ต้นแก้วเจ้าจอมในคาเฟ่สวน

แก้วเจ้าจอม

Guaiacum officinale L.

ชื่อสามัญ: แก้วเจ้าจอม, น้ำอบฝรั่ง, Lignum Vitae, Tree of Life, Roughbark Lignum-vitae

วงศ์: Zygophyllaceae | ถิ่นกำเนิด: อเมริกากลาง อเมริกาใต้ และแคริบเบียน

ปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง ไม้ดอก

การรดน้ำ

รดน้ำปานกลาง (2-3 วันครั้ง)

แสงแดด

แสงสว่างทางอ้อม

ระดับความยาก

ปานกลาง - ต้องการการดูแลพอสมควร

อุณหภูมิ

18-30°C เหมาะสมที่สุด

ความสูง

5-10 เมตร

การเจริญเติบโต

ช้า

📌

สรุปสั้น (TL;DR)

อ่าน 30 วินาที
  • 1 แก้วเจ้าจอม (*Guaiacum officinale*) วงศ์ Zygophyllaceae ไม้มงคล "ไม้แห่งชีวิต" ดอกสีม่วง-ครามสวยเด่น
  • 2 ⚠️ คนละต้นกับ "ต้นแก้ว" (Murraya) และ "แก้วกาญจนา/แก้วมุกดา" — เป็นไม้ราชสำนักที่ ร.5 ทรงนำเข้า
  • 3 จำนวนใบ: 4 ใบ (ดั้งเดิม โตช้าสุด), 6 ใบ (นิยมสุด โตเร็ว ออกดอกใน 1-3 ปี), 8/10 ใบ (หายาก ดอกเล็ก)
  • 4 ✅ ข้อดี: ทรงพุ่มกลมสวยไม่ต้องแต่ง ดอกดก รากแก้วไม่ทำลายบ้าน ต้นไม่ใหญ่ ปลูกในบ้านได้
  • 5 ⚠️ ข้อเสีย: โตช้า (ต้องใจเย็น) ทิ้งใบต้องกวาด ราคาค่อนข้างสูงเพราะหายาก
  • 6 ชอบแดดรำไรถึงปานกลาง ดินระบายน้ำดี รดพอประมาณ (แดดจัด/น้ำมาก = ใบเหลือง)
  • 7 ราคาเริ่ม 50-150 บาท (กล้า 6 ใบ) ถึง หลักพัน-หมื่น (ต้นใหญ่/พันธุ์หายาก)

🛒 ซื้อแก้วเจ้าจอม — ส่งตรงจากเกษตรกร

สั่งซื้อต้นจริงจากสวนทั่วประเทศ ผ่านตลาด KASETIDEA ไม่ผ่านคนกลาง

🌿

ยังไม่มีร้านขายแก้วเจ้าจอมในตลาดตอนนี้

ลองดูต้นไม้อื่นในตลาด หรือเป็นร้านแรกที่ลงขายต้นนี้

🛒 ดูตลาดต้นไม้ + ลงขายต้นนี้

ข้อมูลทั่วไป

แก้วเจ้าจอม (Guaiacum officinale) คือไม้ยืนต้นมงคลขนาดกลางในวงศ์ Zygophyllaceae มีชื่อสามัญว่า Lignum Vitae หรือ “ไม้แห่งชีวิต” จุดเด่นคือดอกสีม่วง-ครามสวยสะดุดตา ทรงพุ่มกลมสวยงามตามธรรมชาติ และเป็นไม้ราชสำนักที่มีประวัติยาวนานในเมืองไทย นิยมปลูกเป็นไม้ประธานในสวนและปลูกเสริมสิริมงคลให้บ้าน

✍️ เขียนและเรียบเรียงโดย ทีมงาน Kasetidea · ตรวจสอบข้อมูลพฤกษศาสตร์กับฐานข้อมูล POWO (Royal Botanic Gardens, Kew), กรมอุทยานแห่งชาติฯ และวิกิพีเดีย · อัปเดตล่าสุด ธันวาคม 2567

