ไฮเดรนเยีย

ไฮเดรนเยีย

Hydrangea macrophylla (Thunb.) Ser.

ชื่อสามัญ: ไฮเดรนเยีย, ฮอร์เดนเชีย, ดอกสามเดือน, Bigleaf Hydrangea, Hortensia

วงศ์: Hydrangeaceae | ถิ่นกำเนิด: ญี่ปุ่น (พืชเฉพาะถิ่น)

ปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง ไม้ดอกไม้ประดับ

การรดน้ำ

รดน้ำบ่อย (ทุกวัน)

แสงแดด

แสงสว่างทางอ้อม

ระดับความยาก

ปานกลาง - ต้องการการดูแลพอสมควร

อุณหภูมิ

18-30°C เหมาะสมที่สุด

ความสูง

1-3 เมตร

การเจริญเติบโต

ปานกลาง

📌

สรุปสั้น (TL;DR)

อ่าน 30 วินาที
  • 1 ดอกไฮเดรนเยีย (*Hydrangea macrophylla*) ไม้ดอกเมืองหนาวจากญี่ปุ่น ช่อดอกใหญ่สีสันหลากหลาย
  • 2 เปลี่ยนสีตาม pH ดิน — ดินเป็นกรด = สีฟ้า/น้ำเงิน, ดินเป็นด่าง = สีชมพู/แดง
  • 3 ความหมาย = ขอบคุณที่เข้าใจ (Thank you for understanding) นิยมใช้ในงานมงคล
  • 4 ดูแลง่าย ชอบน้ำ ชอบแดดรำไร อุณหภูมิ 18-25°C ออกดอกดีช่วงหนาว
  • 5 เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง — มี Cyanogenic glycosides ควรวางให้พ้นมือเด็กและสัตว์
  • 6 ราคาเริ่มต้น 80-180 บาท (กิ่งชำ) ถึง 450-1,100 บาท (ต้นใหญ่ติดดอก)

ข้อมูลทั่วไป

ไฮเดรนเยีย (Hydrangea macrophylla) คือไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวในวงศ์ Hydrangeaceae ที่โดดเด่นด้วยช่อดอกขนาดใหญ่สีสันหลากหลาย ตั้งแต่สีฟ้า ม่วง ชมพู ไปจนถึงสีขาว โดยความพิเศษของดอกไม้ชนิดนี้คือสามารถเปลี่ยนสีได้ตามค่า pH ของดิน ทำให้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในการจัดสวนและจัดช่อดอกไม้ ไฮเดรนเยียยังมีความหมายดีเป็นตัวแทนคำขอบคุณและความเข้าใจ จึงนิยมนำมามอบให้ในโอกาสพิเศษต่างๆ

ข้อมูลทั่วไปของไฮเดรนเยีย

หัวข้อ รายละเอียด
🔬 ชื่อวิทยาศาสตร์ Hydrangea macrophylla (Thunb.) Ser.
🏷️ ชื่อสามัญ ไฮเดรนเยีย, ฮอร์เดนเชีย, ดอกสามเดือน, Bigleaf Hydrangea, Hortensia
👨‍👩‍👧 วงศ์ Hydrangeaceae
🌍 ถิ่นกำเนิด ญี่ปุ่น (พืชเฉพาะถิ่น) ปัจจุบันแพร่กระจายไปจีน เกาหลี และภูมิภาคอื่น
📏 ความสูง 1-3 เมตร
🌸 ฤดูออกดอก ฤดูร้อน-ฤดูใบไม้ร่วง (มิ.ย.-ก.ย. ในถิ่นกำเนิด) / ฤดูหนาว (พ.ย.-ก.พ. ในไทย)
⚠️ ความเป็นพิษ เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงและมนุษย์ (Cyanogenic glycosides)
⚠️ คำเตือนเรื่องความเป็นพิษ: ไฮเดรนเยียมีสารพิษ Cyanogenic glycosides ในทุกส่วนของต้น โดยเฉพาะใบและดอก หากสัตว์เลี้ยงหรือเด็กกินเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการอาเจียน ท้องเสีย และซึมเศร้า ควรวางให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ที่มาของชื่อไฮเดรนเยีย

