ลิ้นมังกรแคระฟอกอากาศในห้องนั่งเล่น

ต้นลิ้นมังกร

Dracaena trifasciata (Prain) Mabb.

ชื่อสามัญ: ต้นลิ้นมังกร, ลิ้นแม่ยาย, หอกพระอินทร์, ว่านหางเสือ, Snake Plant, Mother-in-law's Tongue

วงศ์: Asparagaceae | ถิ่นกำเนิด: แอฟริกาตะวันตก (ไนจีเรียถึงคองโก)

ปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง ไม้ประดับ

การรดน้ำ

รดน้ำน้อย (สัปดาห์ละครั้ง)

แสงแดด

แสงสว่างทางอ้อม

ระดับความยาก

ง่าย - เหมาะสำหรับมือใหม่

อุณหภูมิ

18-30°C เหมาะสมที่สุด

ความสูง

30 ซม.-1 เมตร (บางพันธุ์ถึง 2 เมตร)

การเจริญเติบโต

ช้า

📌

สรุปสั้น (TL;DR)

อ่าน 30 วินาที
  • 1 ต้นลิ้นมังกร (*Dracaena trifasciata*) ไม้ฟอกอากาศยอดฮิต วงศ์ Asparagaceae ใบตั้งอวบน้ำ ปลูกง่ายทนมาก
  • 2 🔬 ชื่อวิทย์ปัจจุบันคือ Dracaena trifasciata (ชื่อเดิม *Sansevieria trifasciata* เปลี่ยนสกุลปี 2017)
  • 3 🌙 เป็นพืช CAM คายออกซิเจนตอนกลางคืน เหมาะวางห้องนอน · NASA ยืนยันช่วยดูดสารพิษในอาคาร
  • 4 💧 รดน้ำน้อย สัปดาห์ละครั้ง ชอบแสงรำไร-ครึ่งวัน โตช้า ระวังรดมากรากเน่า
  • 5 🐍 มีกว่า 70 สายพันธุ์ — ที่คนหามากสุดคือ ลิ้นมังกรแคระ ('Hahnii') สูงแค่ 15-30 ซม. ตั้งโต๊ะได้ · ชื่อเรียกซ้ำกันบ่อย: เงิน=มูนไชน์ · เขียว=เซย์ลานิก้า
  • 6 ⚠️ มีพิษเล็กน้อยต่อสัตว์เลี้ยงและคนหากกินเข้าไป (saponin) ปลายใบแหลม วางให้พ้นเด็ก/สัตว์
  • 7 ⚠️ "ต้นลิ้นมังกร" คนละต้นกับ "ดอกลิ้นมังกร" (สแนปดรากอน) · ราคาเริ่ม 29-250 บาท

🛒 ซื้อต้นลิ้นมังกร — ส่งตรงจากเกษตรกร

สั่งซื้อต้นจริงจากสวนทั่วประเทศ ผ่านตลาด KASETIDEA ไม่ผ่านคนกลาง

🌿

ยังไม่มีร้านขายต้นลิ้นมังกรในตลาดตอนนี้

ลองดูต้นไม้อื่นในตลาด หรือเป็นร้านแรกที่ลงขายต้นนี้

🛒 ดูตลาดต้นไม้ + ลงขายต้นนี้

ข้อมูลทั่วไป

ต้นลิ้นมังกร (Dracaena trifasciata) คือไม้ประดับใบตั้งอวบน้ำในวงศ์ Asparagaceae ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ไม้ฟอกอากาศ ปลูกง่ายและทนทานที่สุดชนิดหนึ่ง จุดเด่นคือคายออกซิเจนในเวลากลางคืนจึงนิยมวางในห้องนอน ดูแลน้อย รดน้ำไม่บ่อย ทนได้ทั้งในบ้านและกลางแจ้ง อีกทั้งยังเป็นไม้มงคลที่คนไทยปลูกกันมานานกว่า 30 ปี

🌬️
ฟอกอากาศ
NASA รับรอง
🌙
คาย O₂ กลางคืน
เหมาะห้องนอน
💧
รดน้ำน้อย
สัปดาห์ละครั้ง
🌱
ปลูกง่ายมาก
มือใหม่/อึดทน

ข้อมูลพื้นฐานของต้นลิ้นมังกร

ลิ้นมังกรมีชื่อสามัญหลายชื่อ เช่น Snake Plant, Mother-in-law’s Tongue, Saint George’s Sword และ Bowstring Hemp ในไทยยังเรียกกันหลายชื่อตามลักษณะใบที่แหลมคล้ายหอก

หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อวิทยาศาสตร์ Dracaena trifasciata (Prain) Mabb.
ชื่อพ้อง (เดิม) Sansevieria trifasciata Prain
วงศ์ Asparagaceae
ชื่ออื่น ลิ้นแม่ยาย, หอกพระอินทร์, ดาบพระอินทร์, ว่านหางเสือ, ว่านงาช้าง, ลิ้นนาคราช
ถิ่นกำเนิด แอฟริกาตะวันตก (ไนจีเรียถึงคองโก)
ประเภท ไม้ล้มลุกอายุหลายปี ไม่ผลัดใบ อวบน้ำ มีเหง้าใต้ดิน
🔬 ชื่อวิทยาศาสตร์อัปเดต: เดิมลิ้นมังกรอยู่ในสกุล Sansevieria แต่ปี 2017 นักพฤกษศาสตร์ได้ยุบรวมเข้าสกุล Dracaena ชื่อที่ถูกต้องปัจจุบันจึงเป็น Dracaena trifasciata (เว็บไทยจำนวนมากยังใช้ชื่อเดิม Sansevieria trifasciata ซึ่งปัจจุบันเป็นชื่อพ้อง)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของลิ้นมังกร

ใบและเหง้า

เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี มีเหง้าทอดเลื้อยใต้ดินและแตกหน่อได้จำนวนมาก ใบเป็นใบเดี่ยวอวบน้ำแทงตรงขึ้นจากเหง้า รูปใบหอกปลายเรียวแหลม สีเขียวเข้มถึงเขียวอมเทา มีลายพาดขวางตลอดใบ บางพันธุ์ขอบใบสีเหลืองหรือขาว ใบยาวราว 70-90 ซม. (บางพันธุ์สั้นเพียง 15-30 ซม. หรือยาวได้ถึง 2 เมตร)

ดอกและผล

ออกดอกไม่บ่อย ช่อดอกชูขึ้นจากซอกกาบใบ ดอกสีขาวถึงขาวอมชมพู มีกลิ่นหอม บานช่วงเย็นถึงเช้า ผลเนื้อนุ่มสุกสีแดงอมส้ม ภายในมี 1-2 เมล็ด

ลิ้นมังกรฟอกอากาศได้จริงไหม

ลิ้นมังกรเป็นพืชกลุ่ม CAM (Crassulacean Acid Metabolism) ที่ปิดปากใบตอนกลางวันเพื่อลดการสูญเสียน้ำ และเปิดปากใบตอนกลางคืนเพื่อดูดคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมคายออกซิเจนออกมาในเวลากลางคืน ต่างจากพืชทั่วไป จึงเหมาะวางในห้องนอน

งานวิจัย NASA Clean Air Study พบว่าลิ้นมังกรช่วยดูดซับสารพิษในอาคารได้หลายชนิด เช่น เบนซีน ฟอร์มาลดีไฮด์ ไตรคลอโรเอทิลีน และไซลีน อย่างไรก็ตามในห้องจริงประสิทธิภาพจะน้อยกว่าในห้องทดลอง จึงควรปลูกหลายต้นควบคู่กับการระบายอากาศที่ดี

ลิ้นมังกรแคระฟอกอากาศในห้องนั่งเล่น

แผนภาพประกอบบทความ
ภาพที่ 1: ลิ้นมังกรเป็นพืช CAM ที่คายออกซิเจนในเวลากลางคืน จึงเหมาะวางในห้องนอน

ต้นลิ้นมังกร ไม่ใช่ “ดอกลิ้นมังกร”

หลายคนสับสนระหว่าง ต้นลิ้นมังกร (snake plant) กับ ดอกลิ้นมังกร ซึ่งเป็นคนละต้นกันโดยสิ้นเชิง รวมถึงยังมี “ปลาลิ้นมังกร” และ “ขนม/เยลลี่ลิ้นมังกร” ที่ใช้ชื่อพ้องกันอีกด้วย

แผนภาพประกอบบทความ
ภาพที่ 2: ต้นลิ้นมังกร (snake plant) ต่างจากดอกลิ้นมังกร (สแนปดรากอน) โดยสิ้นเชิง

สายพันธุ์ลิ้นมังกรยอดนิยม

ปัจจุบันลิ้นมังกรมีมากกว่า 70 สายพันธุ์ โดยไทยเป็นหนึ่งในแหล่งรวบรวมและผสมพันธุ์สำคัญของโลก แต่ที่หาซื้อง่ายและคนไทยนิยมจริง ๆ มีอยู่ไม่กี่พันธุ์ และแต่ละพันธุ์มักถูกเรียกได้หลายชื่อจนสับสนเวลาเลือกซื้อ