⚠️ เข้าใจให้ถูก: “แก้วเจ้าจอม” เป็นคนละต้นกับ “ต้นแก้ว” (Murraya paniculata) ที่ดอกขาวหอม และคนละต้นกับ “แก้วกาญจนา” หรือ “แก้วมุกดา” (พลูด่าง/อโกลนีมา) ที่ชื่อคล้ายกัน — แก้วเจ้าจอมเป็นไม้ราชสำนักที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) ทรงนำเข้ามาปลูกในสยาม

ข้อมูลพื้นฐานของแก้วเจ้าจอม

แก้วเจ้าจอมมีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกากลาง อเมริกาใต้ และแคริบเบียน เป็นดอกไม้ประจำชาติของจาเมกา และอยู่ในบัญชี CITES 2 (การค้าถูกควบคุมเพราะเป็นไม้หายาก) เนื้อไม้ของแก้วเจ้าจอมขึ้นชื่อว่าแข็งและหนักที่สุดชนิดหนึ่งของโลกจนจมน้ำได้ ทั้งนี้ชื่อวิทยาศาสตร์อ้างอิงจาก Plants of the World Online (POWO) โดยสวนพฤกษศาสตร์คิว และ วิกิพีเดีย

ชื่อวิทยาศาสตร์ Guaiacum officinale L.
ชื่อสามัญ Lignum Vitae (ไม้แห่งชีวิต / Wood of Life)
ชื่ออื่น น้ำอบฝรั่ง (ชื่อที่ชาววังเรียก)
วงศ์ Zygophyllaceae (วงศ์โคกกระสุน)
ถิ่นกำเนิด อเมริกากลาง อเมริกาใต้ และแคริบเบียน
ประเภท ไม้ยืนต้นขนาดกลาง ไม่ผลัดใบ โตช้า
สถานะ ไม้หายาก อยู่ในบัญชี CITES 2

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของแก้วเจ้าจอม

ลำต้นและใบ

แก้วเจ้าจอมเป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูงได้ถึง 5-10 เมตร (ปลูกทั่วไปมักเล็กกว่า) เปลือกต้นสีน้ำตาลลอกเป็นแผ่น ข้อพองเป็นปุ่ม จุดเด่นคือทรงพุ่มกลมแน่นสวยงามตามธรรมชาติโดยไม่ต้องตัดแต่ง ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ ใบย่อยรูปไข่กลับ ผิวหนาเป็นมัน สีเขียวเข้ม

ใบแก้วเจ้าจอม

ดอกและผล (ดอกเปลี่ยนสี)

ดอกแก้วเจ้าจอม

ดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีฟ้าอมม่วงถึงคราม 5 กลีบ เกสรสีเหลือง เป็นเสน่ห์ที่โดดเด่นมาก โดยดอกจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีจางลงเมื่อใกล้โรย ทำให้เห็นหลายเฉดสีในต้นเดียว ออกดอกได้หลายครั้งเกือบตลอดปีขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ ส่วนผลรูปหัวใจสีส้ม เมื่อแก่แตกออกเผยเมล็ดที่มีเยื่อหุ้มสีแดงสด

เมล็ดแก้วเจ้าจอม

ระบบราก

แก้วเจ้าจอมมีระบบรากแก้วที่หยั่งลึกในแนวดิ่ง ไม่แผ่ทำลายโครงสร้างบ้านหรือพื้นผิว จึงปลูกใกล้ตัวบ้านหรือในพื้นที่จำกัดได้อย่างสบายใจ เป็นข้อดีสำคัญที่ทำให้เหมาะกับการปลูกในบริเวณบ้าน

ต้นกล้าแก้วเจ้าจอม

แก้วเจ้าจอม 4 ใบ 6 ใบ 8 ใบ 10 ใบ ต่างกันยังไง?

