูปร่างแปรผันตั้งแต่เรียวยาวถึงค่อนข้างกลม · ดอก 7-10 มม. สีม่วงอมฟ้า ชูบนก้านเรียวยาว 1.5-3.5 ซม.
ฟ้าประดิษฐ์ / บลูเดซ
E. glomeratus
สกุลเดียวกัน ถิ่นเดิมอเมริกาใต้ · พุ่มแน่นสูงราว 20-45 ซม. แผ่กว้าง 60-90 ซม. · ใบรียาวราว 2.5 ซม. มีขนนุ่มสีเทา · ดอกสีฟ้า กว้างไม่ถึง 1.3 ซม. กลางดอกขาว ออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด
ฟ้าประดิษฐ์
Convolvulus sabatius
คนละสกุล ถิ่นเดิมอิตาลีและแอฟริกาเหนือ · ไม้ทอดเลื้อยสูงราว 20 ซม. · ใบรี 2-3 ซม. สีเขียวเทา มีขนนุ่ม · ดอกใหญ่ 1.5-3 ซม. สีฟ้าอมม่วง กลางดอกสีขาว
ใบต่างเหรียญ
E. nummularius
พืชต่างถิ่นจากอเมริกาเขตร้อน ขึ้นเป็นวัชพืชในไทย · ใบกลม 0.5-2 ซม. · ดอกสีขาว ก้านดอกสั้นมาก ไม่เกิน 5 มม. · ลำต้นแนบดินและออกรากตามข้อ
⚠️ ก่อนสั่งซื้อออนไลน์: ขอรูปดอกที่กำลังบานและรูปกิ่งชัด ๆ จากร้านก่อนโอนเงิน แล้วดูตามนี้
• ดอกเล็กสีม่วงอมฟ้า ชูอยู่บนก้านเรียวยาวพ้นใบ → ใบต่อก้าน
• ดอกสีฟ้า ออกชิดซอกใบใกล้ปลายยอด ใบมีขนสีเทานุ่ม พุ่มแน่น → ฟ้าประดิษฐ์ชนิด E. glomeratus
• ดอกใหญ่ 1.5 ซม. ขึ้นไป กลางดอกขาวชัด → ฟ้าประดิษฐ์ชนิด C. sabatius
• ดอกสีขาว ใบกลม ลำต้นออกรากตามข้อ → ใบต่างเหรียญ
อย่าตัดสินจากรูปร่างใบอย่างเดียว เพราะใบของใบต่อก้านมีตั้งแต่เรียวยาวจนถึงค่อนข้างกลม

ทำไมดอกใบต่อก้านหุบตอนเย็น

ดอกใบต่อก้านหุบตอนเย็นเป็นธรรมชาติของพืชชนิดนี้ ไม่ใช่อาการป่วย หลายคนซื้อมาแล้วกังวลว่า “ทำไมไม่เห็นดอก” คำตอบส่วนใหญ่คือมาดูผิดเวลา ดอกใบต่อก้านบานในช่วงเช้าและเริ่มหุบในช่วงบ่ายถึงเย็น รวมถึงหุบในวันที่ฟ้าครึ้มหรือฝนตก ซึ่งเป็นธรรมชาติของพืชในสกุลนี้ ไม่ได้แปลว่าต้นป่วย

ดอกใบต่อก้านหุบกลีบท่ามกลางใบกลมสีเขียวในแสงช่วงเย็น

แผนภาพประกอบบทความ
ภาพที่ 2: ดอกใบต่อก้านบานช่วงเช้าและหุบในช่วงบ่ายถึงเย็นหรือวันฟ้าครึ้ม
💡 เคล็ดลับ: ถ้าอยากเห็นดอกเต็มกระถาง ให้วางใบต่อก้านในจุดที่ได้แดดเต็มที่ และมาชมในช่วงเช้าถึงเที่ยง ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกบาน

ต้นใบต่อก้านปลูกอย่างไร

ต้นใบต่อก้านปลูกง่ายในจุดที่ได้แดดจัดตลอดวัน ใช้ดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำดี ปลูกลงดินเว้นระยะให้กิ่งแผ่ถึงกันเพื่อคลุมดิน หรือปลูกกระถาง 6 นิ้วให้กิ่งห้อยระย้า แล้วรดน้ำเมื่อหน้าดินแห้ง ขั้นตอนโดยละเอียดมีดังนี้

