ดอกชบาแดงบานสะพรั่ง กลีบดอก 5 กลีบสีแดงสด เกสรยาวชูขึ้นตรงกลาง ปลายเกสรสีเหลืองทอง

ชบา

Hibiscus × rosa-sinensis L.

ชื่อสามัญ: Chinese Hibiscus, China Rose, Shoe Flower, Hawaiian Hibiscus, Rose Mallow, Shoeblack Plant

วงศ์: Malvaceae | ถิ่นกำเนิด: ลูกผสมที่สร้างขึ้นโดยชาวโพลีนีเซียในแปซิฟิกใต้ (H. cooperi × H. kaute)

ปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง ไม้ดอก

การรดน้ำ

รดน้ำปานกลาง (2-3 วันครั้ง)

แสงแดด

แสงแดดโดยตรง

ระดับความยาก

ง่าย - เหมาะสำหรับมือใหม่

อุณหภูมิ

18-30°C เหมาะสมที่สุด

ความสูง

2.5-5 เมตร

การเจริญเติบโต

ปานกลาง

📌

สรุปสั้น (TL;DR)

อ่าน 30 วินาที
  • 1 ชบา (*Hibiscus × rosa-sinensis*) ราชินีไม้ดอกเมืองร้อน เป็นลูกผสมที่ชาวโพลีนีเซียสร้างขึ้น ไม่ได้มาจากจีน
  • 2 ดอกใหญ่ 10-15 ซม. มีหลายสี ออกดอกตลอดทั้งปี มีทั้งกลีบเดี่ยวและกลีบซ้อน
  • 3 ชอบแดดจัด 6-8 ชม./วัน รดน้ำวันละครั้ง ใส่ปุ๋ยเดือนละ 1 ครั้ง ไม่ชอบน้ำขัง
  • 4 ดอกไม้ประจำชาติมาเลเซีย และหมู่เกาะโซโลมอน (ไม่ใช่ดอกไม้ประจำรัฐฮาวาย)
  • 5 ราคาเริ่มต้น 29-100 บาท (กิ่งชำ) ถึง 200-600 บาท (พันธุ์ซ้อนสีพิเศษ)

ข้อมูลทั่วไป

ชบา (Hibiscus × rosa-sinensis) คือไม้ดอกเมืองร้อนที่ได้รับการยกย่องเป็น “ราชินีแห่งไม้ดอกเมืองร้อน” (Queen of Tropical Flowers) มีดอกขนาดใหญ่สีสันสดใส ออกดอกได้ตลอดทั้งปี จัดเป็นพืชในวงศ์ชบา (Malvaceae) นิยมปลูกเป็นไม้ประดับและทำรั้วในบ้านเรือนทั่วประเทศไทย รวมถึงเป็นดอกไม้ประจำชาติของประเทศมาเลเซีย

ข้อมูลพื้นฐานของต้นชบา

🌺 ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์
ชื่อวิทยาศาสตร์ Hibiscus × rosa-sinensis L.
วงศ์ Malvaceae (วงศ์ชบา)
ชื่อสามัญ Chinese Hibiscus, China Rose, Shoe Flower
ชื่อท้องถิ่น ชุมเบา (ปัตตานี), ใหม่/ใหม่แดง (เหนือ), บา (ใต้)
ถิ่นกำเนิด ลูกผสมที่สร้างขึ้นโดยชาวโพลีนีเซียในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้
ความสูง 2.5-5 เมตร
ทรงพุ่ม 1.5-3 เมตร
ประเภท ไม้พุ่มยืนต้น ไม่ผลัดใบ
💡 รู้หรือไม่: ชื่อ “rosa-sinensis” แปลว่า “กุหลาบแห่งจีน” แต่จริงๆ แล้วชบาไม่ได้มาจากจีน และไม่ใช่ญาติกับกุหลาบ! งานวิจัยปี 2024 พบว่าชบาเป็นลูกผสมที่ชาวโพลีนีเซียสร้างขึ้นจากการผสม Hibiscus cooperi (วานูอาตู) กับ Hibiscus kaute (เฟรนช์โปลินีเซีย) ไม่เคยพบขึ้นในธรรมชาติ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นชบา