นี่คือคำถามที่คนสงสัยมากที่สุด แก้วเจ้าจอมแบ่ง “สายพันธุ์” ตามจำนวนใบย่อยในหนึ่งก้านใบ ซึ่งต่างกันที่ความเร็วในการเจริญเติบโตและความหายาก

ภาพเปรียบเทียบใบประกอบของแก้วเจ้าจอมสี่แบบ ได้แก่ 4 ใบ 2 คู่ซึ่งเป็นพันธุ์ดั้งเดิมโตช้า 6 ใบ 3 คู่ซึ่งนิยมสุดโตเร็ว 8 ใบ 4 คู่ซึ่งหายากดอกเล็ก และ 10 ใบ 5 คู่ซึ่งหายากมากแก้วเจ้าจอม: จำนวนใบต่างกันยังไง4 ใบ · 2 คู่ดั้งเดิม โตช้าสุด6 ใบ · 3 คู่นิยมสุด โตเร็ว8 ใบ · 4 คู่หายาก ดอกเล็ก10 ใบ · 5 คู่หายากมาก
แก้วเจ้าจอมแบ่งตามจำนวนคู่ใบย่อย — พันธุ์ 6 ใบ (3 คู่) นิยมสุดเพราะโตเร็วและออกดอกไว
พันธุ์ ลักษณะเด่น
4 ใบ (2 คู่) สายพันธุ์ดั้งเดิม โตช้าที่สุด ออกดอกช้า (ราว 5 ปี) ต้นดั้งเดิมของไทยที่สวนสุนันทาเป็นพันธุ์นี้
6 ใบ (3 คู่) นิยมปลูกมากที่สุด โตเร็วกว่ามาก 3 ปีสูง 1.5-2 เมตร ออกดอกได้ภายใน 1-3 ปี
8 ใบ (4 คู่) ต้นเล็กกว่าพันธุ์อื่น ดอกเล็ก โตช้ามาก ออกดอกใช้เวลานาน จึงหายากและราคาสูง
10 ใบ (5 คู่) พบได้บางท้องตลาด หายากมาก เป็นที่ตามหาของนักสะสม
💡 เคล็ดลับ: ถ้าอยากได้ต้นที่โตเร็วและออกดอกไว แนะนำ พันธุ์ 6 ใบ ส่วนพันธุ์ 8-10 ใบเหมาะกับนักสะสมที่ใจเย็นและชอบความหายาก (ในทางพฤกษศาสตร์ พันธุ์ใบย่อยมาก ๆ บางแหล่งจัดเป็นชนิดใกล้เคียงในสกุลเดียวกัน เช่น Guaiacum sanctum)

ความเชื่อและความหมายของแก้วเจ้าจอม

แก้วเจ้าจอมเป็นไม้มงคลที่มีความหมายลึกซึ้ง ชื่อสามัญ “ไม้แห่งชีวิต” (Wood of Life) สื่อถึงความแข็งแกร่ง ยั่งยืน และมีคุณค่า เชื่อกันว่าการปลูกไว้ในบ้านช่วยเสริมความร่มเย็น ความเจริญรุ่งเรือง และความมั่งคั่ง ให้แก่ผู้อยู่อาศัย

ยิ่งไปกว่านั้น ชื่อ “แก้วเจ้าจอม” ยังสื่อถึงความสูงศักดิ์และมีค่า ด้วยประวัติที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) ทรงนำต้นกล้ามาจากเกาะชวา และทรงปลูกไว้ที่วังสวนสุนันทา จนกลายเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาในปัจจุบัน

📍 ปลูกทิศไหนดี: แก้วเจ้าจอมไม่มีข้อกำหนดทิศตายตัว นิยมปลูกบริเวณหน้าบ้านหรือเป็นไม้ประธานในสวน เพราะทรงพุ่มและดอกที่สวยงามช่วยเสริมภาพลักษณ์บ้านให้ดูดีมีรสนิยม ควรเลือกจุดที่ได้แสงรำไรถึงปานกลาง