ชื่อ “Hydrangea” มาจากภาษากรีก โดยประกอบจากคำว่า “Hydro” (ὕδωρ) แปลว่า น้ำ และ “Angeion” (ἀγγεῖον) แปลว่า ภาชนะหรือแจกัน รวมกันหมายถึง “ถ้วยน้ำ” ซึ่งอ้างอิงจากรูปทรงของฝักเมล็ดที่คล้ายถ้วยน้ำขนาดเล็ก ในต่างประเทศมักเรียกว่า “Hortensia” ส่วนคนไทยเรียกว่า “ดอกสามเดือน” หรือ “ดอกหกเดือน” ตามช่วงเวลาที่ดอกบาน

ไฮเดรนเยียเข้ามาสู่ประเทศไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เนื่องจากพระองค์ทรงโปรดปรานการนำดอกไม้นานาชนิดจากต่างประเทศมาปลูกในพระราชวัง ปัจจุบันสามารถพบเห็นทุ่ง ดอกไฮเดรนเยีย ได้ตามแหล่งท่องเที่ยวบนดอย เช่น โครงการหลวงดอยขุนแปะ และอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของไฮเดรนเยีย

ลำต้น

ไฮเดรนเยียเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง มีลำต้นเป็นทรงพุ่มกว้าง สูงประมาณ 1-3 เมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และการตัดแต่ง ลำต้นมีสีเขียวถึงน้ำตาลอ่อน ผิวเรียบ กิ่งก้านค่อนข้างเปราะ อาจเป็นไม้ผลัดใบหรือไม่ผลัดใบก็ได้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ

ใบ

ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่กว้างถึงรูปรี ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบหยักแบบฟันเลื่อย แผ่นใบค่อนข้างหนาและกว้าง ยาว 8-15 เซนติเมตร สีเขียวเข้ม เส้นใบเห็นชัดเจน

ดอก

ดอกไฮเดรนเยียระยะใกล้ แสดงช่อดอกประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอก 4 กลีบ สีฟ้าม่วงไล่เฉด

ดอกออกเป็นช่อกลมใหญ่ที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยเล็กๆ จำนวนมาก ขนาดช่อดอกประมาณ 10-20 เซนติเมตร ส่วนที่เห็นเป็นสีสันสดใสคือกลีบเลี้ยงที่ขยายใหญ่ขึ้น ไม่ใช่กลีบดอกแท้ ดอกมีทั้งแบบ Mophead (ช่อกลมแน่น) และแบบ Lacecap (ช่อแบน) สีดอกมีหลากหลายตั้งแต่สีขาว ชมพู ม่วง ฟ้า ไปจนถึงน้ำเงินเข้ม

ผล

ผลเป็นแคปซูลขนาดเล็ก รูปถ้วย ไม่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ มักขยายพันธุ์ด้วยการปักชำแทนการเพาะเมล็ด

ความมหัศจรรย์ของการเปลี่ยนสี ดอกไฮเดรนเยีย

จุดเด่นที่ทำให้ไฮเดรนเยียโดดเด่นกว่าดอกไม้ชนิดอื่นคือความสามารถในการเปลี่ยนสีดอกตามค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของดิน ซึ่งเกิดจากสารสี Delphinidin-3-glucoside กลุ่มแอนโทไซยานินที่ทำปฏิกิริยากับอะลูมิเนียมในดิน

การเปลี่ยนสีดอกไฮเดรนเยียตามค่า pH ดินเป็นกรดให้ดอกสีฟ้า ดินเป็นกลางให้สีม่วง ดินเป็นด่างให้สีชมพู

