ต้นยางอินเดีย

ต้นยางอินเดีย

Ficus elastica Roxb. ex Hornem.

ชื่อสามัญ: ยางลบ, Rubber Plant, Rubber Tree, Indian Rubber Tree

วงศ์: Moraceae | ถิ่นกำเนิด: เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อินเดีย เนปาล พม่า ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย)

ปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง ไม้ฟอกอากาศ

การรดน้ำ

รดน้ำปานกลาง (2-3 วันครั้ง)

แสงแดด

แสงสว่างทางอ้อม

ระดับความยาก

ง่าย - เหมาะสำหรับมือใหม่

อุณหภูมิ

18-30°C เหมาะสมที่สุด

ความสูง

0.5-3 เมตร (ในกระถาง)

การเจริญเติบโต

ปานกลาง

📌

สรุปสั้น (TL;DR)

อ่าน 30 วินาที
  • 1 ต้นยางอินเดีย (*Ficus elastica*) ไม้ฟอกอากาศยอดนิยม ใบใหญ่หนาเงางาม ดูแลง่ายมาก
  • 2 ชอบแสงรำไร รดน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เมื่อดินแห้ง ไม่ชอบดินแฉะ
  • 3 มีหลายสายพันธุ์: Robusta (เขียว), Burgundy (ดำ), Tineke/Ruby (ด่างสีสัน)
  • 4 ราคาเริ่มต้น 100-300 บาท (ต้นเล็ก) ถึง 1,500-2,500 บาท (ต้นใหญ่)
  • 5 เป็นไม้มงคลเสริมความมั่งคั่ง วางทิศตะวันออกตามหลักฮวงจุ้ย
  • 6 ⚠️ มีพิษอ่อนต่อสัตว์เลี้ยง ระวังน้ำยางระคายเคืองผิวหนัง

ข้อมูลทั่วไป

ต้นยางอินเดีย (Ficus elastica) คือไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบในวงศ์ Moraceae ที่โดดเด่นด้วยใบขนาดใหญ่หนาเงางามคล้ายแผ่นหนัง นิยมปลูกเป็นไม้ประดับฟอกอากาศทั้งในบ้านและสำนักงาน เพราะดูแลง่าย ทนทานต่อสภาพแสงน้อย และยังเป็นไม้มงคลที่เชื่อว่าช่วยเสริมความมั่งคั่งร่ำรวยให้ผู้อยู่อาศัย

ยางอินเดีย

ข้อมูลพื้นฐานของต้นยางอินเดีย

ต้นยางอินเดียเป็นพืชในสกุล Ficus หรือไทร ซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกับต้นไทรใบสัก ไทรเบนจามิน และมะเดื่อ ชื่อ “ยางอินเดีย” มาจากน้ำยางสีขาวข้นที่ไหลออกมาเมื่อตัดกิ่งหรือใบ ซึ่งในอดีตเคยใช้ผลิตยางธรรมชาติก่อนที่ยางพาราจะเข้ามาแทนที่

หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อวิทยาศาสตร์ Ficus elastica Roxb. ex Hornem.
วงศ์ Moraceae (วงศ์ขนุน)
ชื่อสามัญ Rubber Plant, Rubber Tree, Indian Rubber Tree
ชื่อท้องถิ่น ยางลบ (ภาคกลาง), ลุง (ภาคเหนือ)
ถิ่นกำเนิด เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อินเดีย เนปาล พม่า ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย)
ประเภท ไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ
ความสูง ในธรรมชาติ: 30-40 เมตร | ในกระถาง: 0.5-3 เมตร
อัตราการเติบโต ปานกลางถึงเร็ว (30-60 ซม./ปี ในสภาพที่เหมาะสม)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นยางอินเดีย

🌳 ลำต้นและกิ่งก้าน

ต้นยางอินเดียในธรรมชาติเป็นไม้ใหญ่สูงได้ถึง 30-40 เมตร บางต้นสูงถึง 60 เมตร มีลำต้นแข็งแรงเส้นผ่านศูนย์กลางได้ถึง 2 เมตร เปลือกสีน้ำตาลเทา เมื่อต้นมีอายุมากจะพัฒนารากอากาศห้อยลงมาจากกิ่งคล้ายต้นไทร รากเหล่านี้ช่วยค้ำยันลำต้นและหาอาหารเพิ่มเติม ในประเทศอินเดียมีการใช้รากอากาศของยางอินเดียสร้างสะพานรากไม้ที่มีชีวิตในรัฐเมฆาลัย