ลำต้นและกิ่งก้าน

ชบาเป็นไม้พุ่มขนาดกลางถึงใหญ่ ลำต้นตั้งตรง เปลือกสีเทาอ่อน แตกกิ่งก้านสาขาหนาแน่น ในธรรมชาติสามารถเติบโตได้สูงถึง 4-5 เมตร แต่หากปลูกในกระถางหรือตัดแต่งสม่ำเสมอจะควบคุมความสูงได้ที่ 1.5-2.5 เมตร

ใบ

ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่หรือรูปรี ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ใบมีขนาดกว้าง 2-5 ซม. ยาว 7-10 ซม. สีเขียวเข้มเป็นมัน เมื่อขยี้ใบจะให้น้ำเมือกเหนียวซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพืชวงศ์นี้

ดอก

ดอกขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 10-15 ซม. (4-6 นิ้ว) ออกเดี่ยวๆ ตามซอกใบ มีทั้งแบบกลีบชั้นเดียว (5 กลีบ) และกลีบซ้อนหลายชั้น กลีบดอกบางนุ่ม ตรงกลางมีเกสรเพศผู้เชื่อมติดกันเป็นหลอดยาวชูขึ้นเหนือดอก ปลายหลอดมีอับเรณูสีเหลืองทอง สีดอกหลากหลายตั้งแต่แดง ชมพู ส้ม เหลือง ขาว ม่วง และหลายเฉดสีผสม ดอกบานอยู่ได้ 1-2 วัน

⚠️ หมายเหตุ: ชบาแบบกลีบซ้อนมักไม่ค่อยติดผลเนื่องจากเกสรถูกแปลงเป็นกลีบดอก การขยายพันธุ์จึงนิยมใช้วิธีปักชำหรือเสียบยอดแทน

ระบบราก

ชบามีระบบรากแก้วหยั่งลึก พร้อมรากฝอยแผ่กระจายหาอาหาร ทำให้ทนแล้งได้ดีเมื่อตั้งตัวแล้ว และไม่ก่อปัญหาทำลายโครงสร้างบ้านหรือรากกระจายรุกรานพื้นที่

สายพันธุ์ชบาที่นิยมปลูกในประเทศไทย

🌺 ชบาแดงโบราณ

สายพันธุ์ดั้งเดิมที่พบทั่วไป ดอกสีแดงสด กลีบชั้นเดียว 5 กลีบ ทนทาน เลี้ยงง่าย ออกดอกดก

🌸 ชบาซ้อน (Hibiscus Hybrid)

ดอกชบาซ้อนหลายสี ชมพู ส้ม เหลือง แดง กลีบดอกซ้อนหลายชั้นสวยงาม

 

พันธุ์ลูกผสมที่ได้รับความนิยมสูง กลีบดอกซ้อนหลายชั้น มีหลากสี เช่น ชมพู ส้ม เหลือง แดง ดอกใหญ่สะดุดตา

🍃 ชบาด่าง / ชบาสามสี (Snowflake Hibiscus)

ต้นชบาด่างใบสามสี เขียว ขาว ชมพู พร้อมดอกสีแดง ปลูกในกระถางดินเผา

ชื่อวิทยาศาสตร์ Hibiscus rosa-sinensis ‘Cooperi’ ใบด่างสีเขียว ขาว ชมพู ปลูกเป็นไม้ประดับใบและดอก ทนแดดจัด

🍁 ชบาเมเปิ้ล (Abutilon pictum)

แม้เรียกว่า “ชบา” แต่เป็นพืชต่างสกุล ใบคล้ายใบเมเปิ้ล ดอกห้อยลง นิยมปลูกประดับในกระถาง

ดอกชบากับสถานะทางวัฒนธรรม

🏆 ดอกไม้ประจำชาติและรัฐ
🇲🇾 มาเลเซีย Hibiscus × rosa-sinensis สีแดง เรียกว่า “บุหงารายา” (Bunga Raya) เป็นดอกไม้ประจำชาติ
🇸🇧 หมู่เกาะโซโลมอน Hibiscus เป็นดอกไม้ประจำชาติ
🇭🇹 เฮติ Hibiscus × rosa-sinensis เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติ (ไม่เป็นทางการ)
🌴 ฮาวาย (สหรัฐฯ) Hibiscus brackenridgei (ชบาสีเหลือง/Ma’o hau hele) ประกาศเป็นดอกไม้ประจำรัฐเมื่อ 6 มิถุนายน 1988 — ไม่ใช่ชบาจีน

