แก้วเจ้าจอม
Guaiacum officinale L.
ชื่อสามัญ: แก้วเจ้าจอม, น้ำอบฝรั่ง, Lignum Vitae, Tree of Life, Roughbark Lignum-vitae
วงศ์: Zygophyllaceae | ถิ่นกำเนิด: อเมริกากลาง อเมริกาใต้ และแคริบเบียน
การรดน้ำ
รดน้ำปานกลาง (2-3 วันครั้ง)
แสงแดด
แสงสว่างทางอ้อม
ระดับความยาก
ปานกลาง - ต้องการการดูแลพอสมควร
อุณหภูมิ
18-30°C เหมาะสมที่สุด
ความสูง
5-10 เมตร
การเจริญเติบโต
ช้า
สรุปสั้น (TL;DR)
อ่าน 30 วินาที- แก้วเจ้าจอม (*Guaiacum officinale*) วงศ์ Zygophyllaceae ไม้มงคล "ไม้แห่งชีวิต" ดอกสีม่วง-ครามสวยเด่น
- ⚠️ คนละต้นกับ "ต้นแก้ว" (Murraya) และ "แก้วกาญจนา/แก้วมุกดา" — เป็นไม้ราชสำนักที่ ร.5 ทรงนำเข้า
- จำนวนใบ: 4 ใบ (ดั้งเดิม โตช้าสุด), 6 ใบ (นิยมสุด โตเร็ว ออกดอกใน 1-3 ปี), 8/10 ใบ (หายาก ดอกเล็ก)
- ✅ ข้อดี: ทรงพุ่มกลมสวยไม่ต้องแต่ง ดอกดก รากแก้วไม่ทำลายบ้าน ต้นไม่ใหญ่ ปลูกในบ้านได้
- ⚠️ ข้อเสีย: โตช้า (ต้องใจเย็น) ทิ้งใบต้องกวาด ราคาค่อนข้างสูงเพราะหายาก
- ชอบแดดรำไรถึงปานกลาง ดินระบายน้ำดี รดพอประมาณ (แดดจัด/น้ำมาก = ใบเหลือง)
- ราคาเริ่ม 50-150 บาท (กล้า 6 ใบ) ถึง หลักพัน-หมื่น (ต้นใหญ่/พันธุ์หายาก)
🛒 ซื้อแก้วเจ้าจอม — ส่งตรงจากเกษตรกร
สั่งซื้อต้นจริงจากสวนทั่วประเทศ ผ่านตลาด KASETIDEA ไม่ผ่านคนกลาง
ยังไม่มีร้านขายแก้วเจ้าจอมในตลาดตอนนี้
ลองดูต้นไม้อื่นในตลาด หรือเป็นร้านแรกที่ลงขายต้นนี้
🛒 ดูตลาดต้นไม้ + ลงขายต้นนี้ข้อมูลทั่วไป
แก้วเจ้าจอม (Guaiacum officinale) คือไม้ยืนต้นมงคลขนาดกลางในวงศ์ Zygophyllaceae มีชื่อสามัญว่า Lignum Vitae หรือ “ไม้แห่งชีวิต” จุดเด่นคือดอกสีม่วง-ครามสวยสะดุดตา ทรงพุ่มกลมสวยงามตามธรรมชาติ และเป็นไม้ราชสำนักที่มีประวัติยาวนานในเมืองไทย นิยมปลูกเป็นไม้ประธานในสวนและปลูกเสริมสิริมงคลให้บ้าน
✍️ เขียนและเรียบเรียงโดย ทีมงาน Kasetidea · ตรวจสอบข้อมูลพฤกษศาสตร์กับฐานข้อมูล POWO (Royal Botanic Gardens, Kew), กรมอุทยานแห่งชาติฯ และวิกิพีเดีย · อัปเดตล่าสุด ธันวาคม 2567
ข้อมูลพื้นฐานของแก้วเจ้าจอม