🍃 ใบ

ใบยางอินเดีย

ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปรีกว้างหรือรูปไข่กลับ ปลายใบแหลม โคนใบมน ขนาดใบกว้าง 5-15 ซม. ยาว 10-35 ซม. ต้นอ่อนจะมีใบใหญ่กว่าต้นแก่ ใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบด้านบนเป็นมันเงา สีเขียวเข้มถึงเขียวดำขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เส้นกลางใบเด่นชัด ใบอ่อนที่แตกออกมาจะม้วนอยู่ในกาบหุ้มสีแดงอมชมพูที่เรียกว่า stipule ซึ่งจะร่วงหล่นเมื่อใบคลี่ออก

🌸 ดอกและผล

ดอกยางอินเดียมีขนาดเล็กมากและอยู่ภายในฐานรองดอกที่เรียกว่า fig ดอกต้องอาศัยตัวต่อมะเดื่อ (Pleistodontes claviger) ในการผสมเกสร ซึ่งตัวต่อชนิดนี้ไม่มีในประเทศไทย จึงไม่ค่อยเห็นต้นยางอินเดียออกผลในบ้านเรา ผลมีลักษณะเป็นผลมะเดื่อขนาดเล็กสีเหลืองอมเขียว ยาวประมาณ 1 ซม.

🧴 น้ำยาง

ทุกส่วนของต้นยางอินเดียมีน้ำยางสีขาวข้นคล้ายน้ำนม น้ำยางนี้มีสาร ficin และ ficusin ที่อาจระคายเคืองผิวหนังและเยื่อบุตา หากโดนผิวหนังควรล้างออกด้วยน้ำสะอาด น้ำยางเมื่อแห้งตัวจะมีลักษณะคล้ายยางลบ จึงเป็นที่มาของชื่อ “ยางลบ” ในภาษาไทย

⚠️ ข้อควรระวัง: น้ำยางของต้นยางอินเดียอาจระคายเคืองผิวหนังและตา ควรสวมถุงมือเมื่อตัดแต่งกิ่ง และล้างมือให้สะอาดหลังสัมผัสน้ำยาง

สายพันธุ์ยางอินเดียที่นิยมปลูก

ต้นยางอินเดียมีหลายสายพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อความสวยงามและความเหมาะสมกับการปลูกในอาคาร แต่ละสายพันธุ์มีสีสันและลวดลายใบที่แตกต่างกัน ดังนี้:

สายพันธุ์ ลักษณะเด่น
🌿 Robusta ใบสีเขียวเข้มขนาดใหญ่ มันเงา แข็งแรง ดูแลง่ายที่สุด เป็นสายพันธุ์พื้นฐานที่พบมากตามท้องตลาด
🖤 Burgundy / Black Prince ใบสีเขียวเข้มจนเกือบดำ ยอดอ่อนสีแดงอมชมพู เส้นกลางใบสีแดง นิยมมากในไทย
🎨 Tineke ใบด่างสีเขียว ครีม และชมพูอ่อน กาบหุ้มใบสีชมพู ต้องการแสงมากกว่าสายพันธุ์อื่น
💗 Ruby / Belize ใบด่างสีชมพู แดง เขียว และครีม สีสดใสกว่า Tineke ราคาสูงกว่า
🌟 Decora ใบกว้างใหญ่เป็นพิเศษ ใบอ่อนสีบรอนซ์ เส้นกลางใบสีแดงด้านล่าง
🌈 Doescheri ใบด่างลายหินอ่อนสีเขียว เทา และครีม เส้นกลางใบสีชมพู หายากในท้องตลาด
💡 เคล็ดลับ: สายพันธุ์ใบด่างอย่าง Tineke และ Ruby ต้องการแสงมากกว่าสายพันธุ์ใบเขียว หากแสงไม่เพียงพอ ลายด่างจะจางลงและกลายเป็นสีเขียวมากขึ้น