วิธีปลูกต้นชบา

การเตรียมดินและกระถาง

ชบาเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ระบายน้ำดี pH เป็นกรดเล็กน้อยถึงเป็นกลาง (6.0-7.0) สูตรดินผสมที่แนะนำ ได้แก่ ดินร่วน 1 ส่วน : แกลบดิบ 2 ส่วน : แกลบเผา 2 ส่วน : ขุยมะพร้าว 2 ส่วน : ปุ๋ยคอก 1 ส่วน หากปลูกลงดินควรเลือกพื้นที่โล่งได้รับแสงแดดเต็มที่

การปลูกต้นชบา มือจับต้นกล้าชบาพร้อมตุ้มดิน หลุมปลูกเตรียมไว้พร้อมดินผสม

ขั้นตอนการปลูก

  1. เลือกตำแหน่งปลูก — เลือกบริเวณที่ได้รับแสงแดดจัดอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง/วัน ห่างจากกำแพงหรือต้นไม้ใหญ่ที่บังแสง
  2. เตรียมหลุมปลูก — ขุดหลุมกว้างและลึกกว่าตุ้มดิน 1.5-2 เท่า ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรองก้นหลุม
  3. ย้ายต้นลงปลูก — แกะถุงดำออกอย่างระวังไม่ให้ดินแตก วางต้นให้โคนต้นอยู่ระดับผิวดินเดิม กลบดินกดให้แน่น
  4. รดน้ำให้ชุ่ม — รดน้ำทันทีหลังปลูกให้ชุ่มทั่วถึง ช่วงแรกรดน้ำทุกวันจนกว่าต้นจะตั้งตัว (2-3 สัปดาห์)
  5. คลุมโคนต้น — ใช้ฟางหรือใบไม้แห้งคลุมโคนต้นเพื่อรักษาความชื้นและป้องกันวัชพืช

การดูแลรักษาต้นชบา

การรดน้ำต้นชบา น้ำฉีดพ่นละอองบนใบและดอกชบาแดงในสวน แสงเช้า

การรดน้ำ

💧 ตารางการรดน้ำ
ฤดูร้อน รดน้ำวันละ 1 ครั้ง ช่วงเช้าหรือเย็น
ฤดูฝน รดน้ำเมื่อดินแห้ง อาจวันเว้นวันหรือน้อยกว่า
ฤดูหนาว รดน้ำ 2-3 วัน/ครั้ง ตามความชื้นในดิน
วิธีตรวจสอบ จิ้มนิ้วลงดินลึก 2-3 ซม. ถ้าดินแห้งให้รดน้ำ
⚠️ ข้อควรระวัง: ชบาไม่ชอบดินแฉะ น้ำขัง หากรดน้ำมากเกินไปจะทำให้รากเน่าและใบเหลืองร่วง ควรให้น้ำพอชุ่มและดินระบายน้ำได้ดี

แสงแดด

ชบาเป็นพืชที่ต้องการแสงแดดจัด ควรได้รับแสงแดดโดยตรงอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง/วัน ยิ่งได้รับแสงมากยิ่งออกดอกดก สีสันสดใส หากปลูกในที่ร่มหรือแสงน้อย ต้นจะยืดสูง ใบเขียวซีด ออกดอกน้อยหรือไม่ออกเลย

การใส่ปุ๋ย

ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ หากต้องการเร่งดอก ใช้ปุ๋ยเคมีสูตรเร่งดอก เช่น สูตร 8-24-24 หรือ 15-30-15 ทุก 10-14 วัน ควรรดน้ำก่อนใส่ปุ๋ยเพื่อป้องกันรากไหม้ และหลีกเลี่ยงปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) เพราะทำให้ต้นอ่อนแอ