ข้อดีและข้อเสียของต้นแก้วเจ้าจอม

ก่อนตัดสินใจปลูก ลองชั่งน้ำหนักข้อดีและข้อเสียของแก้วเจ้าจอมดูก่อน

ข้อดี

  • ดอกสีม่วง-ครามสวยเด่น ออกดอกดกได้เกือบตลอดปี และดอกยังเปลี่ยนสีสวยงาม
  • ทรงพุ่มกลมสวยตามธรรมชาติ ไม่ต้องคอยตัดแต่งกิ่ง
  • ต้นไม่ใหญ่มาก ปลูกในบ้าน ในกระถาง หรือพื้นที่จำกัดได้
  • รากแก้วไม่ทำลายโครงสร้างบ้าน ปลูกใกล้อาคารได้
  • เป็นไม้มงคลหายาก มีคุณค่า เนื้อไม้แข็งแรงที่สุดชนิดหนึ่งของโลก

ข้อเสีย

  • โตช้า โดยเฉพาะพันธุ์ 4 ใบ 8 ใบ และ 10 ใบ ต้องใจเย็นกว่าจะโตและออกดอก
  • ทิ้งใบย่อยเล็ก ๆ จึงต้องคอยเก็บกวาดบ้าง
  • ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับขนาด เพราะเป็นไม้หายากและโตช้า
  • อาจมีใบเหลืองหรือโรคแมลงรบกวนบ้าง หากได้รับแสงหรือน้ำไม่เหมาะสม

ต้นกล้าแก้วเจ้าจอม

วิธีปลูกแก้วเจ้าจอม

แก้วเจ้าจอมขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดเป็นหลัก ปลูกได้ทั้งลงดินและในกระถาง (ลงดินจะออกดอกดกกว่า) ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ขั้นตอนที่ 1 · เลือกพันธุ์และตำแหน่งปลูก
    แนะนำพันธุ์ 6 ใบเพราะโตเร็วออกดอกไว เลือกจุดที่ได้แสงรำไรถึงปานกลาง เช่น หน้าบ้านหรือเป็นไม้ประธานในสวน
  2. ขั้นตอนที่ 2 · เตรียมดินระบายน้ำดี
    ปลูกในดินร่วนระบายน้ำดี หรือกระถางที่มีรูระบายน้ำ รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกเพื่อบำรุงดิน
  3. ขั้นตอนที่ 3 · ปลูกและรดน้ำ
    วางต้นให้ตรง กลบดินให้แน่นพอประมาณ รดน้ำให้ชุ่มช่วงตั้งตัว จากนั้นรดพอประมาณอย่าให้ดินแฉะ
  4. ขั้นตอนที่ 4 · บำรุงและใจเย็น
    ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยมูลไส้เดือนสม่ำเสมอ แก้วเจ้าจอมโตช้าจึงต้องอดทน บำรุงต้นให้สมบูรณ์แล้วจะทยอยออกดอกเอง

ภาพแสดงต้นแก้วเจ้าจอมที่มีทรงพุ่มกลมสวยตามธรรมชาติ ดอกสีม่วงคราม และระบบรากแก้วที่หยั่งลึกในแนวดิ่งไม่ทำลายโครงสร้างบ้าน พร้อมดวงอาทิตย์แสงรำไรจุดเด่นของแก้วเจ้าจอมแสงรำไรทรงพุ่มกลม ไม่ต้องแต่งดอกสีม่วง-คราม (เปลี่ยนสี)รากแก้วหยั่งลึกไม่ทำลายโครงสร้างบ้าน
แก้วเจ้าจอมมีทรงพุ่มกลมสวยตามธรรมชาติ ดอกม่วงเปลี่ยนสี และรากแก้วที่ไม่ทำลายบ้าน

การดูแลรักษาแก้วเจ้าจอม

การรดน้ำ

แก้วเจ้าจอมชอบน้ำปานกลางในดินที่ระบายน้ำดี ไม่ชอบน้ำท่วมขังที่ราก การรดน้ำมากเกินไปเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการใบเหลืองและรากเน่า

สถานการณ์ ความถี่การรดน้ำ
ต้นเล็ก/เพิ่งปลูก รดให้ชุ่มสม่ำเสมอจนตั้งตัว
ต้นโตแล้ว รดวันเว้นวัน หรือเมื่อหน้าดินเริ่มแห้ง
ปลูกในกระถาง ระบายน้ำดี เปลี่ยนหรือเสริมดินใหม่ทุกปี
สังเกต ใบเหลือง = แดดจัดไป น้ำมาก หรือขาดอาหาร