  1. เลือกจุดแดดจัด — ใบต่อก้านต้องการแสงแดดตลอดวัน ถ้าแดดไม่พอต้นจะยืดโปร่ง ใบห่าง และออกดอกน้อย
  2. เตรียมดินปนทรายที่ระบายน้ำดี — ในธรรมชาติขึ้นบนดินทรายและที่โล่งแห้ง จึงควรผสมทรายหยาบหรือกาบมะพร้าวสับลงในดินปลูกให้โปร่ง ระบายน้ำดี แต่ยังเก็บความชื้นได้พอเหมาะ
  3. ปลูกเป็นไม้คลุมดิน — ลงหลุมตื้นให้โคนเสมอผิวดิน เว้นระยะให้กิ่งที่ยาว 10-40 ซม. แผ่ถึงกันได้ แล้วปล่อยให้กิ่งแผ่เข้าหากันจนคลุมพื้นที่
  4. หรือปลูกกระถางห้อย — ใช้กระถางขนาด 6 นิ้วขึ้นไปที่มีรูระบายน้ำ กิ่งจะเลื้อยห้อยระย้าลงรอบขอบกระถาง เหมาะแขวนระเบียงหรือวางบนขอบกำแพงที่แดดส่องถึง
  5. รดน้ำให้ตั้งตัว — สัปดาห์แรกรดให้ดินชุ่มสม่ำเสมอ หลังจากต้นตั้งตัวแล้วค่อยลดลงเป็นรดเมื่อหน้าดินแห้ง

การย้ายต้นใบต่อก้านลงปลูกในกระถางดินเผา

การขยายพันธุ์ใบต่อก้าน

วิธีขยายพันธุ์ใบต่อก้านที่ใช้กันจริงมี 2 วิธี คือปักชำกิ่ง (ไม่อาศัยเพศ) และเพาะเมล็ด (อาศัยเพศ) ส่วนการตอนกิ่ง เสียบยอด และติดตาไม่นิยมใช้ เพราะกิ่งเล็กเรียว ในห้องปฏิบัติการยังมีการขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่องานวิจัย แต่ไม่ใช่วิธีสำหรับผู้ปลูกทั่วไป

การปักชำกิ่งใบต่อก้านลงในถาดเพาะวัสดุปลูกผสมทราย

วิธี อัตราสำเร็จ · ระยะเวลา · ตรงพันธุ์ · เหมาะกับใคร
ปักชำกิ่ง
(stem cutting)
ออกรากได้ในวัสดุชื้นที่ระบายน้ำดี · ยอดใหม่ที่แตกเป็นแค่สัญญาณเบื้องต้น ก่อนย้ายให้ตรวจว่ารากเดินจริง เช่น ดึงกิ่งเบา ๆ แล้วรู้สึกติดแน่น หรือเห็นรากที่รูก้นกระถาง · ✅ ตรงพันธุ์ พันธุกรรมเหมือนต้นแม่ รวมถึงสีดอก · ❌ ไม่มีรากแก้ว · ยังไม่พบข้อมูลอัตราออกรากและระยะเวลาที่ตีพิมพ์สำหรับพืชชนิดนี้
👉 วิธีที่เหมาะกับมือใหม่และผู้ปลูกทั่วไป ถ้าต้องการกระถางแน่นเร็ว ให้ปักหลายกิ่งรวมกันในกระถางเดียว
เพาะเมล็ด
(seed)
งอกยากถ้าไม่กระตุ้น เพราะเมล็ดมีการพักตัว ในงานวิจัยที่อินเดีย เมล็ดที่ไม่ผ่านการกระตุ้นไม่งอกเลยภายใน 30 วัน ส่วนเมล็ดที่แช่สารจิบเบอเรลลิน (GA3) งอกได้ราว 79% · เมล็ดที่เก็บไว้นานกว่า 2 ปีงอกเหลือราว 10% · ⚠️ ต้นที่ได้อาจมีลักษณะต่างจากต้นแม่ · มีรากแก้ว
👉 ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่ เหมาะกับผู้ที่ต้องการต้นจำนวนมากและมีสารกระตุ้นการงอก
💡 สรุปให้เลือกง่าย ๆ:

• มือใหม่ / อยากได้ต้นเหมือนต้นแม่ → ปักชำกิ่ง ตัดยอดยาว 5-8 ซม. ริดใบล่างออก ปักในดินผสมทราย วางในที่ร่มรำไรจนรากเดิน แล้วค่อยย้ายออกแดด