ค่า pH ของดิน สีดอกไฮเดรนเยีย
ดินเป็นกรด (pH < 6) 🔵 สีฟ้า ถึง น้ำเงินเข้ม (อะลูมิเนียมละลายน้ำได้ ต้นดูดซึมได้)
ดินเป็นกลาง (pH 6-7) 🟣 สีม่วง หรือ สีผสม (อะลูมิเนียมบางส่วน)
ดินเป็นด่าง (pH > 7) 🔴 สีชมพู ถึง แดง (อะลูมิเนียมถูกล็อค ต้นดูดซึมไม่ได้)
💡 เคล็ดลับเปลี่ยนสีดอก: หากต้องการดอกสีฟ้า ให้ใส่กำมะถันหรือสารส้มเพื่อเพิ่มความเป็นกรด หากต้องการดอกสีชมพู ให้ใส่ปูนขาวหรือโดโลไมท์เพื่อเพิ่มความเป็นด่าง ทำล่วงหน้าก่อนดอกบาน 2-3 เดือน

ความหมายของ ไฮเดรนเยีย

ไฮเดรนเยีย มีความหมายหลักคือ “ขอบคุณที่เข้าใจ” หรือ “Thank you for understanding” เป็นการสื่อความรู้สึกขอบคุณที่คอยอยู่เคียงข้างกันมาตลอด แม้บางครั้งอาจเย็นชาไปบ้าง ด้วยความหมายดีๆ เช่นนี้ ไฮเดรนเยียจึงนิยมใช้ในงานแต่งงาน งานมงคลต่างๆ และมอบให้คนที่รัก

ความหมายของไฮเดรนเยียแต่ละสี

สีดอก ความหมาย
🔵 สีฟ้า/น้ำเงิน ความเข้าใจ ความซื่อสัตย์ และการให้อภัย
🩷 สีชมพู ความรักที่อ่อนหวาน ความจริงใจ มิตรภาพที่ดี
💜 สีม่วง ความมีเสน่ห์ ความหรูหรา และความลึกซึ้ง
⚪ สีขาว ความบริสุทธิ์ใจ ความละเอียดอ่อน และความเคารพ
💚 สีเขียว ความสวยงามเป็นธรรมชาติ ความสงบสุข

สายพันธุ์ไฮเดรนเยียที่นิยมปลูกในไทย

สายพันธุ์ไฮเดรนเยียยอดนิยม เบล่าสีน้ำเงินเข้ม แอนนาเบลล์สีขาว เอนด์เลสซัมเมอร์สองสี โรซิต้าสีชมพูเขียว

สายพันธุ์ ลักษณะเด่น
Bela (เบล่า) สายพันธุ์ฝรั่งเศส ดอกสีน้ำเงินเข้ม กลีบดอกหนา ทนทาน ช่อดอกขนาด 12-14 ซม.
Rosita (โรซิตา) ดอกสีเขียวสลับชมพูสวยงาม กลีบดอกหนา
Annabelle (แอนนาเบล) ดอกสีขาวบริสุทธิ์ ช่อดอกใหญ่กลมสวย ทนร้อนได้ดี
Pink Annabelle ดอกสีชมพูอ่อน ช่อดอกใหญ่ เหมาะกับสวนสไตล์โรแมนติก
Endless Summer ออกดอกได้ทั้งกิ่งเก่าและกิ่งใหม่ ดอกสีฟ้าหรือชมพูตาม pH ดิน
พันธุ์เบา (พันธุ์พื้นเมือง) แข็งแรง ทนทาน ออกดอกง่าย เหมาะปลูกในไทย ราคาประหยัด

วิธีปลูกไฮเดรนเยีย

ไฮเดรนเยียนิยมขยายพันธุ์ด้วยการปักชำมากกว่าการเพาะเมล็ด เพราะให้ผลดีกว่าและเหมาะกับสภาพอากาศในประเทศไทย ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือฤดูฝนหรือต้นฤดูร้อน

