ต้นโมก

ต้นโมก

Wrightia religiosa (Teijsm. & Binn.) Benth. ex Kurz

ชื่อสามัญ: โมกบ้าน, โมกลา, โมกซ้อน, โมกพวง, โมกดอกหอม, หลักป่า, Water Jasmine

วงศ์: Apocynaceae | ถิ่นกำเนิด: ประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง ไม้ดอก

การรดน้ำ

รดน้ำปานกลาง (2-3 วันครั้ง)

แสงแดด

แสงแดดโดยตรง

ระดับความยาก

ง่าย - เหมาะสำหรับมือใหม่

อุณหภูมิ

18-30°C เหมาะสมที่สุด

ความสูง

1-5 เมตร

การเจริญเติบโต

ปานกลาง

📌

สรุปสั้น (TL;DR)

อ่าน 30 วินาที
  • 1 ต้นโมก (*Wrightia religiosa*) ไม้มงคลวงศ์ Apocynaceae ชื่อพ้อง "โมกข์" = ความหลุดพ้น/บริสุทธิ์ ดอกขาวหอมเย็น
  • 2 ปลูกง่าย ทนแล้ง-ทนน้ำท่วม ชอบแดดจัด รดน้ำให้ชุ่มแล้วเว้น 5-7 วัน
  • 3 สายพันธุ์นิยม: โมกลา (ดอกชั้นเดียว), โมกซ้อน (กลีบซ้อน), โมกพวง (ช่อดก 20-30 ดอก นิยมสุด)
  • 4 ออกดอกตลอดปี ดกเป็นพิเศษหน้าหนาว กลิ่นแรงตอนค่ำ
  • 5 นิยมปลูกเป็นแนวรั้ว/บังสายตา และทำโมกดัด (บอนไซ) เพิ่มมูลค่า
  • 6 ราคาเริ่ม 37-50 บาท (ต้นเล็ก) ถึง หลักพัน-หลักหมื่น (บอนไซทรงสวย)
  • 7 ตามความเชื่อปลูกทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เสริมความบริสุทธิ์และคุ้มครองบ้าน

🛒 ซื้อต้นโมก — ส่งตรงจากเกษตรกร

สั่งซื้อต้นจริงจากสวนทั่วประเทศ ผ่านตลาด KASETIDEA ไม่ผ่านคนกลาง

🌿

ยังไม่มีร้านขายต้นโมกในตลาดตอนนี้

ลองดูต้นไม้อื่นในตลาด หรือเป็นร้านแรกที่ลงขายต้นนี้

🛒 ดูตลาดต้นไม้ + ลงขายต้นนี้

ข้อมูลทั่วไป

ต้นโมก (Wrightia religiosa) คือไม้พุ่มถึงไม้ยืนต้นขนาดกลางไม่ผลัดใบในวงศ์ Apocynaceae มีดอกสีขาวบริสุทธิ์กลิ่นหอมเย็น เป็นไม้มงคลที่คนไทยนิยมปลูกเป็นแนวรั้ว ไม้ประดับ และนำมาทำโมกดัด (บอนไซ) มายาวนาน ด้วยความหมายมงคลที่สื่อถึงความหลุดพ้นและความบริสุทธิ์

✍️ เขียนและเรียบเรียงโดย ทีมงาน Kasetidea · ตรวจสอบข้อมูลพฤกษศาสตร์กับฐานข้อมูลพืชระดับสากล POWO (Royal Botanic Gardens, Kew) และวิกิพีเดีย · อัปเดตล่าสุด ธันวาคม 2567

🌿 รู้หรือไม่? คำว่า “โมก” พ้องเสียงกับคำว่า “โมกข์” หรือ “โมกษ์” ที่หมายถึงความหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง คนไทยโบราณจึงเชื่อว่าต้นโมกนำความสุขบริสุทธิ์และช่วยคุ้มครองบ้านเรือน

ข้อมูลพื้นฐานของต้นโมก

ต้นโมกมีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบกระจายพันธุ์ตั้งแต่ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม ไปจนถึงมาเลเซีย มักขึ้นตามป่าละเมาะที่ชื้นและป่าดงดิบ ทั้งนี้ชื่อวิทยาศาสตร์และการจัดจำแนกอ้างอิงจาก Plants of the World Online (POWO) โดยสวนพฤกษศาสตร์คิว และ วิกิพีเดีย

