ต้นโมก
Wrightia religiosa (Teijsm. & Binn.) Benth. ex Kurz
ชื่อสามัญ: โมกบ้าน, โมกลา, โมกซ้อน, โมกพวง, โมกดอกหอม, หลักป่า, Water Jasmine
วงศ์: Apocynaceae | ถิ่นกำเนิด: ประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การรดน้ำ
รดน้ำปานกลาง (2-3 วันครั้ง)
แสงแดด
แสงแดดโดยตรง
ระดับความยาก
ง่าย - เหมาะสำหรับมือใหม่
อุณหภูมิ
18-30°C เหมาะสมที่สุด
ความสูง
1-5 เมตร
การเจริญเติบโต
ปานกลาง
สรุปสั้น (TL;DR)
อ่าน 30 วินาที- ต้นโมก (*Wrightia religiosa*) ไม้มงคลวงศ์ Apocynaceae ชื่อพ้อง "โมกข์" = ความหลุดพ้น/บริสุทธิ์ ดอกขาวหอมเย็น
- ปลูกง่าย ทนแล้ง-ทนน้ำท่วม ชอบแดดจัด รดน้ำให้ชุ่มแล้วเว้น 5-7 วัน
- สายพันธุ์นิยม: โมกลา (ดอกชั้นเดียว), โมกซ้อน (กลีบซ้อน), โมกพวง (ช่อดก 20-30 ดอก นิยมสุด)
- ออกดอกตลอดปี ดกเป็นพิเศษหน้าหนาว กลิ่นแรงตอนค่ำ
- นิยมปลูกเป็นแนวรั้ว/บังสายตา และทำโมกดัด (บอนไซ) เพิ่มมูลค่า
- ราคาเริ่ม 37-50 บาท (ต้นเล็ก) ถึง หลักพัน-หลักหมื่น (บอนไซทรงสวย)
- ตามความเชื่อปลูกทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เสริมความบริสุทธิ์และคุ้มครองบ้าน
🛒 ซื้อต้นโมก — ส่งตรงจากเกษตรกร
สั่งซื้อต้นจริงจากสวนทั่วประเทศ ผ่านตลาด KASETIDEA ไม่ผ่านคนกลาง
ยังไม่มีร้านขายต้นโมกในตลาดตอนนี้
ลองดูต้นไม้อื่นในตลาด หรือเป็นร้านแรกที่ลงขายต้นนี้
🛒 ดูตลาดต้นไม้ + ลงขายต้นนี้ข้อมูลทั่วไป
ต้นโมก (Wrightia religiosa) คือไม้พุ่มถึงไม้ยืนต้นขนาดกลางไม่ผลัดใบในวงศ์ Apocynaceae มีดอกสีขาวบริสุทธิ์กลิ่นหอมเย็น เป็นไม้มงคลที่คนไทยนิยมปลูกเป็นแนวรั้ว ไม้ประดับ และนำมาทำโมกดัด (บอนไซ) มายาวนาน ด้วยความหมายมงคลที่สื่อถึงความหลุดพ้นและความบริสุทธิ์
✍️ เขียนและเรียบเรียงโดย ทีมงาน Kasetidea · ตรวจสอบข้อมูลพฤกษศาสตร์กับฐานข้อมูลพืชระดับสากล POWO (Royal Botanic Gardens, Kew) และวิกิพีเดีย · อัปเดตล่าสุด ธันวาคม 2567
ข้อมูลพื้นฐานของต้นโมก
ต้นโมกมีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบกระจายพันธุ์ตั้งแต่ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม ไปจนถึงมาเลเซีย มักขึ้นตามป่าละเมาะที่ชื้นและป่าดงดิบ ทั้งนี้ชื่อวิทยาศาสตร์และการจัดจำแนกอ้างอิงจาก Plants of the World Online (POWO) โดยสวนพฤกษศาสตร์คิว และ วิกิพีเดีย
| ชื่อวิทยาศาสตร์ | Wrightia religiosa (Teijsm. & Binn.) Benth. ex Kurz |
| ชื่อสามัญ | Water Jasmine, Moke |
| ชื่ออื่น | โมกบ้าน, โมกลา, โมกซ้อน, โมกพวง, โมกดอกหอม, หลักป่า, ปิดจงวา |
| วงศ์ | Apocynaceae (วงศ์ตีนเป็ด/โมก) |
| ถิ่นกำเนิด | ประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ |
| ประเภท | ไม้พุ่ม/ไม้ยืนต้นขนาดกลาง ไม่ผลัดใบ |
| ความสูง | 1-5 เมตร |
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นโมก
ลำต้นและเปลือก
ต้นโมกเป็นไม้พุ่มขนาดกลางไม่ผลัดใบ สูงประมาณ 1-5 เมตร เรือนยอดแผ่กว้าง เปลือกลำต้นเรียบเกลี้ยงสีน้ำตาลเข้มถึงดำ มีจุดเล็ก ๆ สีขาวประอยู่ทั่วไป มักแตกกิ่งต่ำใกล้ผิวดินเป็นหลายลำต้น จุดสังเกตสำคัญคือ ทุกส่วนของต้นมีน้ำยางสีขาว เมื่อเกิดแผลจะไหลออกมาให้เห็น
ใบ

ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามกันเป็นคู่ตามข้อ รูปรีหรือรูปไข่ ปลายใบแหลมหรือมน โคนใบมน ขอบใบเรียบไม่มีหยัก เนื้อใบบางสีเขียว ขนาดกว้างประมาณ 2 เซนติเมตร ยาว 3-5 เซนติเมตร ข้อดีคือใบโมกไม่ค่อยร่วง จึงไม่ต้องคอยเก็บกวาดใบบ่อย ๆ
ดอก

ดอกโมกออกเป็นช่อสั้น ๆ ตามปลายกิ่งและซอกใบ ช่อหนึ่งมีดอกประมาณ 4-8 ดอก (ยกเว้นโมกพวงที่ดกได้ถึง 20-30 ดอกต่อช่อ) ดอกมักคว่ำหน้าลงสู่พื้น กลีบดอกสีขาว 5 กลีบ ขนาดบานเต็มที่ราว 2 เซนติเมตร มีกลิ่นหอมเย็นสดชื่น โดยจะส่งกลิ่นแรงเป็นพิเศษในตอนค่ำ ต้นโมกออกดอกได้ตลอดทั้งปี และจะออกดอกดกเป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาว
ผล
ผลของโมกเป็นฝักคู่ทรงกระบอก ลักษณะโค้งงอเข้าหากัน ยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ภายในมีเมล็ดจำนวนมากที่มีขนช่วยให้ปลิวตามลม สามารถนำไปเพาะขยายพันธุ์ต่อได้ อย่างไรก็ตามโมกซ้อนและโมกพวงมักเป็นหมันจึงไม่ค่อยติดฝัก
ระบบราก
ต้นโมกมีระบบรากที่แตกรากได้ง่ายและเร็วเมื่อดินมีอาหารสมบูรณ์ รากไม่ลึกหรือรุนแรงจนทำลายโครงสร้างบ้าน จึงปลูกเป็นแนวรั้วใกล้ตัวบ้านได้ อย่างไรก็ตามหากปลูกในกระถางแล้วรากแน่นเกินไป ใบจะเริ่มซีดเหลือง ควรเปลี่ยนดินและตัดแต่งรากปีละครั้งหลังหมดฤดูหนาว เพื่อกระตุ้นให้เกิดรากฝอยใหม่ที่สมบูรณ์
สายพันธุ์โมกที่นิยมปลูก
โมกบ้าน (Wrightia religiosa) มีการกลายพันธุ์และคัดสายพันธุ์จนได้หลายรูปแบบ ที่พบบ่อยและนิยมปลูกมี 3 แบบหลัก ซึ่งแยกความแตกต่างได้ชัดที่สุดจาก “ดอก”
- โมกลา (โมกบ้านดั้งเดิม) — ดอกมีกลีบชั้นเดียว ช่อดอกเล็ก เป็นพันธุ์ดั้งเดิม ติดฝักได้
- โมกซ้อน — กลายพันธุ์ให้มีกลีบดอกซ้อนกันหลายชั้น ดอกดูฟูสวย มักเป็นหมันจึงไม่ค่อยติดฝัก
- โมกพวง — ออกดอกเป็นช่อกระจุกใหญ่ 20-30 ดอกต่อช่อ ดอกไม่ค่อยร่วง (มักแห้งคาช่อ) ออกดอกดกตลอดปี จึงเป็นสายพันธุ์ที่คนไทยนิยมปลูกมากที่สุด
ทำไมต้นโมกถึงเป็นที่นิยม
ดอกสีขาวหอมเย็นตลอดปี
เสน่ห์อันดับหนึ่งของโมกคือดอกสีขาวสะอาดที่ส่งกลิ่นหอมเย็นสดชื่น โดยเฉพาะช่วงค่ำที่กลิ่นจะฟุ้งไปทั่วบริเวณ อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี ทำให้บ้านมีดอกไม้หอมให้ชื่นชมไม่ขาด