สายพันธุ์ (และชื่อที่เรียกกัน) ลักษณะเด่น
ลิ้นมังกรแคระ
(ฮานิอาย / ‘Hahnii’)
พันธุ์ที่คนไทยค้นหามากที่สุด ทรงเตี้ยกะทัดรัดเพียง 15-30 ซม. ใบซ้อนเป็นกระจุกคล้ายดอกกุหลาบ เหมาะกระถางเล็กตั้งโต๊ะ (ดูรายละเอียดในหัวข้อถัดไป)
ลิ้นมังกรทอง
(โกลเด้น / ขอบเหลือง)
ใบยาวตั้งตรง ขอบใบสีเหลืองทอง เป็นภาพจำของลิ้นมังกรที่คนนึกถึงมากที่สุด แข็งแรงทนทาน
ลิ้นมังกรเขียว
(เซย์ลานิก้า / เขียวล้วน)
ใบเขียวล้วนมีลายขวางคล้ายหนังงู ไม่มีขอบเหลือง ใบแคบกว่าพันธุ์ทอง สูง 60-90 ซม. ดูเรียบง่ายเข้ากับบ้านมินิมอล
ลิ้นมังกรเงิน
(มูนไชน์ / Moonshine)
ใบเขียวอมเงินเป็นประกายคล้ายแสงจันทร์ ใบกว้างและสั้นกว่าพันธุ์อื่น เป็นพันธุ์ที่ดูพรีเมียมที่สุด
ลิ้นมังกรด่าง
(ใบด่าง / variegated)
ลวดลายด่างสวยหายาก ราคาสูงตามความสวยของลาย บางต้นถึงหลักพัน-หลักแสน มีทั้งด่างในพันธุ์ใหญ่และพันธุ์แคระ
ลิ้นมังกรงาช้าง
(ไซลินดริกา / Cylindrica)
ใบทรงกระบอกกลมยาวปลายแหลม ไม่แบนเหมือนพันธุ์อื่น ดูโมเดิร์น บางร้านมัดถักเป็นทรงต่าง ๆ
💡 ชื่อพันธุ์เรียกกันคนละแบบ: ร้านต้นไม้ไทยมักเรียกพันธุ์เดียวกันได้หลายชื่อ เช่น “ลิ้นมังกรเงิน” กับ “มูนไชน์” คือต้นเดียวกัน · “ลิ้นมังกรเขียว” กับ “เซย์ลานิก้า” ก็ต้นเดียวกัน · ส่วน “ฮานิอาย” คือชื่อ cultivar ‘Hahnii’ ของลิ้นมังกรแคระ เวลาเลือกซื้อจึงควรดูจากรูปใบจริงมากกว่าชื่อ
รวมสายพันธุ์ลิ้นมังกรยอดนิยม

ลิ้นมังกรแคระ (Hahnii) — พันธุ์ที่คนหามากที่สุด

ลิ้นมังกรแคระ หรือ ฮานิอาย คือพันธุ์ปลูก (cultivar) ชื่อ Dracaena trifasciata ‘Hahnii’ ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับลิ้นมังกรทั่วไปทุกประการ ไม่ใช่คนละต้น เพียงแต่เป็นพันธุ์กลายที่ทรงต้นเตี้ยลงมาก และกลายเป็นพันธุ์ที่คนไทยค้นหามากที่สุดในบรรดาลิ้นมังกรทั้งหมด

หัวข้อ ลิ้นมังกรแคระ
ชื่อพันธุ์ปลูก Dracaena trifasciata ‘Hahnii’ (ชื่อพ้องเดิม Sansevieria trifasciata ‘Hahnii’)
ความสูง เพียง 15-30 ซม. เทียบกับพันธุ์ใหญ่ที่สูง 70-90 ซม.
ทรงต้น ใบสั้นซ้อนเวียนเป็นกระจุกคล้ายดอกกุหลาบ ไม่ตั้งชูสูงเหมือนพันธุ์ทั่วไป
เฉดที่มีขาย แคระเขียวล้วน · แคระขอบเหลืองทอง (Golden Hahnii) · แคระด่าง
เหมาะกับ กระถาง 3-4 นิ้ว ตั้งโต๊ะทำงาน ชั้นวางของ ขอบหน้าต่าง ห้องน้ำ หรือพื้นที่จำกัด
การดูแล เหมือนพันธุ์ใหญ่ทุกอย่าง แต่กระถางเล็กทำให้ทั้งแห้งเร็วและแฉะง่ายกว่า ต้องเช็คดินก่อนรดทุกครั้ง
⚠️ 2 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับลิ้นมังกรแคระ:

1. “แคระเล็กกว่า น่าจะปลอดภัยกว่า” — ผิด ลิ้นมังกรแคระเป็นชนิดเดียวกับพันธุ์ใหญ่ จึงมีสารซาโปนินและเป็นพิษต่อสุนัขและแมวเท่ากัน ที่แย่กว่าคือคนมักวางกระถางแคระไว้บนโต๊ะหรือชั้นเตี้ย ซึ่งสัตว์เลี้ยงและเด็กเอื้อมถึงง่ายกว่าพันธุ์ใหญ่ที่วางกับพื้น

2. “ซื้อแคระมาวางห้องนอน อากาศจะดีขึ้น” — ต้องเข้าใจตามจริง ลิ้นมังกรแคระคายออกซิเจนกลางคืนได้เหมือนพันธุ์ใหญ่ แต่ต้นเล็กกว่ามาก ปริมาณจึงน้อยกว่ามากตามขนาด หากต้องการผลจริงควรวางหลายกระถางร่วมกับการระบายอากาศที่ดี ไม่ใช่กระถางเดียวแล้วคาดหวังผล

ต้นลิ้นมังกรงาช้างในกระถางทรงตื้น

วิธีปลูกและขยายพันธุ์ลิ้นมังกร

  1. เตรียมดินโปร่ง — ใช้ดินร่วนผสมใบก้ามปูและกาบมะพร้าวสับ เน้นระบายน้ำได้ดี ไม่อุ้มน้ำ
  2. เลือกกระถางให้เหมาะ — พันธุ์ใบยาวใช้กระถางทรงสูง พันธุ์แคระใช้กระถางทรงเตี้ย เจาะรูระบายน้ำ
  3. แยกหน่อปลูก — วิธีที่ง่ายที่สุด แยกหน่อที่มีรากติดจากต้นแม่มาปลูก เคาะดินให้แน่นพอยึดต้น
  4. วางในที่แสงรำไร — ตั้งในที่ได้แสงรำไรหรือแดดครึ่งวัน หลีกเลี่ยงแดดจัดจ้าตลอดวันที่ทำให้ใบไหม้ซีด
  5. รดน้ำแต่พอชุ่ม — รดน้ำครั้งแรกให้ดินชุ่ม จากนั้นปล่อยให้ดินแห้งก่อนรดครั้งถัดไป
วิธีปักชำต้นลิ้นมังกรแบบง่าย

การดูแลรักษาต้นลิ้นมังกร

การรดน้ำ

ลิ้นมังกรเป็นพืชอวบน้ำทนแล้ง รดน้ำน้อยเป็นหัวใจสำคัญ การรดมากเกินไปคือสาเหตุหลักของอาการรากและโคนเน่า

สภาพปลูก ความถี่การรดน้ำ
ในบ้าน/ห้องแอร์ สัปดาห์ละครั้ง หรือเมื่อดินแห้งสนิท
กลางแจ้ง/กระถาง ทุก 3-5 วัน ให้ดินพอชุ่ม อย่าให้แฉะ
ฤดูฝน งดหรือลดการรด ระวังน้ำขังทำให้เน่า

แสงแดด

ชอบแสงรำไรถึงแดดครึ่งวัน (ราว 50%) ใบจะมีลายสีสวยงาม หากปลูกในร่มจัดก็ทนได้แต่โตช้าลง ส่วนแดดจัดตลอดวันทำให้ใบซีดเหลืองและหยาบกร้าน

การใส่ปุ๋ย

ไม่ต้องการปุ๋ยมาก ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยละลายช้าทุก 2-3 เดือนก็เพียงพอ เนื่องจากเป็นไม้โตช้าตามธรรมชาติ (แตกใบใหม่เพียง 2-4 ใบต่อฤดู)