ชื่อวิทยาศาสตร์ Wrightia religiosa (Teijsm. & Binn.) Benth. ex Kurz
ชื่อสามัญ Water Jasmine, Moke
ชื่ออื่น โมกบ้าน, โมกลา, โมกซ้อน, โมกพวง, โมกดอกหอม, หลักป่า, ปิดจงวา
วงศ์ Apocynaceae (วงศ์ตีนเป็ด/โมก)
ถิ่นกำเนิด ประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ประเภท ไม้พุ่ม/ไม้ยืนต้นขนาดกลาง ไม่ผลัดใบ
ความสูง 1-5 เมตร

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นโมก

ลำต้นและเปลือก

ต้นโมกเป็นไม้พุ่มขนาดกลางไม่ผลัดใบ สูงประมาณ 1-5 เมตร เรือนยอดแผ่กว้าง เปลือกลำต้นเรียบเกลี้ยงสีน้ำตาลเข้มถึงดำ มีจุดเล็ก ๆ สีขาวประอยู่ทั่วไป มักแตกกิ่งต่ำใกล้ผิวดินเป็นหลายลำต้น จุดสังเกตสำคัญคือ ทุกส่วนของต้นมีน้ำยางสีขาว เมื่อเกิดแผลจะไหลออกมาให้เห็น

ใบ

ใบโมก

 

ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามกันเป็นคู่ตามข้อ รูปรีหรือรูปไข่ ปลายใบแหลมหรือมน โคนใบมน ขอบใบเรียบไม่มีหยัก เนื้อใบบางสีเขียว ขนาดกว้างประมาณ 2 เซนติเมตร ยาว 3-5 เซนติเมตร ข้อดีคือใบโมกไม่ค่อยร่วง จึงไม่ต้องคอยเก็บกวาดใบบ่อย ๆ

ดอก

ดอกโมก

ดอกโมกออกเป็นช่อสั้น ๆ ตามปลายกิ่งและซอกใบ ช่อหนึ่งมีดอกประมาณ 4-8 ดอก (ยกเว้นโมกพวงที่ดกได้ถึง 20-30 ดอกต่อช่อ) ดอกมักคว่ำหน้าลงสู่พื้น กลีบดอกสีขาว 5 กลีบ ขนาดบานเต็มที่ราว 2 เซนติเมตร มีกลิ่นหอมเย็นสดชื่น โดยจะส่งกลิ่นแรงเป็นพิเศษในตอนค่ำ ต้นโมกออกดอกได้ตลอดทั้งปี และจะออกดอกดกเป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาว

ผล

ผลของโมกเป็นฝักคู่ทรงกระบอก ลักษณะโค้งงอเข้าหากัน ยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ภายในมีเมล็ดจำนวนมากที่มีขนช่วยให้ปลิวตามลม สามารถนำไปเพาะขยายพันธุ์ต่อได้ อย่างไรก็ตามโมกซ้อนและโมกพวงมักเป็นหมันจึงไม่ค่อยติดฝัก

ระบบราก

ต้นโมกมีระบบรากที่แตกรากได้ง่ายและเร็วเมื่อดินมีอาหารสมบูรณ์ รากไม่ลึกหรือรุนแรงจนทำลายโครงสร้างบ้าน จึงปลูกเป็นแนวรั้วใกล้ตัวบ้านได้ อย่างไรก็ตามหากปลูกในกระถางแล้วรากแน่นเกินไป ใบจะเริ่มซีดเหลือง ควรเปลี่ยนดินและตัดแต่งรากปีละครั้งหลังหมดฤดูหนาว เพื่อกระตุ้นให้เกิดรากฝอยใหม่ที่สมบูรณ์

สายพันธุ์โมกที่นิยมปลูก

โมกบ้าน (Wrightia religiosa) มีการกลายพันธุ์และคัดสายพันธุ์จนได้หลายรูปแบบ ที่พบบ่อยและนิยมปลูกมี 3 แบบหลัก ซึ่งแยกความแตกต่างได้ชัดที่สุดจาก “ดอก”