เป็นไม้มงคลความหมายดี
ชื่อ “โมก” สื่อถึงความบริสุทธิ์และการหลุดพ้นจากทุกข์ คนไทยเชื่อว่าช่วยเสริมความสงบสุขและปกป้องคุ้มครองบ้านเรือน จึงนิยมปลูกไว้หน้าบ้านหรือใกล้ประตูทางเข้า

เหมาะทำแนวรั้วและโมกดัด (บอนไซ)
ด้วยทรงพุ่มแน่นและตัดแต่งง่าย โมกจึงนิยมปลูกเรียงเป็นแนวรั้วบังสายตา นอกจากนี้ยังเป็นไม้ยอดนิยมสำหรับทำโมกดัดหรือบอนไซ เพราะแตกรากเร็วและทนต่อการตัดแต่ง ช่วยเพิ่มมูลค่าได้อีกมาก
ปลูกง่าย ทนทาน ดูแลน้อย
โมกเป็นไม้ที่เลี้ยงง่ายมาก ทนทั้งความแล้งและน้ำท่วมขังได้ดี ใบไม่ค่อยร่วงจึงไม่ต้องเก็บกวาด เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกต้นไม้
วิธีปลูกต้นโมก
โมกปลูกได้ทั้งลงดินและลงกระถาง ขยายพันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำ และตอนกิ่ง (การตอนกิ่งให้ผลดีที่สุด) ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
- ขั้นตอนที่ 1 · เลือกตำแหน่งแดดจัด
โมกชอบแดดเต็มวัน เลือกที่โล่งรับแดดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน ถ้าปลูกเป็นแนวรั้วให้เว้นระยะ 50-80 เซนติเมตรต่อต้น
- ขั้นตอนที่ 2 · เตรียมดินร่วนระบายน้ำดี
ผสมดินร่วนกับปุ๋ยคอกหรือใบไม้ผุอัตราส่วน 2 ต่อ 1 หากปลูกลงกระถางให้รองก้นด้วยวัสดุระบายน้ำเพื่อป้องกันรากเน่า
- ขั้นตอนที่ 3 · ปลูกกิ่งตอนหรือกิ่งชำ
นำกิ่งตอนที่มีรากแล้วลงหลุมหรือกระถาง กลบดินให้แน่นพอประมาณ ปักไม้ค้ำยันถ้าต้นสูงเพื่อกันโยกล้มเวลาลมแรง
- ขั้นตอนที่ 4 · รดน้ำให้ตั้งตัว แล้วดูแลตามปกติ
ช่วงแรกรดน้ำให้ชุ่มพอตั้งตัว จากนั้นรดให้ชุ่มแล้วเว้น 5-7 วัน พร้อมใส่ปุ๋ยบำรุงเป็นระยะเพื่อให้แตกใบและออกดอกดก
การดูแลรักษาต้นโมก

การรดน้ำ
โมกเป็นไม้ที่ปรับตัวได้ดี ทนทั้งแล้งและน้ำท่วม แต่ไม่ชอบดินแฉะที่ทำให้รากเน่า จึงควรรดน้ำให้พอเหมาะตามสถานการณ์
| สถานการณ์ | ความถี่การรดน้ำ |
|---|---|
| ปลูกลงดิน (ตั้งตัวแล้ว) | รดให้ชุ่มแล้วเว้น 5-7 วัน หรือสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง |
| ปลูกในกระถาง | 2-3 วันครั้ง เช็คหน้าดินแห้งค่อยรด |
| โมกดัด/บอนไซ | รดวันละครั้งเช้าหรือเย็น เพราะกระถางเล็กเก็บความชื้นน้อย |
| หน้าฝน | ลดการรด ระวังน้ำขังและดินแฉะที่ทำให้รากเน่า |
แสงแดด
โมกชอบแสงแดดปานกลางถึงจัดแบบเต็มวัน ปลูกกลางแจ้งได้โดยไม่กลัวใบไหม้ หากได้รับแสงน้อยเกินไปใบจะใหญ่แต่ดอกน้อยและสีซีด ควรตั้งในที่โล่งรับแดดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวันเพื่อให้ออกดอกดก
การใส่ปุ๋ย
ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรอบโคนต้น อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้น ปีละ 4-6 ครั้ง หากต้องการเร่งการเจริญเติบโตอาจเสริมปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ 15-15-15 หรือ 16-16-16 ผสมน้ำในอัตราเจือจางราดที่โคน ทุก 1-2 เดือน แต่ควรระวังอย่าใส่มากเกินไปเพราะอาจทำให้รากไหม้และใบเหลืองหนักขึ้น
การตัดแต่งกิ่ง
ตัดแต่งกิ่งและใบรอบทรงพุ่มทุก ๆ 2-3 เดือน เพื่อกระตุ้นให้แตกใบใหม่และทรงพุ่มแน่นขึ้น หากปลูกเป็นแนวรั้วบังตาควรเลี้ยงให้เตี้ยไม่เกิน 1 เมตรเพื่อให้ใบแน่นทึบ ส่วนโมกดัดต้องหมั่นตัดแต่งและดัดกิ่งอย่างสม่ำเสมอเพื่อคงรูปทรง
ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้
ใบเหลือง ใบร่วง
สาเหตุหลักมาจากการรดน้ำมากหรือน้อยเกินไป การขาดธาตุอาหาร (โดยเฉพาะไนโตรเจน ธาตุเหล็ก และแมกนีเซียม) แสงไม่เพียงพอ หรือรากแน่นกระถาง แก้ไขโดยปรับการรดน้ำให้พอดี ใส่ปุ๋ยบำรุง ย้ายไปรับแดดให้มากขึ้น และเปลี่ยนดินหากรากแน่นเกินไป
โรคและแมลง
ศัตรูที่พบบ่อยคือเพลี้ยแป้ง เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน และไรแดง ที่มาดูดน้ำเลี้ยงตามยอดอ่อนและใต้ใบ ทำให้ใบหงิกเหลือง บางครั้งมูลเพลี้ยยังก่อให้เกิดราดำเกาะตามใบ ควรหมั่นตรวจใต้ใบสม่ำเสมอ และหากพบการระบาดควรกำจัดแต่เนิ่น ๆ ด้วยวิธีปลอดภัย เช่น ฉีดน้ำแรง ๆ หรือใช้สารชีวภัณฑ์ เพื่อลดการใช้สารเคมีที่อาจเป็นอันตรายต่อคนและสัตว์เลี้ยง
ราคาและแหล่งซื้อต้นโมก
ราคาต้นโมกขึ้นอยู่กับขนาด อายุ และทรงพุ่มเป็นหลัก ต้นเล็กราคาย่อมเยา ส่วนไม้ดัดทรงสวยหรือบอนไซเก่าอาจมีราคาสูงถึงหลักหมื่น
| ขนาด/ประเภท | ราคาโดยประมาณ |
|---|---|
| ต้นเล็ก สูง 0.8-1.2 ม. | 37-50 บาท |
| โมกด่าง/โมกแคระ กระถาง 6 นิ้ว | 49-120 บาท |
| บอนไซจิ๋ว (มาเมะ) | 100-350 บาท |
| ต้นทรงสวย อายุ 2-3 ปี | 450-600 บาท |
| บอนไซ/ไม้ดัดทรงสวย | 1,200 บาทขึ้นไป (ไม้เก่าทรงงามถึงหลักหมื่น) |
หาซื้อได้ตามตลาดนัดต้นไม้ (เช่น ตลาดนัดจตุจักร) ร้านต้นไม้ทั่วไป และร้านค้าออนไลน์อย่าง Shopee, Lazada และนานาการ์เด้น
*ราคาอ้างอิงจากร้านค้าออนไลน์ ณ ต้นปี 2568 อาจเปลี่ยนแปลงตามขนาด ทรงพุ่ม และช่วงเวลา
ความเชื่อและฮวงจุ้ยของต้นโมก

คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นโมกไว้ประจำบ้านจะเกิดความสุขความบริสุทธิ์ เพราะ “โมก” พ้องเสียงกับ “โมกข์/โมกษ์” ที่หมายถึงการหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง อีกทั้งดอกสีขาวสะอาดกลิ่นหอมยังสื่อถึงความบริสุทธิ์และความรักที่จริงใจ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าต้นโมกช่วยคุ้มครองปกป้องภัยอันตรายให้แก่บ้านและผู้อาศัย