ข้อควรระวัง: พิษและปลายใบแหลม

⚠️ มีพิษเล็กน้อยต่อสัตว์เลี้ยงและคน: ASPCA จัดลิ้นมังกรเป็นพืชมีพิษต่อสุนัขและแมว เพราะมีสารซาโปนิน (saponin) ที่ทำให้อาเจียนหรือท้องเสียหากกินเข้าไป และอาจระคายเคืองในคนหากรับประทาน อย่างไรก็ตามใบมีรสขมมากสัตว์มักไม่กินซ้ำ จึงพบอาการรุนแรงได้น้อย หากมีเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงชอบแทะ แนะนำวางในตำแหน่งที่เอื้อมไม่ถึง นอกจากนี้ปลายใบที่โตเต็มที่ค่อนข้างแหลม ควรระวังการเดินชนหรือเด็กเล่นใกล้

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้

ใบเหลือง โคนนิ่ม (รากเน่า)

สาเหตุหลักคือรดน้ำมากเกินไปหรือดินไม่ระบายน้ำ วิธีแก้คือหยุดรดน้ำ นำต้นออกมาตัดส่วนที่เน่าทิ้ง ผึ่งแผลให้แห้ง แล้วปลูกใหม่ในดินโปร่ง

ปลายใบไหม้/ใบซีด

เกิดจากได้รับแดดจัดเกินไป ย้ายไปที่แสงรำไรจะช่วยให้ใบกลับมาสดและลายชัดขึ้น

ปลายใบม้วนงอ

มักเกิดจากขาดน้ำนานเกินไปหรือเพิ่งเปลี่ยนกระถาง ให้รดน้ำสม่ำเสมอขึ้นเล็กน้อยและวางในที่แสงเหมาะสมจนต้นปรับตัว

ลิ้นมังกรทองและลิ้นมังกรเซย์ลานิก้าในลานสวนคาเฟ่

ราคาและแหล่งซื้อต้นลิ้นมังกร

ประเภท ราคาโดยประมาณ
พันธุ์ทั่วไป (ทอง/เงิน) กระถางเล็ก 29-150 บาท
ลิ้นมังกรแคระ 100-250 บาท
ต้นใหญ่/กระถางสวยตกแต่ง 250-800 บาท
พันธุ์ใบด่างหายาก หลักพัน-หลักแสนบาท

*ราคาเดือนกุมภาพันธ์ 2568 อาจเปลี่ยนแปลงตามสายพันธุ์ ขนาด และความหายาก

แหล่งซื้อ

  • ตลาดต้นไม้: ตลาดต้นไม้จตุจักร, สวนไม้ประดับทั่วประเทศ
  • ออนไลน์: Shopee, Lazada, Facebook Marketplace
  • สวนพันธุ์ไม้ฟอกอากาศ: ร้านไม้ประดับและสวนต้นไม้มงคลทั่วไป

ความเชื่อและสรรพคุณของลิ้นมังกร

คนไทยโบราณเชื่อว่าลิ้นมังกร หรือ “หอกพระอินทร์” (จากใบที่แหลมคล้ายหอกอาวุธของพระอินทร์) เป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยป้องกันภัยและปัดเป่าสิ่งไม่ดี คุ้มครองคนในบ้าน อีกทั้งบางความเชื่อว่าปลูกรอบบ้านช่วยป้องกันสัตว์เลื้อยคลานเข้าบ้าน จึงนิยมปลูกเสริมฮวงจุ้ยตามมุมบ้านหรือใกล้ประตูทางเข้า และวางในห้องนอนเพราะคายออกซิเจนกลางคืน

ด้านสมุนไพรพื้นบ้าน ใบลิ้นมังกรนำมาตำละเอียดใช้พอกภายนอกเพื่อแก้พิษตะขาบและแมงป่อง

🧭 ตำแหน่งวางตามความนิยม: วางในห้องนอน (คายออกซิเจนกลางคืน) มุมห้องทำงาน หรือใกล้ประตูทางเข้าเพื่อเสริมความคุ้มครองและฟอกอากาศไปพร้อมกัน

บทสรุป

ต้นลิ้นมังกร (Dracaena trifasciata) เป็นไม้ฟอกอากาศที่ปลูกง่าย ทนทาน ดูแลน้อยที่สุดชนิดหนึ่ง จุดเด่นคือคายออกซิเจนกลางคืนเหมาะวางห้องนอน มีสายพันธุ์ให้เลือกกว่า 70 แบบ เพียงจำหลักง่าย ๆ ว่า “รดน้ำน้อย แสงรำไร ดินโปร่ง” ก็เลี้ยงให้สวยงามได้ยาว ๆ เพียงระวังเรื่องพิษต่อสัตว์เลี้ยงและปลายใบแหลมสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็ก

👉 อ่านเพิ่มเติม: ต้นกวักมรกต ไม้มงคลฟอกอากาศ | ต้นแก้ว ไม้มงคลดอกหอม | วิธีรดน้ำต้นไม้อย่างถูกวิธี


แหล่งอ้างอิง: Wikipedia, Plants of the World Online, บ้านและสวน, NASA Clean Air Study, ASPCA
อัปเดตล่าสุด: กรกฎาคม 2569

🌱 ปลูกต้นไม้อยู่แล้ว อยากมีรายได้เพิ่ม?