• อยากคลุมดินพื้นที่กว้าง → ปักชำหลายกิ่งพร้อมกัน ง่ายกว่าเพาะเมล็ด เพราะเมล็ดต้องกระตุ้นการงอกก่อน

การดูแลรักษาต้นใบต่อก้าน

ปัจจัย การดูแล
แสง แดดจัดตลอดวัน ต้นที่ได้แสงไม่พอมักยืดและออกดอกน้อย
น้ำ น้อยถึงปานกลาง รดเมื่อหน้าดินแห้ง ต้นในกระถางแห้งเร็วกว่าต้นที่ลงดิน ต้องตรวจบ่อยกว่าในหน้าร้อน
ดิน ดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี ไม่ชอบดินเหนียวแน่นหรือน้ำขัง
ปุ๋ย ต้องการน้อย ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอปริมาณเล็กน้อยเดือนละครั้งในช่วงเจริญเติบโต ใส่มากเกินจะได้ใบเยอะแต่ดอกน้อย
ตัดแต่ง ตัดยอดที่ยืดยาวเกินออกเพื่อกระตุ้นให้แตกกิ่งแน่นขึ้น ยอดที่ตัดนำไปปักชำต่อได้เลย
การใช้กรรไกรตัดแต่งกิ่งใบต่อก้านในกระถาง

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้

อาการ สาเหตุและวิธีแก้
ไม่เห็นดอกเลย อาจมาดูช่วงบ่ายหรือเย็นซึ่งดอกหุบแล้ว ให้ลองดูช่วงเช้า ถ้าช่วงเช้าก็ยังไม่มีดอก สาเหตุที่พบบ่อยคือแสงไม่พอ ให้ย้ายไปจุดที่แดดจัดขึ้น และตรวจเรื่องอื่นประกอบ เช่น ใส่ปุ๋ยมากเกิน ดินแฉะจนรากไม่แข็งแรง หรือต้นเพิ่งย้ายปลูกและยังไม่ตั้งตัว
ต้นยืดโปร่ง ใบห่าง แสงน้อยหรือใส่ปุ๋ยมากเกิน ย้ายไปที่แดดจัด ลดปุ๋ย และตัดยอดให้แตกกิ่งใหม่
โคนเน่า ต้นยุบในหน้าฝน ดินอุ้มน้ำหรือน้ำขัง เปลี่ยนเป็นดินผสมทราย ยกกระถางให้พ้นพื้น และงดรดน้ำช่วงฝนชุก

การรดน้ำลงดินบริเวณโคนต้นใบต่อก้านในกระถาง

สรรพคุณตามตำรายา

ใบต่อก้านเป็นสมุนไพรพื้นบ้านทั้งในไทยและเอเชียใต้ ตำรายาไทยใช้ทั้งต้นเป็นยาขมเจริญอาหาร เป็นยาบำรุง แก้ไข้ และแก้บิด ส่วนในอายุรเวทของอินเดีย ใบต่อก้านเป็นหนึ่งในพืชที่ใช้เป็นแหล่งของสมุนไพร Shankhpushpi ซึ่งใช้เป็นยาบำรุงสมอง และมีงานวิจัยในสัตว์ทดลองศึกษาฤทธิ์ด้านความจำอยู่บ้าง แต่ยังไม่มีการศึกษาทางคลินิกในคนที่เพียงพอจะยืนยันผล

⚠️ ก่อนใช้เป็นยา: ควรปรึกษาแพทย์หรือแพทย์แผนไทยก่อน โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่ให้นมบุตร และผู้ที่ใช้ยาประจำ เพราะยังขาดข้อมูลความปลอดภัยในกลุ่มนี้

*ข้อมูลสรรพคุณอ้างอิงตำรายาพื้นบ้านและงานวิจัยเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

ความเป็นพิษต่อคนและสัตว์เลี้ยง

ยังไม่พบข้อมูลยืนยันว่าใบต่อก้านเป็นพิษหรือปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง จากการตรวจฐานข้อมูลพืชมีพิษของ ASPCA และ Pet Poison Helpline เมื่อกันยายน 2569 ไม่พบรายการของใบต่อก้าน (Evolvulus alsinoides)