ภาพเปรียบเทียบดอกโมกสามสายพันธุ์ โมกลามีดอกกลีบชั้นเดียว โมกซ้อนมีกลีบซ้อนหลายชั้น และโมกพวงออกดอกเป็นช่อกระจุกจำนวนมาก3 สายพันธุ์โมกยอดนิยมโมกลาดอกชั้นเดียว · ดั้งเดิมโมกซ้อนกลีบซ้อน · มักเป็นหมันโมกพวงช่อดก 20-30 ดอก · นิยมสุด
แยกสายพันธุ์โมกดูที่ดอก: โมกลาดอกชั้นเดียว โมกซ้อนกลีบซ้อนหลายชั้น โมกพวงออกเป็นช่อกระจุกดอกดก
  • โมกลา (โมกบ้านดั้งเดิม) — ดอกมีกลีบชั้นเดียว ช่อดอกเล็ก เป็นพันธุ์ดั้งเดิม ติดฝักได้
  • โมกซ้อน — กลายพันธุ์ให้มีกลีบดอกซ้อนกันหลายชั้น ดอกดูฟูสวย มักเป็นหมันจึงไม่ค่อยติดฝัก
  • โมกพวง — ออกดอกเป็นช่อกระจุกใหญ่ 20-30 ดอกต่อช่อ ดอกไม่ค่อยร่วง (มักแห้งคาช่อ) ออกดอกดกตลอดปี จึงเป็นสายพันธุ์ที่คนไทยนิยมปลูกมากที่สุด
⚠️ ข้อควรรู้: “โมกซ้อน” ที่บางแหล่งอ้างชื่อ Wrightia antidysenterica นั้นเป็นคนละชนิดกัน (ถิ่นกำเนิดศรีลังกา) ส่วนโมกลา/โมกซ้อน/โมกพวงในบทความนี้ล้วนเป็นรูปแบบของ Wrightia religiosa พันธุ์ไทย

ทำไมต้นโมกถึงเป็นที่นิยม

ดอกสีขาวหอมเย็นตลอดปี

เสน่ห์อันดับหนึ่งของโมกคือดอกสีขาวสะอาดที่ส่งกลิ่นหอมเย็นสดชื่น โดยเฉพาะช่วงค่ำที่กลิ่นจะฟุ้งไปทั่วบริเวณ อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี ทำให้บ้านมีดอกไม้หอมให้ชื่นชมไม่ขาด

เป็นไม้มงคลความหมายดี

ชื่อ “โมก” สื่อถึงความบริสุทธิ์และการหลุดพ้นจากทุกข์ คนไทยเชื่อว่าช่วยเสริมความสงบสุขและปกป้องคุ้มครองบ้านเรือน จึงนิยมปลูกไว้หน้าบ้านหรือใกล้ประตูทางเข้า

ต้นโมก

เหมาะทำแนวรั้วและโมกดัด (บอนไซ)

ด้วยทรงพุ่มแน่นและตัดแต่งง่าย โมกจึงนิยมปลูกเรียงเป็นแนวรั้วบังสายตา นอกจากนี้ยังเป็นไม้ยอดนิยมสำหรับทำโมกดัดหรือบอนไซ เพราะแตกรากเร็วและทนต่อการตัดแต่ง ช่วยเพิ่มมูลค่าได้อีกมาก

ปลูกง่าย ทนทาน ดูแลน้อย

โมกเป็นไม้ที่เลี้ยงง่ายมาก ทนทั้งความแล้งและน้ำท่วมขังได้ดี ใบไม่ค่อยร่วงจึงไม่ต้องเก็บกวาด เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกต้นไม้