ขั้นตอนการปักชำไฮเดรนเยีย

  1. เลือกกิ่งพันธุ์ — เลือกกิ่งที่ยังไม่ออกดอก อายุประมาณ 8 เดือนขึ้นไป ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป สังเกตจากกิ่งที่มีสีน้ำตาลอ่อน
  2. ตัดกิ่ง — ตัดกิ่งยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร (5-6 นิ้ว) ให้มี 2 ข้อ
  3. เตรียมกิ่ง — ถอนใบคู่ล่างออก ตัดใบคู่บนออกครึ่งหนึ่งเพื่อลดการคายน้ำ
  4. แช่น้ำยา — แช่กิ่งในน้ำยาฆ่าเชื้อราประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นจุ่มน้ำยาเร่งราก
  5. เตรียมวัสดุปลูก — ใช้ขุยมะพร้าวหรือแกลบดิบผสมทรายหยาบ อัตราส่วน 2:1
  6. ปักชำ — ปักกิ่งลงในวัสดุปลูก รดน้ำให้ชุ่ม วางในที่ร่มรำไร
  7. ดูแล — รดน้ำวันเว้นวัน รอประมาณ 2-3 สัปดาห์จนรากงอก
  8. ย้ายปลูก — เมื่อรากแข็งแรงดี ย้ายปลูกลงกระถางหรือลงดิน

การเลือกดินและตำแหน่งปลูก

ดินที่เหมาะสมคือดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง ค่า pH ประมาณ 5.5-7.5 ตำแหน่งปลูกควรเป็นที่ที่ได้รับแสงแดดในช่วงเช้าและร่มรำไรในช่วงบ่าย หลีกเลี่ยงแดดจัดตลอดวันเพราะจะทำให้ใบไหม้

💡 เคล็ดลับ: หากปลูกในพื้นที่อากาศร้อนเช่นกรุงเทพฯ ควรใช้ซาแรนพรางแสง 50-70% เพื่อลดความเข้มของแสงแดด จะช่วยให้ต้นแข็งแรงและดอกสวยมากขึ้น

การดูแลรักษาไฮเดรนเยีย

ไฮเดรนเยีย

การรดน้ำ

ไฮเดรนเยียเป็นไม้ที่ชอบน้ำมาก แต่ไม่ชอบน้ำขัง ควรรดน้ำวันละ 1-2 ครั้งในฤดูร้อน และวันละ 1 ครั้งในฤดูหนาว โดยสังเกตความชื้นของดินเป็นหลัก หากดินยังชื้นอยู่ไม่จำเป็นต้องรด น้ำที่ใช้ควรมีค่า pH ประมาณ 5.5

ฤดูกาล ความถี่ในการรดน้ำ
☀️ ฤดูร้อน วันละ 1-2 ครั้ง เช้าและเย็น
🌧️ ฤดูฝน สังเกตความชื้นดิน อาจไม่ต้องรดถ้าฝนตก
❄️ ฤดูหนาว วันละ 1 ครั้งตอนเช้า เพื่อล้างน้ำค้างออก

แสงแดด

ไฮเดรนเยียต้องการแสงในปริมาณมาก แต่ไม่ชอบแดดจัดโดยตรงตลอดวัน ควรได้รับแสงแดดอ่อนในช่วงเช้าประมาณ 4-6 ชั่วโมง และร่มรำไรในช่วงบ่าย หากปลูกในที่ร่มมากเกินไปจะไม่ออกดอก

อุณหภูมิ

อุณหภูมิที่เหมาะสมคือ 18-25 องศาเซลเซียส ยิ่งอากาศเย็นจะยิ่งออกดอกดี ในประเทศไทยจึงออกดอกดีในช่วงฤดูหนาวหรือบนพื้นที่สูง สำหรับพื้นที่ร้อน ควรปลูกในโรงเรือนหรือใช้ซาแรนพรางแสงช่วย

การใส่ปุ๋ย

ช่วงบำรุงต้นให้ใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 16-16-16 ทุก 2-4 สัปดาห์ ช่วงเร่งดอกให้ใช้ปุ๋ยสูตรเร่งดอก เช่น 8-24-24 และหยุดให้ปุ๋ยเมื่อดอกเริ่มแสดงสีแล้ว เพราะอาจทำให้ดอกร่วงก่อนเวลา

การตัดแต่งกิ่ง

ตัดแต่งกิ่งหลังจากดอกโรยแล้ว โดยตัดกิ่งที่ออกดอกแล้วให้เหลือ 1-2 ข้อ เพื่อกระตุ้นให้แตกกิ่งใหม่และออกดอกในปีถัดไป ควรตัดด้วยกรรไกรคมและสะอาด ตัดเฉียง 45 องศา เวลาที่ดีที่สุดคือช่วงเช้า 6.00-9.00 น.