กลุ่ม ข้อมูลที่มี
สุนัขและแมว ยังไม่พบข้อมูลยืนยัน · ไม่มีรายการใน ASPCA และ Pet Poison Helpline
คน ยังไม่พบข้อมูลยืนยันจากแหล่งอ้างอิงด้านพิษวิทยา · ตำรายาไทยใช้ทั้งต้นเป็นยา
งานวิจัยที่มี ทดสอบสารสกัดเอทานอลในหนูทดลองตามแนวทาง OECD ไม่พบการตายหรือความผิดปกติของอวัยวะที่ขนาดสูงสุด 2,000 มก./กก. แต่เป็นผลของสารสกัดในสัตว์ทดลอง ไม่ใช่การรับรองว่ากินต้นสดได้อย่างปลอดภัย
⚠️ อย่าสับสนกับมอร์นิ่งกลอรี่: รายการ Morning Glory ที่ ASPCA ระบุว่าเป็นพิษต่อสุนัขและแมว คือพืชสกุล Ipomoea ซึ่งเป็นคนละสกุลกับใบต่อก้าน แม้ชื่อสามัญภาษาอังกฤษของใบต่อก้านจะมีคำว่า Morning Glory ก็ตาม ข้อมูลพิษของ Ipomoea จึงใช้แทนใบต่อก้านไม่ได้

ถ้าบ้านมีสัตว์เลี้ยงที่ชอบกัดแทะต้นไม้ ควรวางให้พ้นจากการเข้าถึง และถ้ากินเข้าไปแล้วมีอาการผิดปกติให้ปรึกษาสัตวแพทย์

ราคาและแหล่งซื้อต้นใบต่อก้าน

ขนาด ราคาโดยประมาณ
กระถาง 4 นิ้ว ราว 120 บาท (ไม่รวมค่าส่ง)
กระถาง 6 นิ้ว กำลังออกดอก ราว 190 บาท

*ราคาจากประกาศขายออนไลน์ 3 ร้านที่พบเมื่อกันยายน 2569 ราคาต่างกันตามขนาดกระถาง ขนาดพุ่ม จำนวนต้นต่อกระถาง และค่าขนส่ง

  • ออนไลน์: Shopee, NanaGarden และเพจร้านต้นไม้บน Facebook
  • หน้าร้าน: ร้านไม้ดอกไม้ประดับ สอบถามในกลุ่มไม้คลุมดินหรือไม้กระถางแขวน
  • ขอจากคนรู้จัก: ถ้ามีคนปลูกอยู่แล้ว ขอกิ่งไปปักชำได้โดยไม่ต้องซื้อ

ต้นใบต่อก้านในกระถางแขวนสีครีม กิ่งและดอกห้อยลงข้างกระถาง

บทสรุป

ต้นใบต่อก้าน (Evolvulus alsinoides) คือพืชพื้นเมืองที่กลายเป็นไม้คลุมดินดอกม่วงยอดนิยม เพราะปลูกง่าย ทนแดด ใช้น้ำน้อย และให้ดอกใหม่ทุกเช้า หัวใจของการปลูกให้สวยมีแค่ แดดจัด ดินปนทรายที่ระบายน้ำดี และไม่ให้น้ำขัง ส่วนเรื่องที่ควรจำก่อนซื้อคือให้ดูที่ดอกเป็นหลัก ใบต่อก้านมีดอกเล็กชูบนก้านเรียวยาว ต่างจากพืชที่ใช้ชื่อฟ้าประดิษฐ์ และอย่าตัดสินจากรูปร่างใบอย่างเดียว

👉 อ่านเพิ่มเติม: วิธีปลูกไม้ดอกในกระถาง | การปักชำฉบับมือใหม่ | โรสแมรี่ สมุนไพรปลูกกระถางกลางแดด


เขียนโดย: ทีมงาน Kasetidea
แหล่งอ้างอิง: Plants of the World Online (Kew) · World Flora Online · Ketjarun et al. (2016) มหาวิทยาลัยมหิดล-Kew · Yadav et al. (2019) การศึกษาความเป็นพิษ · ASPCA Toxic and Non-Toxic Plants · Pet Poison Helpline · องค์การสวนพฤกษศาสตร์ · สมุนไพรดอทคอม · Wikipedia: Convolvulus sabatius · NC State Extension (E. glomeratus) · POWO: Evolvulus nummularius · งานวิจัยการงอกของเมล็ดใบต่อก้าน · งานวิจัยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (2024) · บ้านและสวน · Ahrefs Keywords Explorer (ยอดค้นหาประเทศไทย ดึงข้อมูล 25 ก.ย. 2569)
อัปเดตล่าสุด: กันยายน 2569

🌱 ปลูกต้นไม้อยู่แล้ว อยากมีรายได้เพิ่ม?