แก้วเจ้าจอมมีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกากลาง อเมริกาใต้ และแคริบเบียน เป็นดอกไม้ประจำชาติของจาเมกา และอยู่ในบัญชี CITES 2 (การค้าถูกควบคุมเพราะเป็นไม้หายาก) เนื้อไม้ของแก้วเจ้าจอมขึ้นชื่อว่าแข็งและหนักที่สุดชนิดหนึ่งของโลกจนจมน้ำได้ ทั้งนี้ชื่อวิทยาศาสตร์อ้างอิงจาก Plants of the World Online (POWO) โดยสวนพฤกษศาสตร์คิว และ วิกิพีเดีย
| ชื่อวิทยาศาสตร์ | Guaiacum officinale L. |
| ชื่อสามัญ | Lignum Vitae (ไม้แห่งชีวิต / Wood of Life) |
| ชื่ออื่น | น้ำอบฝรั่ง (ชื่อที่ชาววังเรียก) |
| วงศ์ | Zygophyllaceae (วงศ์โคกกระสุน) |
| ถิ่นกำเนิด | อเมริกากลาง อเมริกาใต้ และแคริบเบียน |
| ประเภท | ไม้ยืนต้นขนาดกลาง ไม่ผลัดใบ โตช้า |
| สถานะ | ไม้หายาก อยู่ในบัญชี CITES 2 |
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของแก้วเจ้าจอม
ลำต้นและใบ
แก้วเจ้าจอมเป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูงได้ถึง 5-10 เมตร (ปลูกทั่วไปมักเล็กกว่า) เปลือกต้นสีน้ำตาลลอกเป็นแผ่น ข้อพองเป็นปุ่ม จุดเด่นคือทรงพุ่มกลมแน่นสวยงามตามธรรมชาติโดยไม่ต้องตัดแต่ง ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ ใบย่อยรูปไข่กลับ ผิวหนาเป็นมัน สีเขียวเข้ม

ดอกและผล (ดอกเปลี่ยนสี)

ดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีฟ้าอมม่วงถึงคราม 5 กลีบ เกสรสีเหลือง เป็นเสน่ห์ที่โดดเด่นมาก โดยดอกจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีจางลงเมื่อใกล้โรย ทำให้เห็นหลายเฉดสีในต้นเดียว ออกดอกได้หลายครั้งเกือบตลอดปีขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ ส่วนผลรูปหัวใจสีส้ม เมื่อแก่แตกออกเผยเมล็ดที่มีเยื่อหุ้มสีแดงสด

ระบบราก
แก้วเจ้าจอมมีระบบรากแก้วที่หยั่งลึกในแนวดิ่ง ไม่แผ่ทำลายโครงสร้างบ้านหรือพื้นผิว จึงปลูกใกล้ตัวบ้านหรือในพื้นที่จำกัดได้อย่างสบายใจ เป็นข้อดีสำคัญที่ทำให้เหมาะกับการปลูกในบริเวณบ้าน

แก้วเจ้าจอม 4 ใบ 6 ใบ 8 ใบ 10 ใบ ต่างกันยังไง?