การตัดแต่งกิ่ง

ตัดแต่งกิ่งเป็นประจำเพื่อกระตุ้นการแตกยอดใหม่และออกดอกถี่ขึ้น เนื่องจากดอกชบาออกที่ปลายกิ่งอ่อน การตัดแต่งควรทำหลังฤดูดอกหรือตัดกิ่งที่แห้ง กิ่งเป็นโรค กิ่งไขว้กันออก โดยตัดเหนือตาที่หันออกนอกทรงพุ่ม

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข

ปัญหาต้นชบา ใบเหลือง ใบจุด เพลี้ยแป้งสีขาวเกาะที่กิ่ง เทียบกับใบสุขภาพดี

🍂 ใบเหลืองและใบร่วง

สาเหตุ: รดน้ำมากเกินไป น้ำขัง ดินแน่นระบายน้ำไม่ดี หรือขาดธาตุอาหาร

วิธีแก้: ลดความถี่การรดน้ำ ปรับปรุงดินให้ระบายน้ำดีขึ้น เติมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยเคมีสูตรครบธาตุ ตัดใบเหลืองทิ้ง

🐛 เพลี้ยแป้งและเพลี้ยหอย

อาการ: พบแมลงตัวเล็กสีขาวเกาะตามกิ่ง ใบ ยอดอ่อน ดูดน้ำเลี้ยง ใบเหี่ยว ต้นอ่อนแอ อาจมีราดำตามมา

วิธีแก้: ฉีดน้ำแรงๆ ล้างออก ใช้น้ำสบู่เจือจาง หรือฉีดพ่นยากำจัดแมลงตามฉลาก เช่น มาลาไธออน ไดอาซินอน

🦟 แมลงหวี่ขาว

อาการ: แมลงตัวเล็กสีขาวบินวนเมื่อสะเทือนใบ ดูดน้ำเลี้ยงจากใบและยอดอ่อน เป็นพาหะนำโรคใบหงิก (ไวรัส)

วิธีแก้: ใช้กับดักกาวเหนียวสีเหลือง ฉีดพ่นน้ำส้มควันไม้หรือสารสกัดสะเดา หรือยาฆ่าแมลงตามคำแนะนำ

🔴 โรคใบจุด

อาการ: ใบมีจุดสีน้ำตาลหรือดำ ขอบจุดมีวงสีเหลือง พบบ่อยในฤดูฝนที่มีความชื้นสูง

วิธีแก้: ตัดใบที่เป็นโรคทิ้ง หลีกเลี่ยงการรดน้ำให้เปียกใบ ฉีดพ่นยาป้องกันเชื้อราตามคำแนะนำ

🌀 หนอนกัดกินดอก

อาการ: ดอกตูมถูกกัดเสียหาย กลีบดอกเว้าแหว่ง ไม่บานหรือบานไม่สวย

วิธีแก้: ตรวจหาและเก็บหนอนทิ้งด้วยมือ ฉีดพ่นเชื้อ Bt (Bacillus thuringiensis) หรือยากำจัดหนอน

ราคาและแหล่งซื้อต้นชบา

💰 ราคาต้นชบา (ประมาณการ ธันวาคม 2568)
กิ่งชำ / ต้นเล็ก 29-100 บาท
ต้นขนาดกลาง (กระถาง 6-8 นิ้ว) 100-300 บาท
ต้นขนาดใหญ่ 300-800 บาท
พันธุ์หายาก / ชบาด่าง 150-500 บาท
ชบาซ้อนสีพิเศษ 200-600 บาท

แหล่งซื้อ

  • ออนไลน์: Shopee, Lazada มีหลายร้านจำหน่าย เช่น รักชบา (Ruk Chaba), Mali9garden
  • ตลาดต้นไม้: ตลาดนัดจตุจักร (ศุกร์-อาทิตย์), ตลาดต้นไม้คลองเตย, ตลาดต้นไม้ในท้องถิ่น
  • ร้านต้นไม้: ร้านต้นไม้ตามห้างสรรพสินค้า, ร้านวัสดุก่อสร้างที่มีโซนสวน
💡 เคล็ดลับการเลือกซื้อ: เลือกต้นที่ใบเขียวสด ไม่มีรอยโรคหรือแมลง ลำต้นแข็งแรง มีราคตูมหรือกำลังออกดอก และตรวจสอบว่าได้สายพันธุ์ที่ต้องการจริง