วิธีปลูกต้นโมก

โมกปลูกได้ทั้งลงดินและลงกระถาง ขยายพันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำ และตอนกิ่ง (การตอนกิ่งให้ผลดีที่สุด) ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ขั้นตอนที่ 1 · เลือกตำแหน่งแดดจัด
    โมกชอบแดดเต็มวัน เลือกที่โล่งรับแดดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน ถ้าปลูกเป็นแนวรั้วให้เว้นระยะ 50-80 เซนติเมตรต่อต้น
  2. ขั้นตอนที่ 2 · เตรียมดินร่วนระบายน้ำดี
    ผสมดินร่วนกับปุ๋ยคอกหรือใบไม้ผุอัตราส่วน 2 ต่อ 1 หากปลูกลงกระถางให้รองก้นด้วยวัสดุระบายน้ำเพื่อป้องกันรากเน่า
  3. ขั้นตอนที่ 3 · ปลูกกิ่งตอนหรือกิ่งชำ
    นำกิ่งตอนที่มีรากแล้วลงหลุมหรือกระถาง กลบดินให้แน่นพอประมาณ ปักไม้ค้ำยันถ้าต้นสูงเพื่อกันโยกล้มเวลาลมแรง
  4. ขั้นตอนที่ 4 · รดน้ำให้ตั้งตัว แล้วดูแลตามปกติ
    ช่วงแรกรดน้ำให้ชุ่มพอตั้งตัว จากนั้นรดให้ชุ่มแล้วเว้น 5-7 วัน พร้อมใส่ปุ๋ยบำรุงเป็นระยะเพื่อให้แตกใบและออกดอกดก

ภาพตัดขวางกระถางแสดงชั้นวัสดุระบายน้ำก้นกระถาง ดินร่วนด้านบน กิ่งพันธุ์โมกที่มีราก ดอกสีขาว และดวงอาทิตย์แทนแสงแดดจัดวิธีปลูกต้นโมกลงกระถางแดดจัด ≥6 ชม.ดอกโมกสีขาว หอมเย็นกิ่งตอนที่มีรากแล้วดินร่วนระบายน้ำดีวัสดุระบายน้ำก้นกระถาง
ภาพตัดขวางการปลูก: รองก้นด้วยวัสดุระบายน้ำ ใช้ดินร่วน ปลูกกิ่งตอนที่มีราก และวางในที่แดดจัด
💡 เคล็ดลับให้ดอกดก: เช่นเดียวกับต้นเฟื่องฟ้า โมกสามารถกระตุ้นให้ออกดอกพร้อมกันได้ด้วยการควบคุมน้ำและปุ๋ย เมื่ออยากให้ออกดอกให้ลดน้ำสักระยะแล้วค่อยรดและใส่ปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสสูง

การดูแลรักษาต้นโมก

ต้นโมก

การรดน้ำ

โมกเป็นไม้ที่ปรับตัวได้ดี ทนทั้งแล้งและน้ำท่วม แต่ไม่ชอบดินแฉะที่ทำให้รากเน่า จึงควรรดน้ำให้พอเหมาะตามสถานการณ์

สถานการณ์ ความถี่การรดน้ำ
ปลูกลงดิน (ตั้งตัวแล้ว) รดให้ชุ่มแล้วเว้น 5-7 วัน หรือสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
ปลูกในกระถาง 2-3 วันครั้ง เช็คหน้าดินแห้งค่อยรด
โมกดัด/บอนไซ รดวันละครั้งเช้าหรือเย็น เพราะกระถางเล็กเก็บความชื้นน้อย
หน้าฝน ลดการรด ระวังน้ำขังและดินแฉะที่ทำให้รากเน่า

แสงแดด

โมกชอบแสงแดดปานกลางถึงจัดแบบเต็มวัน ปลูกกลางแจ้งได้โดยไม่กลัวใบไหม้ หากได้รับแสงน้อยเกินไปใบจะใหญ่แต่ดอกน้อยและสีซีด ควรตั้งในที่โล่งรับแดดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวันเพื่อให้ออกดอกดก

การใส่ปุ๋ย

ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรอบโคนต้น อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้น ปีละ 4-6 ครั้ง หากต้องการเร่งการเจริญเติบโตอาจเสริมปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ 15-15-15 หรือ 16-16-16 ผสมน้ำในอัตราเจือจางราดที่โคน ทุก 1-2 เดือน แต่ควรระวังอย่าใส่มากเกินไปเพราะอาจทำให้รากไหม้และใบเหลืองหนักขึ้น