นี่คือคำถามที่คนสงสัยมากที่สุด แก้วเจ้าจอมแบ่ง “สายพันธุ์” ตามจำนวนใบย่อยในหนึ่งก้านใบ ซึ่งต่างกันที่ความเร็วในการเจริญเติบโตและความหายาก
| พันธุ์ | ลักษณะเด่น |
|---|---|
| 4 ใบ (2 คู่) | สายพันธุ์ดั้งเดิม โตช้าที่สุด ออกดอกช้า (ราว 5 ปี) ต้นดั้งเดิมของไทยที่สวนสุนันทาเป็นพันธุ์นี้ |
| 6 ใบ (3 คู่) | นิยมปลูกมากที่สุด โตเร็วกว่ามาก 3 ปีสูง 1.5-2 เมตร ออกดอกได้ภายใน 1-3 ปี |
| 8 ใบ (4 คู่) | ต้นเล็กกว่าพันธุ์อื่น ดอกเล็ก โตช้ามาก ออกดอกใช้เวลานาน จึงหายากและราคาสูง |
| 10 ใบ (5 คู่) | พบได้บางท้องตลาด หายากมาก เป็นที่ตามหาของนักสะสม |
ความเชื่อและความหมายของแก้วเจ้าจอม
แก้วเจ้าจอมเป็นไม้มงคลที่มีความหมายลึกซึ้ง ชื่อสามัญ “ไม้แห่งชีวิต” (Wood of Life) สื่อถึงความแข็งแกร่ง ยั่งยืน และมีคุณค่า เชื่อกันว่าการปลูกไว้ในบ้านช่วยเสริมความร่มเย็น ความเจริญรุ่งเรือง และความมั่งคั่ง ให้แก่ผู้อยู่อาศัย
ยิ่งไปกว่านั้น ชื่อ “แก้วเจ้าจอม” ยังสื่อถึงความสูงศักดิ์และมีค่า ด้วยประวัติที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) ทรงนำต้นกล้ามาจากเกาะชวา และทรงปลูกไว้ที่วังสวนสุนันทา จนกลายเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาในปัจจุบัน
ข้อดีและข้อเสียของต้นแก้วเจ้าจอม
ก่อนตัดสินใจปลูก ลองชั่งน้ำหนักข้อดีและข้อเสียของแก้วเจ้าจอมดูก่อน
ข้อดี
- ดอกสีม่วง-ครามสวยเด่น ออกดอกดกได้เกือบตลอดปี และดอกยังเปลี่ยนสีสวยงาม
- ทรงพุ่มกลมสวยตามธรรมชาติ ไม่ต้องคอยตัดแต่งกิ่ง
- ต้นไม่ใหญ่มาก ปลูกในบ้าน ในกระถาง หรือพื้นที่จำกัดได้
- รากแก้วไม่ทำลายโครงสร้างบ้าน ปลูกใกล้อาคารได้
- เป็นไม้มงคลหายาก มีคุณค่า เนื้อไม้แข็งแรงที่สุดชนิดหนึ่งของโลก
ข้อเสีย
- โตช้า โดยเฉพาะพันธุ์ 4 ใบ 8 ใบ และ 10 ใบ ต้องใจเย็นกว่าจะโตและออกดอก
- ทิ้งใบย่อยเล็ก ๆ จึงต้องคอยเก็บกวาดบ้าง
- ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับขนาด เพราะเป็นไม้หายากและโตช้า
- อาจมีใบเหลืองหรือโรคแมลงรบกวนบ้าง หากได้รับแสงหรือน้ำไม่เหมาะสม

วิธีปลูกแก้วเจ้าจอม
แก้วเจ้าจอมขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดเป็นหลัก ปลูกได้ทั้งลงดินและในกระถาง (ลงดินจะออกดอกดกกว่า) ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
- ขั้นตอนที่ 1 · เลือกพันธุ์และตำแหน่งปลูก
แนะนำพันธุ์ 6 ใบเพราะโตเร็วออกดอกไว เลือกจุดที่ได้แสงรำไรถึงปานกลาง เช่น หน้าบ้านหรือเป็นไม้ประธานในสวน
- ขั้นตอนที่ 2 · เตรียมดินระบายน้ำดี
ปลูกในดินร่วนระบายน้ำดี หรือกระถางที่มีรูระบายน้ำ รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกเพื่อบำรุงดิน
- ขั้นตอนที่ 3 · ปลูกและรดน้ำ
วางต้นให้ตรง กลบดินให้แน่นพอประมาณ รดน้ำให้ชุ่มช่วงตั้งตัว จากนั้นรดพอประมาณอย่าให้ดินแฉะ
- ขั้นตอนที่ 4 · บำรุงและใจเย็น
ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยมูลไส้เดือนสม่ำเสมอ แก้วเจ้าจอมโตช้าจึงต้องอดทน บำรุงต้นให้สมบูรณ์แล้วจะทยอยออกดอกเอง
การดูแลรักษาแก้วเจ้าจอม