ตามตำราโบราณ เพื่อความเป็นสิริมงคลควรปลูกต้นโมกไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และนิยมปลูกในวันเสาร์เพื่อ “เอาคุณ” ทั้งนี้ต้นโมกยังถือเป็นไม้มงคลประจำราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน) อีกด้วย
บทสรุป
ต้นโมกเป็นไม้มงคลที่ครบเครื่องทั้งดอกขาวหอมเย็นตลอดปี ความหมายมงคลด้านความบริสุทธิ์ และความง่ายในการดูแล เหมาะทั้งปลูกเป็นแนวรั้ว ไม้ประดับ หรือนำมาทำโมกดัดเพิ่มมูลค่า เพียงเลือกที่แดดจัด รดน้ำแต่พอดี และใส่ปุ๋ยสม่ำเสมอ ก็จะได้ต้นโมกที่ออกดอกหอมสวยไปอีกนาน
👉 อ่านเพิ่มเติม: ต้นล่ำซำ ไม้มงคลร่ำรวย และ รวมไม้มงคลน่าปลูกประจำบ้าน
เขียนและเรียบเรียงโดย: ทีมงาน Kasetidea
แหล่งอ้างอิง: Plants of the World Online (POWO) โดย Royal Botanic Gardens, Kew, วิกิพีเดีย, ศูนย์ความรู้ด้านการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, medthai, บ้านและสวน
อัปเดตล่าสุด: ธันวาคม 2567
🌱 ปลูกต้นไม้อยู่แล้ว อยากมีรายได้เพิ่ม?
เปลี่ยนต้นไม้ที่คุณปลูกให้เป็นรายได้ เปิดร้านบน KASETIDEA Market ได้ง่ายๆ ไม่กี่นาที มีหน้าร้านออนไลน์ของตัวเอง ให้ลูกค้าทั่วประเทศหาคุณเจอ
❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ต้นโมกปลูกยากไหม ดูแลยังไง?
ปลูกง่ายมาก ทนทั้งแล้งและน้ำท่วม ชอบแดดจัด รดน้ำให้ชุ่มแล้วเว้น 5-7 วัน ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักปีละ 4-6 ครั้ง เหมาะกับมือใหม่ อีกทั้งใบไม่ค่อยร่วงจึงไม่ต้องเก็บกวาดบ่อย
ต้นโมกชอบแดดไหม?
ชอบแดดจัดแบบเต็มวัน ปลูกกลางแจ้งได้ไม่กลัวใบไหม้ ถ้าได้แดดน้อยเกินไปใบจะใหญ่แต่ดอกน้อยและสีซีด ควรตั้งในที่โล่งรับแดดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน
โมกลา โมกซ้อน โมกพวง ต่างกันยังไง?
โมกลามีดอกกลีบชั้นเดียวเป็นพันธุ์ดั้งเดิม โมกซ้อนมีกลีบซ้อนหลายชั้นและมักเป็นหมันไม่ติดฝัก ส่วนโมกพวงออกดอกเป็นช่อกระจุกใหญ่ 20-30 ดอก ดอกดกและไม่ค่อยร่วง จึงเป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกมากที่สุด
ต้นโมกใบเหลืองใบร่วงเกิดจากอะไร แก้ยังไง?
มักเกิดจากรดน้ำมากหรือน้อยเกินไป ขาดธาตุอาหาร แสงไม่พอ หรือเพลี้ยแป้ง/เพลี้ยไฟเข้าทำลาย แก้โดยปรับการรดน้ำให้พอดี ใส่ปุ๋ยบำรุง หมั่นตรวจใต้ใบ และตัดแต่งกิ่งให้โปร่งเพื่อกระตุ้นใบใหม่
ต้นโมกราคาเท่าไหร่?
ต้นเล็กสูง 0.8-1.2 เมตร ราคาประมาณ 37-50 บาท บอนไซจิ๋วเริ่มต้น 100-350 บาท ต้นทรงสวยอายุ 2-3 ปี ราว 450-600 บาท ส่วนบอนไซหรือไม้ดัดทรงสวยงามราคาหลักพันถึงหลักหมื่นบาท
แท็ก
🛒 สินค้าแนะนำสำหรับ ต้นโมก
ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับการดูแลและป้องกันปัญหา