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข

ปัญหา สาเหตุและวิธีแก้ไข
🍂 ใบเหลือง สาเหตุ: รดน้ำมากเกินไป ขาดธาตุอาหาร หรือแดดจัด
วิธีแก้: ลดการรดน้ำ ใส่ปุ๋ย และย้ายไปที่ร่มรำไร
🔥 ใบไหม้ สาเหตุ: แดดจัดเกินไป ขาดน้ำ
วิธีแก้: ย้ายไปที่มีแดดรำไร เพิ่มความชื้น ใช้ซาแรนพรางแสง
🔵 โรคใบจุด สาเหตุ: เชื้อรา Phyllosticta หรือ Colletotrichum จากความชื้นสูง
วิธีแก้: ตัดใบที่เป็นโรคทิ้ง ฉีดพ่นสารป้องกันเชื้อรา 3-4 ครั้ง
⚪ โรคราแป้ง สาเหตุ: ความชื้นสูง อากาศอบอ้าว
วิธีแก้: เพิ่มการระบายอากาศ ฉีดน้ำส้มควันไม้หรือสารป้องกันเชื้อรา
🐛 เพลี้ยแป้ง/ไรแดง สาเหตุ: อากาศแห้ง
วิธีแก้: ฉีดน้ำล้างใบ ใช้สารสกัดสะเดาหรือสบู่กำจัดแมลง
🌱 ไม่ออกดอก สาเหตุ: แสงไม่เพียงพอ อุณหภูมิสูงเกินไป ตัดกิ่งผิดช่วง
วิธีแก้: ย้ายไปที่แสงมากขึ้น ลดอุณหภูมิ ตัดแต่งหลังดอกโรย

ต้นไฮเดรนเยีย

ราคาต้นไฮเดรนเยียและแหล่งซื้อ

ราคาไฮเดรนเยียแตกต่างกันตามขนาดและสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์นำเข้าจากต่างประเทศจะมีราคาสูงกว่าพันธุ์พื้นเมือง

ขนาด/ประเภท ราคาโดยประมาณ (บาท)
กิ่งชำเล็ก กระถาง 4″ 80 – 180 บาท
ต้นขนาดกลาง กระถาง 6-8″ 150 – 450 บาท
ต้นขนาดใหญ่ กระถาง 11″ ขึ้นไป 450 – 1,100 บาท
พันธุ์นำเข้าฝรั่งเศส ติดดอก 390 – 950 บาท
ดอกตัด (ช่อ) 50 – 350 บาท/ช่อ

*หมายเหตุ: ราคาอาจแตกต่างกันตามฤดูกาลและแหล่งจำหน่าย (ข้อมูล ณ เดือนมกราคม 2568)

แหล่งซื้อไฮเดรนเยีย

  • ตลาดต้นไม้จตุจักร — มีหลายร้าน ราคาเริ่มต้น 25-150 บาท
  • ชัยโยฟาร์ม — สายพันธุ์ฝรั่งเศสคุณภาพดี
  • สวนไฮเดรนเยียบ้านเรา จ.เลย — ปลูกเองขายเอง ราคาย่อมเยา
  • Shopee, Lazada — สะดวก มีหลากหลายร้าน เปรียบเทียบราคาได้
  • NanaGarden.com — แหล่งรวมร้านต้นไม้ออนไลน์

สรรพคุณทางการแพทย์ของไฮเดรนเยีย

ในการแพทย์ตะวันตก มีการนำไฮเดรนเยียไปใช้รักษาอาการต่างๆ เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ท่อปัสสาวะอักเสบ ต่อมลูกหมากอักเสบ และโรคนิ่วในไต นอกจากนี้ ในประเทศญี่ปุ่นยังมีการนำใบไฮเดรนเยียพันธุ์ H. macrophylla var. thunbergii ไปทำเครื่องดื่มที่เรียกว่า “อะมะฉะ” (Amacha) ซึ่งมีรสหวานตามธรรมชาติ