เปลี่ยนต้นไม้ที่คุณปลูกให้เป็นรายได้ เปิดร้านบน KASETIDEA Market ได้ง่ายๆ ไม่กี่นาที มีหน้าร้านออนไลน์ของตัวเอง ให้ลูกค้าทั่วประเทศหาคุณเจอ

ลงขายต้นไม้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

+ ต้นใบต่อก้านคืออะไร มีลักษณะอย่างไร?

ใบต่อก้านคือไม้ล้มลุกขนาดเล็กในวงศ์ผักบุ้ง ชื่อวิทยาศาสตร์ Evolvulus alsinoides เป็นพืชพื้นเมืองที่พบในเขตร้อนทั่วโลกรวมทั้งไทย ลำต้นเรียวเลื้อยยาว 10-40 ซม. มีขนนุ่ม ใบเล็กยาว 0.5-2.5 ซม. รูปร่างแปรผันตั้งแต่เรียวยาวถึงค่อนข้างกลม แทบไม่มีก้านใบ ดอกสีม่วงอมฟ้าขนาด 7-10 มม. ชูอยู่บนก้านเรียวยาว เดิมถือเป็นวัชพืชและสมุนไพรพื้นบ้าน ปัจจุบันนิยมปลูกเป็นไม้คลุมดินและไม้กระถางห้อย

+ ต้นใบต่อก้านกับต้นฟ้าประดิษฐ์ต่างกันอย่างไร?

เป็นพืชคนละชนิด ใบต่อก้าน (Evolvulus alsinoides) มีดอกเล็ก 7-10 มม. สีม่วงอมฟ้าชูอยู่บนก้านเรียวยาว 1.5-3.5 ซม. ส่วนชื่อฟ้าประดิษฐ์ในไทยถูกใช้เรียกพืช 2 ชนิด คือ Evolvulus glomeratus ซึ่งอยู่สกุลเดียวกัน ใบมีขนสีเทาและดอกออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด กับ Convolvulus sabatius ซึ่งเป็นคนละสกุลและมีดอกใหญ่ 1.5-3 ซม. กลางดอกขาว ก่อนซื้อควรขอดูรูปดอกที่กำลังบาน เพราะบางร้านเรียกชื่อปนกัน

+ ต้นใบต่อก้านปลูกอย่างไรให้ดอกดก?

ปลูกในจุดที่ได้แดดจัดตลอดวัน ใช้ดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำดีแต่ยังเก็บความชื้นได้พอเหมาะ รดน้ำเมื่อหน้าดินแห้งและอย่าให้น้ำขัง ใส่ปุ๋ยเพียงเล็กน้อยเพราะปุ๋ยมากจะได้ใบมากแต่ดอกน้อย และตัดยอดที่ยืดยาวเพื่อให้แตกกิ่งแน่นขึ้น ถ้าปลูกเป็นไม้คลุมดินให้เว้นระยะให้กิ่งแผ่ถึงกันได้

+ ทำไมดอกใบต่อก้านหุบ หรือไม่เห็นดอกเลย?

ดอกใบต่อก้านบานในช่วงเช้าและเริ่มหุบในช่วงบ่ายถึงเย็น รวมถึงหุบในวันที่ฟ้าครึ้มหรือฝนตก ซึ่งเป็นธรรมชาติของพืชสกุลนี้ ไม่ได้แปลว่าต้นป่วย ถ้าลองดูช่วงเช้าแล้วยังไม่มีดอก สาเหตุที่พบบ่อยคือแสงไม่พอ ควรย้ายไปจุดที่ได้แดดเต็มที่ และตรวจเรื่องปุ๋ย ความชื้นของดิน และความสมบูรณ์ของต้นประกอบ

+ ต้นใบต่อก้านขยายพันธุ์อย่างไร ราคาเท่าไหร่?

วิธีที่เหมาะกับผู้ปลูกทั่วไปคือปักชำกิ่งยอดยาว 5-8 ซม. ในดินผสมทราย ซึ่งรักษาลักษณะของต้นแม่ไว้ได้ ส่วนการเพาะเมล็ดทำได้ยากกว่า เพราะเมล็ดมีการพักตัวและต้องกระตุ้นการงอกก่อน ราคาต้นในกระถาง 4 นิ้วราว 120 บาท และกระถาง 6 นิ้วที่กำลังออกดอกราว 190 บาท จากประกาศขายออนไลน์ที่พบเมื่อกันยายน 2569

แชร์หน้านี้ให้เพื่อน
Facebook LINE X

ความคิดเห็นและคำถาม