สรรพคุณและประโยชน์ของดอกชบา

ชาดอกชบาสีแดงทับทิมในแก้วใส ดอกชบาสดและกลีบแห้งวางประดับ

ประโยชน์ทางยาสมุนไพร

ตามตำราอายุรเวทและยาสมุนไพรไทย ส่วนต่างๆ ของชบามีสรรพคุณ ได้แก่ ดอกชบาช่วยดับร้อนใน แก้ไข้ แก้กระหาย บำรุงผิวพรรณ ช่วยเรื่องระบบสืบพันธุ์สตรี เช่น ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ รากชบาใช้ต้มดื่มช่วยเจริญอาหาร ใบชบาใช้สระผมให้ดกดำเงางาม เปลือกต้นใช้รักษาโรคผิวหนังจากเชื้อรา และใบใช้พอกแก้แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก

⚠️ คำเตือน: การใช้ชบาเป็นยาสมุนไพรควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ มีงานวิจัยพบว่าสารสกัดจากชบามีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนและอาจมีผลต่อการตั้งครรภ์ สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตรไม่ควรรับประทาน

ประโยชน์อื่นๆ

  • ไม้ประดับ: ปลูกเป็นรั้ว ทำสวน จัดแต่งภูมิทัศน์
  • ดอกกินได้: ใช้แต่งจานอาหาร ทำชา ในหมู่เกาะแปซิฟิกใช้ประกอบอาหาร
  • สีย้อม: กลีบดอกใช้ย้อมผม ย้อมผ้า ขัดรองเท้า (จึงได้ชื่อ Shoe Flower)
  • ดอกไม้บูชา: ในอินเดียใช้บูชาเทพเจ้า โดยเฉพาะพระพิฆเนศและเจ้าแม่กาลี
  • เปลือกต้น: ทำเชือก ทอกระสอบ ทำกระดาษ

การขยายพันธุ์ชบา

การปักชำกิ่ง

เป็นวิธีที่นิยมที่สุดเพราะง่ายและได้ต้นที่เหมือนต้นแม่ทุกประการ ตัดกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน (สีเขียวอมน้ำตาล) ยาว 15-20 ซม. ริดใบล่างออกเหลือ 2-3 ใบบน จุ่มโคนกิ่งในฮอร์โมนเร่งราก ปักในดินผสมทรายหรือขุยมะพร้าว รดน้ำสม่ำเสมอ วางในที่ร่มรำไร ประมาณ 4-6 สัปดาห์ก็ออกราก

การเสียบยอด/ติดตา

ใช้เมื่อต้องการเปลี่ยนพันธุ์หรือขยายพันธุ์หายาก โดยใช้ต้นตอที่แข็งแรงเป็นฐาน นำยอดหรือตาของพันธุ์ที่ต้องการมาเสียบหรือติด วิธีนี้ต้นจะเจริญเติบโตเร็วและแข็งแรงกว่าการปักชำ

💡 เคล็ดลับ: ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการขยายพันธุ์คือต้นฤดูฝน (พ.ค.-มิ.ย.) เพราะอากาศชื้นช่วยให้กิ่งออกรากได้ดี

ความเชื่อเกี่ยวกับต้นชบา

ในประเทศไทย มีความเชื่อบางกลุ่มว่าไม่ควรปลูกชบาในบริเวณบ้าน โดยอ้างว่าเคยใช้เป็นพวงมาลัยคล้องคอนักโทษในสมัยโบราณ อย่างไรก็ตาม ความเชื่อนี้ไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน และในหลายประเทศชบากลับเป็นสัญลักษณ์ของความงาม ความรุ่งเรือง และใช้บูชาเทพเจ้า คนไทยจำนวนมากยังคงนิยมปลูกชบาตามแนวรั้วบ้านหรือในสวนโดยไม่มีปัญหา