แสงแดด

ชอบแสงรำไรถึงแดดปานกลาง หากปลูกในที่ร่มจัดจะออกดอกน้อย แต่ถ้าโดนแดดจ้าตลอดวันอาจทำให้ใบเหลืองได้ ตำแหน่งที่ได้แสงเช้าหรือแดดรำไรทั้งวันจึงเหมาะที่สุด

การใส่ปุ๋ยและตัดแต่ง

ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยมูลไส้เดือนสม่ำเสมอเพื่อบำรุงต้นให้สมบูรณ์และออกดอกดก ส่วนการตัดแต่งกิ่งแทบไม่จำเป็น เพราะแก้วเจ้าจอมมีทรงพุ่มกลมสวยตามธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงเล็มกิ่งที่แห้งหรือเสียทรงออกบ้างก็พอ

ต้นแก้วเจ้าจอม

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้

ใบเหลือง ใบร่วง

มักเกิดจากการโดนแดดจัดเกินไป รดน้ำมากจนดินแฉะ หรือขาดธาตุอาหาร แก้โดยย้ายไปจุดที่แสงรำไร ปรับการรดน้ำให้พอดี ปรับปรุงการระบายน้ำของดิน และใส่ปุ๋ยบำรุง

โตช้าและออกดอกช้า

เป็นธรรมชาติของแก้วเจ้าจอม โดยเฉพาะพันธุ์ 4 ใบและ 8 ใบ ควรเลือกพันธุ์ 6 ใบหากต้องการเห็นผลเร็ว และเน้นบำรุงต้นให้สมบูรณ์ก่อน ดอกจะตามมาเอง

⚠️ หมายเหตุ: ยางเรซิน (guaiac) จากเนื้อไม้แก้วเจ้าจอมมีการใช้ในตำรายาโบราณ แต่เป็นสารสกัดเข้มข้นที่มีฤทธิ์ทางยา ไม่ควรนำมาใช้เองโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะผู้ตั้งครรภ์

ราคาและแหล่งซื้อแก้วเจ้าจอม

ราคาขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ (จำนวนใบ) ขนาด และความหายาก พันธุ์ 6 ใบราคาจับต้องได้ ส่วนพันธุ์หายากและต้นใหญ่ราคาสูงขึ้นมาก

ขนาด/พันธุ์ ราคาโดยประมาณ
ต้นกล้า พันธุ์ 6 ใบ 50-150 บาท
ต้นสูงประมาณ 1 เมตร 300-800 บาท
พันธุ์ 4/8/10 ใบ (หายาก) + ต้นใหญ่ทรงสวย หลักพัน-หลักหมื่นบาท

หาซื้อได้ตามตลาดต้นไม้ สวนไม้มงคล และร้านค้าออนไลน์อย่าง นานาการ์เด้น, Shopee, Lazada

*ราคาอ้างอิงจากร้านค้าออนไลน์ ณ ต้นปี 2568 อาจเปลี่ยนแปลงตามสายพันธุ์และแหล่งจำหน่าย

ต้นแก้วเจ้าจอมประดับหน้าบ้านในกระถางสวย

บทสรุป

แก้วเจ้าจอมเป็นไม้มงคลราชสำนักที่มีเสน่ห์ครบเครื่อง ทั้งดอกม่วงครามสวยเปลี่ยนสี ทรงพุ่มกลมสวยไม่ต้องแต่ง รากแก้วที่ไม่ทำลายบ้าน และความหมายมงคล “ไม้แห่งชีวิต” หากอยากปลูกให้เห็นผลเร็วแนะนำพันธุ์ 6 ใบ ปลูกในที่แสงรำไรถึงปานกลาง ดินระบายน้ำดี รดน้ำพอประมาณ แล้วใจเย็นบำรุงต้นให้สมบูรณ์ ก็จะได้ไม้มงคลทรงคุณค่าไว้ประดับบ้านไปอีกนาน