ทำไมต้นยางอินเดียถึงได้รับความนิยม

🌬️ ฟอกอากาศได้ดีเยี่ยม

ต้นยางอินเดียเป็นหนึ่งในไม้ฟอกอากาศที่ได้รับการยืนยันจากการศึกษาของ NASA ว่าสามารถดูดซับสารพิษในอากาศได้ โดยเฉพาะฟอร์มาลดีไฮด์ ไซลีน และโทลูอีน ซึ่งเป็นสารระเหยที่พบได้ในเฟอร์นิเจอร์ สี และวัสดุตกแต่งภายใน ใบขนาดใหญ่ยังช่วยดักจับฝุ่นละอองและเพิ่มความชื้นให้อากาศภายในห้อง

💪 ดูแลง่าย ทนทาน

ต้นยางอินเดียเป็นไม้ที่ปรับตัวได้ดีกับสภาพแวดล้อมภายในอาคาร ทนต่อแสงน้อย ทนแล้ง ไม่ต้องรดน้ำบ่อย และไม่ค่อยมีปัญหาโรคและแมลง เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกต้นไม้หรือคนที่มีเวลาดูแลน้อย

🏠 ตกแต่งบ้านได้สวยงาม

ด้วยใบขนาดใหญ่เป็นมันเงาและทรงต้นที่สง่างาม ต้นยางอินเดียเหมาะกับการตกแต่งภายในทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นมินิมอล ลอฟท์ หรือโมเดิร์น สามารถเป็นจุดเด่นของห้องได้อย่างดี โดยเฉพาะเมื่อปลูกในกระถางสวยงามวางไว้มุมห้อง

🍀 เป็นไม้มงคล

ตามความเชื่อของคนไทยและหลักฮวงจุ้ย ต้นยางอินเดียเป็นไม้มงคลที่มีใบกลมมนหนาหนัก สื่อถึงความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรือง การปลูกไว้ในบ้านช่วยเสริมพลังบวก เรียกเงินทอง และช่วยเยียวยาจิตใจให้มีพลัง

ยางอินเดีย ฟอกอากาศ

วิธีปลูกต้นยางอินเดีย

การเลือกซื้อต้นยางอินเดีย

เมื่อเลือกซื้อต้นยางอินเดีย ควรสังเกตลักษณะต่อไปนี้:

  • ใบสมบูรณ์ — เลือกต้นที่มีใบเขียวสด เป็นมันเงา ไม่มีรอยไหม้หรือจุดดำ
  • ลำต้นแข็งแรง — ลำต้นตั้งตรง ไม่เอียง ไม่มีรอยแผลหรือเน่า
  • รากไม่ล้นกระถาง — รากไม่โผล่ออกมาจากรูระบายน้ำมากเกินไป
  • ปราศจากแมลง — ตรวจดูหลังใบและซอกใบว่าไม่มีเพลี้ยหรือไรแดง

ขั้นตอนการปลูกในกระถาง

วิธีดูแลต้นยางอินเดีย

  1. เตรียมกระถาง — เลือกกระถางที่มีรูระบายน้ำ ขนาดใหญ่กว่าถุงเดิม 1-2 นิ้ว ใส่เศษกระถางหรือหินรองก้นเพื่อช่วยระบายน้ำ
  2. เตรียมดินปลูก — ใช้ดินปลูกสำเร็จรูปผสมกับเพอร์ไลท์หรือทรายหยาบอัตรา 3:1 เพื่อให้ระบายน้ำดี
  3. นำต้นออกจากถุง — ค่อยๆ ถอดต้นออกจากถุงเดิม คลี่รากที่ขดเป็นวงออกเบาๆ
  4. ปลูกลงกระถาง — วางต้นให้โคนต้นอยู่ระดับเดิม เติมดินรอบๆ กดดินเบาๆ ให้แน่น
  5. รดน้ำให้ชุ่ม — รดน้ำจนไหลออกจากรูระบายน้ำ วางในที่ร่มรำไร 5-7 วันก่อนย้ายไปตำแหน่งถาวร
💡 เคล็ดลับ: หลังซื้อต้นยางอินเดียมาใหม่ ควรวางไว้ในที่ที่มีแสงรำไร 5-7 วัน เพื่อให้ต้นปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ก่อนย้ายเข้าในบ้าน ช่วยป้องกันอาการใบร่วงจากการเปลี่ยนสภาพกะทันหัน