สำหรับผู้ที่เชื่อเรื่องฮวงจุ้ย ชบาสีแดงถือเป็นไม้มงคลเสริมพลังไฟ เหมาะปลูกทางทิศใต้ของบ้านเพื่อเสริมชื่อเสียง หน้าที่การงาน และโชคลาภ บางตำราแนะนำให้ปลูกคู่กับดาวเรืองเพื่อเสริมความเจริญรุ่งเรือง

บทสรุป

ชบา (Hibiscus × rosa-sinensis) เป็นไม้ดอกเมืองร้อนที่มีความสวยงามและปลูกดูแลง่าย เหมาะสำหรับสภาพอากาศประเทศไทย ออกดอกได้ตลอดทั้งปีหากได้รับแสงแดดเพียงพอ มีหลากหลายสายพันธุ์และสีสันให้เลือก ทั้งแบบกลีบเดี่ยวและกลีบซ้อน นอกจากความสวยงามแล้ว ชบายังมีคุณค่าทางวัฒนธรรมเป็นดอกไม้ประจำชาติของหลายประเทศ และมีสรรพคุณทางยาสมุนไพร ใครที่กำลังมองหาไม้ดอกประดับบ้านที่ดูแลง่ายและออกดอกสวยตลอดปี ชบาคือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม

👉 อ่านเพิ่มเติม: ต้นพุดตาน ไม้ดอกวงศ์เดียวกับชบา

👉 อ่านเพิ่มเติม: วิธีรดน้ำต้นไม้อย่างถูกวิธี

👉 อ่านเพิ่มเติม: คู่มือการใส่ปุ๋ยต้นไม้


แหล่งอ้างอิง: Braglia et al. (2024) Pacific Science, Wikipedia (Hibiscus × rosa-sinensis), Plants of the World Online (Kew Gardens), World Flora Online, North Carolina Extension, Hawaiian Hibiscus Wikipedia, Hawaii State Government (DLNR), มูลนิธิหมอชาวบ้าน, medthai.com, farmkaset.org
อัปเดตล่าสุด: ธันวาคม 2568

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

+ ต้นชบาปลูกยากไหม?

ปลูกและดูแลง่ายมาก เหมาะกับมือใหม่ ขอเพียงให้แสงแดดจัด รดน้ำสม่ำเสมอ ดินระบายน้ำดี ไม่แฉะ ก็เติบโตดีและออกดอกตลอดปี

+ ต้นชบาต้องรดน้ำบ่อยแค่ไหน?

ในฤดูร้อนรดน้ำวันละ 1 ครั้ง ช่วงเช้าหรือเย็น ฤดูฝนรดเมื่อดินแห้ง ตรวจสอบโดยจิ้มนิ้วลงดินลึก 2-3 ซม. ถ้าแห้งค่อยรดน้ำ หลีกเลี่ยงน้ำขัง

+ ชบาชอบแดดไหม?

ชบาชอบแสงแดดจัดมาก ต้องการแดดอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง/วัน ยิ่งได้แดดมากยิ่งออกดอกดก สีสด หากอยู่ที่ร่มจะยืดสูง ใบซีด ออกดอกน้อยหรือไม่ออกเลย

+ ดอกชบากินได้ไหม?

กินได้ ดอกชบาใช้แต่งจานอาหาร ทำชา ในหมู่เกาะแปซิฟิกใช้ประกอบอาหารสลัด แต่สตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทานเนื่องจากมีสารออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมน

+ ต้นชบาปลูกหน้าบ้านได้ไหม?

ปลูกได้ ความเชื่อว่าห้ามปลูกชบาในบ้านไม่มีหลักฐานยืนยัน หลายประเทศถือชบาเป็นดอกไม้มงคล คนไทยจำนวนมากปลูกตามแนวรั้วโดยไม่มีปัญหา

+ ขยายพันธุ์ชบาทำอย่างไร?

ขยายพันธุ์ได้หลายวิธี นิยมที่สุดคือการปักชำกิ่ง ตัดกิ่งกึ่งแก่ยาว 15-20 ซม. ริดใบล่างออก จุ่มฮอร์โมนเร่งราก ปักในดินผสมทรายหรือขุยมะพร้าว รดน้ำสม่ำเสมอ ประมาณ 4-6 สัปดาห์ก็ออกราก

ความคิดเห็นและคำถาม