👉 อ่านเพิ่มเติม: ต้นล่ำซำ ไม้มงคลรากแก้วไม่ทำลายบ้าน และ เกษมณีสีทอง ไม้ใบสีทองมงคล · รวมไม้มงคลน่าปลูก


เขียนและเรียบเรียงโดย: ทีมงาน Kasetidea
แหล่งอ้างอิง: Plants of the World Online (POWO) โดย Royal Botanic Gardens, Kew, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, วิกิพีเดีย, บ้านและสวน, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
อัปเดตล่าสุด: ธันวาคม 2567

🌱 ปลูกต้นไม้อยู่แล้ว อยากมีรายได้เพิ่ม?

เปลี่ยนต้นไม้ที่คุณปลูกให้เป็นรายได้ เปิดร้านบน KASETIDEA Market ได้ง่ายๆ ไม่กี่นาที มีหน้าร้านออนไลน์ของตัวเอง ให้ลูกค้าทั่วประเทศหาคุณเจอ

ลงขายต้นไม้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

+ แก้วเจ้าจอมปลูกในบ้านดีไหม มีความเชื่ออย่างไร?

ปลูกได้และเป็นมงคล แก้วเจ้าจอมมีชื่อสามัญว่า "ไม้แห่งชีวิต" (Wood of Life) เชื่อกันว่าปลูกในบ้านช่วยเสริมความร่มเย็น ความเจริญรุ่งเรือง และความมั่งคั่ง อีกทั้งเป็นไม้ราชสำนักที่มีประวัติสูงศักดิ์ นิยมปลูกหน้าบ้านหรือเป็นไม้ประธานในสวนเพื่อเสริมภาพลักษณ์ที่ดี

+ แก้วเจ้าจอม 4 ใบ 6 ใบ 8 ใบ 10 ใบ ต่างกันยังไง?

ต่างกันที่จำนวนคู่ใบย่อย พันธุ์ 4 ใบ (2 คู่) เป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมโตช้าที่สุด พันธุ์ 6 ใบ (3 คู่) นิยมปลูกมากที่สุดเพราะโตเร็วและออกดอกไวภายใน 1-3 ปี ส่วนพันธุ์ 8 ใบ (4 คู่) และ 10 ใบ ต้นเล็ก ดอกเล็ก โตช้ามากและหายาก จึงราคาแพงกว่า

+ ต้นแก้วเจ้าจอมมีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง?

ข้อดีคือดอกม่วงสวยออกดอกดก ทรงพุ่มกลมสวยตามธรรมชาติไม่ต้องแต่งกิ่ง ต้นไม่ใหญ่ รากแก้วไม่ทำลายโครงสร้างบ้าน และเป็นไม้มงคลหายาก ส่วนข้อเสียคือโตช้าต้องใจเย็น ทิ้งใบย่อยเล็ก ๆ ต้องคอยกวาด และราคาค่อนข้างสูงเพราะเป็นไม้หายาก

+ แก้วเจ้าจอมปลูกทิศไหนดี?

ไม่มีข้อกำหนดทิศตายตัว แต่นิยมปลูกบริเวณหน้าบ้านหรือเป็นไม้ประธานในสวนที่ได้แสงรำไรถึงปานกลาง เพื่อความสวยงามและเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของบ้าน ควรเลี่ยงจุดที่โดนแดดจัดจ้าตลอดวันเพราะอาจทำให้ใบเหลือง

+ แก้วเจ้าจอมราคาเท่าไหร่?

ต้นกล้าพันธุ์ 6 ใบเริ่มต้นราว 50-150 บาท ต้นขนาด 1 เมตรราว 300-800 บาท ส่วนพันธุ์ 4 ใบ 8 ใบ 10 ใบ ที่โตช้าและหายาก รวมถึงต้นใหญ่ทรงสวย ราคาสูงถึงหลักพันจนถึงหลักหมื่นบาท

เครื่องมือ

เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกพืชนี้

เข้าสู่ระบบ

ความคิดเห็นและคำถาม