การดูแลรักษาต้นยางอินเดีย

💧 การรดน้ำ

ต้นยางอินเดียไม่ชอบดินแฉะ ควรรดน้ำเมื่อดินแห้งลึกประมาณ 2-3 ซม. โดยใช้นิ้วจิ้มลงไปตรวจสอบ รดน้ำให้ชุ่มจนน้ำไหลออกจากรูระบายน้ำ แล้วเทน้ำส่วนเกินในจานรองทิ้ง

ฤดูกาล ความถี่ในการรดน้ำ
☀️ ฤดูร้อน (มี.ค.-พ.ค.) สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือเมื่อดินแห้ง
🌧️ ฤดูฝน (มิ.ย.-ต.ค.) สัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือน้อยกว่า ระวังน้ำขัง
❄️ ฤดูหนาว (พ.ย.-ก.พ.) ทุก 10-14 วัน หรือเมื่อดินแห้งสนิท

☀️ แสงแดด

ต้นยางอินเดียชอบแสงสว่างแบบกระจาย (bright indirect light) หลีกเลี่ยงแสงแดดจ้าโดยตรงซึ่งอาจทำให้ใบไหม้ ตำแหน่งที่ดีคือใกล้หน้าต่างที่มีม่านบางกรอง หรือห้องที่มีแสงสว่างเพียงพอ หากแสงน้อยเกินไป ต้นจะยืดยาว ใบห่าง และใบจะมีสีซีดลง

  • สายพันธุ์ใบเขียว — ทนแสงน้อยได้ดีกว่า แต่จะเติบโตช้า
  • สายพันธุ์ใบด่าง — ต้องการแสงมากกว่าเพื่อรักษาลายด่าง
  • หมุนกระถาง — หมุนกระถาง 90 องศาทุก 2 สัปดาห์ เพื่อให้ต้นเติบโตสม่ำเสมอทุกด้าน

🌡️ อุณหภูมิและความชื้น

ต้นยางอินเดียเจริญเติบโตดีในอุณหภูมิ 15-29°C ซึ่งเป็นอุณหภูมิปกติในบ้าน ไม่ทนความหนาวจัดต่ำกว่า 10°C และไม่ชอบลมเย็นจากแอร์โดยตรง ความชื้นในอากาศควรอยู่ที่ 40-60% หากอากาศแห้งมาก อาจพ่นละอองน้ำที่ใบสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

🌱 การใส่ปุ๋ย

ใส่ปุ๋ยทุก 2-4 สัปดาห์ในช่วงฤดูร้อนและฤดูฝน (มี.ค.-ต.ค.) ซึ่งเป็นช่วงที่ต้นเติบโตแข็งแรง ใช้ปุ๋ยน้ำสำหรับไม้ใบสูตรสมดุล เช่น 20-20-20 หรือ 15-15-15 เจือจางครึ่งหนึ่งของอัตราที่ระบุ งดใส่ปุ๋ยในฤดูหนาวเมื่อต้นพักตัว

✂️ การตัดแต่งกิ่ง

การตัดแต่งกิ่งช่วยให้ต้นยางอินเดียแตกกิ่งก้านมากขึ้นและไม่สูงเกินไป ตัดได้ทุกเมื่อที่ต้องการ โดยตัดเหนือข้อใบประมาณ 1 ซม. ใช้กรรไกรคมสะอาด และเตรียมกระดาษทิชชูเช็ดน้ำยางที่ไหลออกมา

🧹 การทำความสะอาดใบ

ใบขนาดใหญ่ของต้นยางอินเดียมักสะสมฝุ่น ควรเช็ดใบด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ ทุก 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ใบสะอาดเงางามและสังเคราะห์แสงได้ดี หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์เคลือบเงาใบที่อาจอุดรูปากใบ

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข

🟡 ใบเหลืองและร่วง

สาเหตุ: รดน้ำมากเกินไปจนรากเน่า หรือต้นปรับตัวไม่ทันหลังย้ายที่

วิธีแก้: ตรวจสอบความชื้นในดินก่อนรดน้ำทุกครั้ง ถ้าดินยังชื้นให้รอต่อไป หากสงสัยว่ารากเน่า ให้ถอดออกจากกระถางตรวจสอบและตัดรากเน่าทิ้ง เปลี่ยนดินใหม่