เปลี่ยนต้นไม้ที่คุณปลูกให้เป็นรายได้ เปิดร้านบน KASETIDEA Market ได้ง่ายๆ ไม่กี่นาที มีหน้าร้านออนไลน์ของตัวเอง ให้ลูกค้าทั่วประเทศหาคุณเจอ

ลงขายต้นไม้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

+ ต้นลิ้นมังกรฟอกอากาศได้จริงไหม?

ได้ระดับหนึ่ง งานวิจัย NASA Clean Air Study พบว่าลิ้นมังกรช่วยดูดซับสารพิษในอาคารได้หลายชนิด เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์และเบนซีน อีกทั้งยังเป็นพืช CAM ที่คายออกซิเจนในเวลากลางคืน จึงนิยมวางในห้องนอน แต่ในสภาพห้องจริงประสิทธิภาพจะน้อยกว่าในห้องทดลอง ควรปลูกหลายต้นร่วมกับการระบายอากาศที่ดี

+ ต้นลิ้นมังกรรดน้ำบ่อยแค่ไหน?

รดน้ำน้อย ประมาณสัปดาห์ละครั้ง หรือ 3-5 วันครั้งเมื่อดินแห้ง เพราะเป็นพืชอวบน้ำทนแล้ง การรดมากเกินไปคือสาเหตุหลักที่ทำให้รากและโคนเน่า ควรใช้ดินร่วนโปร่งระบายน้ำดีและปล่อยให้ดินแห้งระหว่างการรด

+ ต้นลิ้นมังกรมีพิษไหม ปลูกในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงได้ไหม?

มีพิษเล็กน้อย ASPCA จัดว่าลิ้นมังกรเป็นพิษต่อสุนัขและแมว เพราะมีสารซาโปนินที่ทำให้อาเจียนหรือท้องเสียหากกินเข้าไป และปลายใบค่อนข้างแหลม แต่ใบมีรสขมมากสัตว์มักไม่กินซ้ำ หากเลี้ยงสัตว์หรือมีเด็กเล็กแนะนำวางในตำแหน่งที่เอื้อมไม่ถึง

+ ต้นลิ้นมังกรกับดอกลิ้นมังกรเป็นต้นเดียวกันไหม?

คนละต้นกัน "ต้นลิ้นมังกร" คือ snake plant (Dracaena trifasciata) ไม้ใบตั้งฟอกอากาศ ส่วน "ดอกลิ้นมังกร" คือสแนปดรากอน (Antirrhinum majus) ไม้ดอกฤดูหนาวที่ดอกเป็นช่อสีสันสดใส เป็นพืชคนละวงศ์และลักษณะต่างกันโดยสิ้นเชิง

+ ต้นลิ้นมังกรราคาเท่าไหร่ มีสายพันธุ์อะไรบ้าง?

ลิ้นมังกรมีกว่า 70 สายพันธุ์ แต่ที่คนไทยค้นหาและนิยมมากที่สุดคือ ลิ้นมังกรแคระ หรือฮานิอาย (cultivar 'Hahnii') ที่สูงเพียง 15-30 ซม. ใบซ้อนเป็นกระจุก เหมาะตั้งโต๊ะ รองลงมาคือ ลิ้นมังกรทอง (ขอบเหลือง) ลิ้นมังกรเขียวหรือเซย์ลานิก้า (เขียวล้วน) ลิ้นมังกรเงินหรือมูนไชน์ (เขียวอมเงิน) ลิ้นมังกรงาช้าง (ทรงกระบอก) และพันธุ์ด่าง ข้อควรรู้คือชื่อเรียกในตลาดซ้ำกันบ่อย เงินกับมูนไชน์คือต้นเดียวกัน เขียวกับเซย์ลานิก้าก็ต้นเดียวกัน ราคาพันธุ์ทั่วไปเริ่มต้นราว 29-250 บาท ส่วนพันธุ์ด่างหายากอาจสูงถึงหลักพันถึงหลักแสนบาท

ความคิดเห็นและคำถาม