การรดน้ำ
แก้วเจ้าจอมชอบน้ำปานกลางในดินที่ระบายน้ำดี ไม่ชอบน้ำท่วมขังที่ราก การรดน้ำมากเกินไปเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการใบเหลืองและรากเน่า
| สถานการณ์ | ความถี่การรดน้ำ |
|---|---|
| ต้นเล็ก/เพิ่งปลูก | รดให้ชุ่มสม่ำเสมอจนตั้งตัว |
| ต้นโตแล้ว | รดวันเว้นวัน หรือเมื่อหน้าดินเริ่มแห้ง |
| ปลูกในกระถาง | ระบายน้ำดี เปลี่ยนหรือเสริมดินใหม่ทุกปี |
| สังเกต | ใบเหลือง = แดดจัดไป น้ำมาก หรือขาดอาหาร |
แสงแดด
ชอบแสงรำไรถึงแดดปานกลาง หากปลูกในที่ร่มจัดจะออกดอกน้อย แต่ถ้าโดนแดดจ้าตลอดวันอาจทำให้ใบเหลืองได้ ตำแหน่งที่ได้แสงเช้าหรือแดดรำไรทั้งวันจึงเหมาะที่สุด
การใส่ปุ๋ยและตัดแต่ง
ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยมูลไส้เดือนสม่ำเสมอเพื่อบำรุงต้นให้สมบูรณ์และออกดอกดก ส่วนการตัดแต่งกิ่งแทบไม่จำเป็น เพราะแก้วเจ้าจอมมีทรงพุ่มกลมสวยตามธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงเล็มกิ่งที่แห้งหรือเสียทรงออกบ้างก็พอ

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้
ใบเหลือง ใบร่วง
มักเกิดจากการโดนแดดจัดเกินไป รดน้ำมากจนดินแฉะ หรือขาดธาตุอาหาร แก้โดยย้ายไปจุดที่แสงรำไร ปรับการรดน้ำให้พอดี ปรับปรุงการระบายน้ำของดิน และใส่ปุ๋ยบำรุง
โตช้าและออกดอกช้า
เป็นธรรมชาติของแก้วเจ้าจอม โดยเฉพาะพันธุ์ 4 ใบและ 8 ใบ ควรเลือกพันธุ์ 6 ใบหากต้องการเห็นผลเร็ว และเน้นบำรุงต้นให้สมบูรณ์ก่อน ดอกจะตามมาเอง
ราคาและแหล่งซื้อแก้วเจ้าจอม
ราคาขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ (จำนวนใบ) ขนาด และความหายาก พันธุ์ 6 ใบราคาจับต้องได้ ส่วนพันธุ์หายากและต้นใหญ่ราคาสูงขึ้นมาก
| ขนาด/พันธุ์ | ราคาโดยประมาณ |
|---|---|
| ต้นกล้า พันธุ์ 6 ใบ | 50-150 บาท |
| ต้นสูงประมาณ 1 เมตร | 300-800 บาท |
| พันธุ์ 4/8/10 ใบ (หายาก) + ต้นใหญ่ทรงสวย | หลักพัน-หลักหมื่นบาท |
หาซื้อได้ตามตลาดต้นไม้ สวนไม้มงคล และร้านค้าออนไลน์อย่าง นานาการ์เด้น, Shopee, Lazada
*ราคาอ้างอิงจากร้านค้าออนไลน์ ณ ต้นปี 2568 อาจเปลี่ยนแปลงตามสายพันธุ์และแหล่งจำหน่าย

บทสรุป
แก้วเจ้าจอมเป็นไม้มงคลราชสำนักที่มีเสน่ห์ครบเครื่อง ทั้งดอกม่วงครามสวยเปลี่ยนสี ทรงพุ่มกลมสวยไม่ต้องแต่ง รากแก้วที่ไม่ทำลายบ้าน และความหมายมงคล “ไม้แห่งชีวิต” หากอยากปลูกให้เห็นผลเร็วแนะนำพันธุ์ 6 ใบ ปลูกในที่แสงรำไรถึงปานกลาง ดินระบายน้ำดี รดน้ำพอประมาณ แล้วใจเย็นบำรุงต้นให้สมบูรณ์ ก็จะได้ไม้มงคลทรงคุณค่าไว้ประดับบ้านไปอีกนาน
👉 อ่านเพิ่มเติม: ต้นล่ำซำ ไม้มงคลรากแก้วไม่ทำลายบ้าน และ เกษมณีสีทอง ไม้ใบสีทองมงคล · รวมไม้มงคลน่าปลูก
เขียนและเรียบเรียงโดย: ทีมงาน Kasetidea
แหล่งอ้างอิง: Plants of the World Online (POWO) โดย Royal Botanic Gardens, Kew, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, วิกิพีเดีย, บ้านและสวน, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
อัปเดตล่าสุด: ธันวาคม 2567
🌱 ปลูกต้นไม้อยู่แล้ว อยากมีรายได้เพิ่ม?