การตัดแต่งกิ่ง

ตัดแต่งกิ่งและใบรอบทรงพุ่มทุก ๆ 2-3 เดือน เพื่อกระตุ้นให้แตกใบใหม่และทรงพุ่มแน่นขึ้น หากปลูกเป็นแนวรั้วบังตาควรเลี้ยงให้เตี้ยไม่เกิน 1 เมตรเพื่อให้ใบแน่นทึบ ส่วนโมกดัดต้องหมั่นตัดแต่งและดัดกิ่งอย่างสม่ำเสมอเพื่อคงรูปทรง

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้

ใบเหลือง ใบร่วง

สาเหตุหลักมาจากการรดน้ำมากหรือน้อยเกินไป การขาดธาตุอาหาร (โดยเฉพาะไนโตรเจน ธาตุเหล็ก และแมกนีเซียม) แสงไม่เพียงพอ หรือรากแน่นกระถาง แก้ไขโดยปรับการรดน้ำให้พอดี ใส่ปุ๋ยบำรุง ย้ายไปรับแดดให้มากขึ้น และเปลี่ยนดินหากรากแน่นเกินไป

โรคและแมลง

ศัตรูที่พบบ่อยคือเพลี้ยแป้ง เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน และไรแดง ที่มาดูดน้ำเลี้ยงตามยอดอ่อนและใต้ใบ ทำให้ใบหงิกเหลือง บางครั้งมูลเพลี้ยยังก่อให้เกิดราดำเกาะตามใบ ควรหมั่นตรวจใต้ใบสม่ำเสมอ และหากพบการระบาดควรกำจัดแต่เนิ่น ๆ ด้วยวิธีปลอดภัย เช่น ฉีดน้ำแรง ๆ หรือใช้สารชีวภัณฑ์ เพื่อลดการใช้สารเคมีที่อาจเป็นอันตรายต่อคนและสัตว์เลี้ยง

👉 อ่านเพิ่มเติม: รวมคู่มือดูแลต้นไม้สำหรับมือใหม่ และเทคนิคแก้ปัญหาต้นไม้ใบเหลืองใบร่วง

ราคาและแหล่งซื้อต้นโมก

ราคาต้นโมกขึ้นอยู่กับขนาด อายุ และทรงพุ่มเป็นหลัก ต้นเล็กราคาย่อมเยา ส่วนไม้ดัดทรงสวยหรือบอนไซเก่าอาจมีราคาสูงถึงหลักหมื่น

ขนาด/ประเภท ราคาโดยประมาณ
ต้นเล็ก สูง 0.8-1.2 ม. 37-50 บาท
โมกด่าง/โมกแคระ กระถาง 6 นิ้ว 49-120 บาท
บอนไซจิ๋ว (มาเมะ) 100-350 บาท
ต้นทรงสวย อายุ 2-3 ปี 450-600 บาท
บอนไซ/ไม้ดัดทรงสวย 1,200 บาทขึ้นไป (ไม้เก่าทรงงามถึงหลักหมื่น)

หาซื้อได้ตามตลาดนัดต้นไม้ (เช่น ตลาดนัดจตุจักร) ร้านต้นไม้ทั่วไป และร้านค้าออนไลน์อย่าง Shopee, Lazada และนานาการ์เด้น

*ราคาอ้างอิงจากร้านค้าออนไลน์ ณ ต้นปี 2568 อาจเปลี่ยนแปลงตามขนาด ทรงพุ่ม และช่วงเวลา

ความเชื่อและฮวงจุ้ยของต้นโมก

คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นโมกไว้ประจำบ้านจะเกิดความสุขความบริสุทธิ์ เพราะ “โมก” พ้องเสียงกับ “โมกข์/โมกษ์” ที่หมายถึงการหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง อีกทั้งดอกสีขาวสะอาดกลิ่นหอมยังสื่อถึงความบริสุทธิ์และความรักที่จริงใจ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าต้นโมกช่วยคุ้มครองปกป้องภัยอันตรายให้แก่บ้านและผู้อาศัย

ตามตำราโบราณ เพื่อความเป็นสิริมงคลควรปลูกต้นโมกไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และนิยมปลูกในวันเสาร์เพื่อ “เอาคุณ” ทั้งนี้ต้นโมกยังถือเป็นไม้มงคลประจำราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน) อีกด้วย