ทุ่งดอกไฮเดรนเยียโครงการหลวงขุนแปะ เชียงใหม่ ดอกสีฟ้าม่วงชมพูบานเต็มทุ่ง ท่ามกลางหมอกและขุนเขา

⚠️ ข้อควรระวัง: แม้จะมีการใช้ในทางการแพทย์ แต่ไม่ควรรับประทานไฮเดรนเยียด้วยตนเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เนื่องจากทุกส่วนของต้นมีสารพิษ

บทสรุป

ไฮเดรนเยีย เป็นไม้ดอกที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวด้วยช่อดอกขนาดใหญ่สีสันหลากหลาย และความสามารถพิเศษในการเปลี่ยนสีตามค่า pH ของดิน แม้จะเป็นไม้เมืองหนาว แต่ก็สามารถปลูกเลี้ยงในประเทศไทยได้ หากดูแลอย่างถูกวิธี เลือกตำแหน่งปลูกที่เหมาะสม และรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ ความหมายดีๆ ที่สื่อถึงความขอบคุณและความเข้าใจ ทำให้ไฮเดรนเยียเป็นดอกไม้ที่เหมาะแก่การมอบให้คนที่คุณรักในทุกโอกาส

👉 อ่านเพิ่มเติม: ต้นกวักมรกต ไม้มงคลเรียกทรัพย์ | ต้นล่ำซำ ไม้มงคลร่ำรวย | ต้นทองอุไร ดอกไม้สีเหลืองสดใส


แหล่งอ้างอิง: Plants of the World Online (Kew Gardens), International Plant Names Index (IPNI), ASPCA Poison Control, Wikipedia, บ้านและสวน, สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)
อัปเดตล่าสุด: มกราคม 2568

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

+ ไฮเดรนเยียปลูกยากไหม?

ปลูกไม่ยากถ้าดูแลถูกวิธี ชอบน้ำมากแต่ไม่ชอบน้ำขัง ชอบแดดรำไรไม่ชอบแดดจัด ในพื้นที่ร้อนควรใช้ซาแรนพรางแสง 50-70% จะช่วยให้ต้นแข็งแรงและออกดอกดีขึ้น

+ ไฮเดรนเยียมีพิษไหม?

ใช่ ไฮเดรนเยียมีสารพิษ Cyanogenic glycosides ในทุกส่วนของต้น เป็นพิษต่อสุนัข แมว ม้า และมนุษย์ หากกินเข้าไปจะทำให้อาเจียน ท้องเสีย และซึมเศร้า ควรวางให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

+ ทำอย่างไรให้ดอกไฮเดรนเยียเปลี่ยนสี?

สีดอกขึ้นอยู่กับ pH ของดิน หากต้องการดอกสีฟ้าให้ใส่กำมะถันหรือสารส้มเพื่อเพิ่มความเป็นกรด หากต้องการดอกสีชมพูให้ใส่ปูนขาวหรือโดโลไมท์เพื่อเพิ่มความเป็นด่าง ทำล่วงหน้า 2-3 เดือนก่อนดอกบาน

+ ดอกไฮเดรนเยียความหมายว่าอะไร?

ความหมายหลักคือ "ขอบคุณที่เข้าใจ" (Thank you for understanding) สื่อถึงการขอบคุณที่คอยอยู่เคียงข้าง สีฟ้าหมายถึงความเข้าใจและการให้อภัย สีชมพูหมายถึงความรักอ่อนหวาน สีม่วงหมายถึงความมีเสน่ห์ สีขาวหมายถึงความบริสุทธิ์ใจ

+ ไฮเดรนเยียราคาเท่าไหร่?

ราคาขึ้นอยู่กับขนาดและสายพันธุ์ กิ่งชำเล็กเริ่มต้น 80-180 บาท ต้นขนาดกลางกระถาง 6-8 นิ้วราคา 150-450 บาท ต้นขนาดใหญ่ติดดอกราคา 450-1,100 บาท พันธุ์นำเข้าฝรั่งเศสจะแพงกว่าพันธุ์พื้นเมือง

เครื่องมือ

เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกพืชนี้

เข้าสู่ระบบ

พืชที่เกี่ยวข้อง

ยังไม่มีพืชที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็นและคำถาม