เปลี่ยนต้นไม้ที่คุณปลูกให้เป็นรายได้ เปิดร้านบน KASETIDEA Market ได้ง่ายๆ ไม่กี่นาที มีหน้าร้านออนไลน์ของตัวเอง ให้ลูกค้าทั่วประเทศหาคุณเจอ
❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
แก้วเจ้าจอมปลูกในบ้านดีไหม มีความเชื่ออย่างไร?
ปลูกได้และเป็นมงคล แก้วเจ้าจอมมีชื่อสามัญว่า "ไม้แห่งชีวิต" (Wood of Life) เชื่อกันว่าปลูกในบ้านช่วยเสริมความร่มเย็น ความเจริญรุ่งเรือง และความมั่งคั่ง อีกทั้งเป็นไม้ราชสำนักที่มีประวัติสูงศักดิ์ นิยมปลูกหน้าบ้านหรือเป็นไม้ประธานในสวนเพื่อเสริมภาพลักษณ์ที่ดี
แก้วเจ้าจอม 4 ใบ 6 ใบ 8 ใบ 10 ใบ ต่างกันยังไง?
ต่างกันที่จำนวนคู่ใบย่อย พันธุ์ 4 ใบ (2 คู่) เป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมโตช้าที่สุด พันธุ์ 6 ใบ (3 คู่) นิยมปลูกมากที่สุดเพราะโตเร็วและออกดอกไวภายใน 1-3 ปี ส่วนพันธุ์ 8 ใบ (4 คู่) และ 10 ใบ ต้นเล็ก ดอกเล็ก โตช้ามากและหายาก จึงราคาแพงกว่า
ต้นแก้วเจ้าจอมมีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง?
ข้อดีคือดอกม่วงสวยออกดอกดก ทรงพุ่มกลมสวยตามธรรมชาติไม่ต้องแต่งกิ่ง ต้นไม่ใหญ่ รากแก้วไม่ทำลายโครงสร้างบ้าน และเป็นไม้มงคลหายาก ส่วนข้อเสียคือโตช้าต้องใจเย็น ทิ้งใบย่อยเล็ก ๆ ต้องคอยกวาด และราคาค่อนข้างสูงเพราะเป็นไม้หายาก
แก้วเจ้าจอมปลูกทิศไหนดี?
ไม่มีข้อกำหนดทิศตายตัว แต่นิยมปลูกบริเวณหน้าบ้านหรือเป็นไม้ประธานในสวนที่ได้แสงรำไรถึงปานกลาง เพื่อความสวยงามและเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของบ้าน ควรเลี่ยงจุดที่โดนแดดจัดจ้าตลอดวันเพราะอาจทำให้ใบเหลือง
แก้วเจ้าจอมราคาเท่าไหร่?
ต้นกล้าพันธุ์ 6 ใบเริ่มต้นราว 50-150 บาท ต้นขนาด 1 เมตรราว 300-800 บาท ส่วนพันธุ์ 4 ใบ 8 ใบ 10 ใบ ที่โตช้าและหายาก รวมถึงต้นใหญ่ทรงสวย ราคาสูงถึงหลักพันจนถึงหลักหมื่นบาท
🛒 สินค้าแนะนำสำหรับ แก้วเจ้าจอม
ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับการดูแลและป้องกันปัญหา