บทสรุป

ต้นโมกเป็นไม้มงคลที่ครบเครื่องทั้งดอกขาวหอมเย็นตลอดปี ความหมายมงคลด้านความบริสุทธิ์ และความง่ายในการดูแล เหมาะทั้งปลูกเป็นแนวรั้ว ไม้ประดับ หรือนำมาทำโมกดัดเพิ่มมูลค่า เพียงเลือกที่แดดจัด รดน้ำแต่พอดี และใส่ปุ๋ยสม่ำเสมอ ก็จะได้ต้นโมกที่ออกดอกหอมสวยไปอีกนาน

👉 อ่านเพิ่มเติม: ต้นล่ำซำ ไม้มงคลร่ำรวย และ รวมไม้มงคลน่าปลูกประจำบ้าน


เขียนและเรียบเรียงโดย: ทีมงาน Kasetidea
แหล่งอ้างอิง: Plants of the World Online (POWO) โดย Royal Botanic Gardens, Kew, วิกิพีเดีย, ศูนย์ความรู้ด้านการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, medthai, บ้านและสวน
อัปเดตล่าสุด: ธันวาคม 2567

🌱 ปลูกต้นไม้อยู่แล้ว อยากมีรายได้เพิ่ม?

เปลี่ยนต้นไม้ที่คุณปลูกให้เป็นรายได้ เปิดร้านบน KASETIDEA Market ได้ง่ายๆ ไม่กี่นาที มีหน้าร้านออนไลน์ของตัวเอง ให้ลูกค้าทั่วประเทศหาคุณเจอ

ลงขายต้นไม้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

+ ต้นโมกปลูกยากไหม ดูแลยังไง?

ปลูกง่ายมาก ทนทั้งแล้งและน้ำท่วม ชอบแดดจัด รดน้ำให้ชุ่มแล้วเว้น 5-7 วัน ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักปีละ 4-6 ครั้ง เหมาะกับมือใหม่ อีกทั้งใบไม่ค่อยร่วงจึงไม่ต้องเก็บกวาดบ่อย

+ ต้นโมกชอบแดดไหม?

ชอบแดดจัดแบบเต็มวัน ปลูกกลางแจ้งได้ไม่กลัวใบไหม้ ถ้าได้แดดน้อยเกินไปใบจะใหญ่แต่ดอกน้อยและสีซีด ควรตั้งในที่โล่งรับแดดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน

+ โมกลา โมกซ้อน โมกพวง ต่างกันยังไง?

โมกลามีดอกกลีบชั้นเดียวเป็นพันธุ์ดั้งเดิม โมกซ้อนมีกลีบซ้อนหลายชั้นและมักเป็นหมันไม่ติดฝัก ส่วนโมกพวงออกดอกเป็นช่อกระจุกใหญ่ 20-30 ดอก ดอกดกและไม่ค่อยร่วง จึงเป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกมากที่สุด

+ ต้นโมกใบเหลืองใบร่วงเกิดจากอะไร แก้ยังไง?

มักเกิดจากรดน้ำมากหรือน้อยเกินไป ขาดธาตุอาหาร แสงไม่พอ หรือเพลี้ยแป้ง/เพลี้ยไฟเข้าทำลาย แก้โดยปรับการรดน้ำให้พอดี ใส่ปุ๋ยบำรุง หมั่นตรวจใต้ใบ และตัดแต่งกิ่งให้โปร่งเพื่อกระตุ้นใบใหม่

+ ต้นโมกราคาเท่าไหร่?

ต้นเล็กสูง 0.8-1.2 เมตร ราคาประมาณ 37-50 บาท บอนไซจิ๋วเริ่มต้น 100-350 บาท ต้นทรงสวยอายุ 2-3 ปี ราว 450-600 บาท ส่วนบอนไซหรือไม้ดัดทรงสวยงามราคาหลักพันถึงหลักหมื่นบาท

เครื่องมือ

เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกพืชนี้

เข้าสู่ระบบ

ความคิดเห็นและคำถาม