🟤 ปลายใบและขอบใบไหม้

สาเหตุ: โดนแดดจัดโดยตรง อากาศแห้งเกินไป หรือปุ๋ยเข้มข้นเกินไป

วิธีแก้: ย้ายไปที่ที่มีแสงรำไร เพิ่มความชื้นด้วยการพ่นละอองน้ำ และลดความเข้มข้นของปุ๋ย

🌿 ใบซีดและยืดยาว

สาเหตุ: แสงไม่เพียงพอ ทำให้ต้นยืดหาแสงและสร้างคลอโรฟิลล์ได้น้อย

วิธีแก้: ย้ายไปที่ที่มีแสงสว่างมากขึ้น หรือเสริมไฟปลูกต้นไม้ ตัดยอดเพื่อกระตุ้นให้แตกกิ่งข้าง

🐛 เพลี้ยและไรแดง

สาเหตุ: อากาศแห้งและมีการถ่ายเทอากาศไม่ดี

วิธีแก้: ล้างใบด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำสบู่อ่อนๆ เช็ดใบให้แห้ง ฉีดพ่นน้ำมันสะเดาหรือยาฆ่าแมลงตามฉลาก

การขยายพันธุ์ยางอินเดีย

ยางอินเดียดำ

🌱 การปักชำกิ่ง

วิธีที่ง่ายและนิยมที่สุด ทำได้ดังนี้:

  1. ตัดกิ่งยาว 10-15 ซม. ที่มีใบ 2-3 ใบ ตัดใต้ข้อใบประมาณ 1 ซม.
  2. เช็ดน้ำยางที่ไหลออกมาด้วยกระดาษทิชชู รอจนแผลแห้งประมาณ 30 นาที
  3. จุ่มปลายกิ่งในฮอร์โมนเร่งราก (ถ้ามี) แล้วปักลงในดินปลูกชื้นๆ หรือน้ำสะอาด
  4. วางในที่ร่มรำไร รักษาความชื้น รอประมาณ 4-8 สัปดาห์จนรากออก

🔄 การตอนกิ่ง (Air Layering)

เหมาะสำหรับต้นที่สูงเกินไปและต้องการตัดให้เตี้ยลง โดยลอกเปลือกกิ่งเป็นวงกว้าง 2-3 ซม. ใส่ขุยมะพร้าวชื้นหุ้มไว้ด้วยพลาสติกใส รอจนรากออกมาจึงตัดแยกไปปลูก

ราคาและแหล่งซื้อต้นยางอินเดีย

ราคาต้นยางอินเดียแตกต่างกันตามสายพันธุ์ ขนาด และแหล่งที่ซื้อ โดยมีราคาโดยประมาณดังนี้ (ข้อมูล ม.ค. 2568):

ขนาด/ประเภท ราคาโดยประมาณ
ต้นเล็ก (กระถาง 4-6 นิ้ว) 100-300 บาท
ต้นกลาง (กระถาง 8-11 นิ้ว) 300-800 บาท
ต้นใหญ่ (กระถาง 15+ นิ้ว) 1,500-2,500 บาท
สายพันธุ์ใบด่าง (Tineke, Ruby) เพิ่มขึ้น 50-100% จากใบเขียว
ราคาขายส่ง (100 ต้นขึ้นไป) เริ่มต้น 100-150 บาท/ต้น

แหล่งซื้อแนะนำ

  • ตลาดต้นไม้ — จตุจักร (กทม.), คลอง 15 (ปทุมธานี), ดงบัง (ปราจีนบุรี)
  • ร้านต้นไม้ในห้าง — Index Living Mall, HomePro, ไทวัสดุ
  • ออนไลน์ — Shopee, Lazada, Facebook Groups ต้นไม้
  • สวนต้นไม้ — สอบถามโดยตรงได้ราคาส่งถูกกว่า
💡 เคล็ดลับ: ซื้อจากร้านที่มีรีวิวดีและรับประกันต้นไม้ถึงปลายทาง หากสั่งออนไลน์ควรเลือกร้านที่แพ็คอย่างดีและส่งเร็ว เพื่อลดความเสียหายระหว่างการขนส่ง

ความเชื่อและฮวงจุ้ยของต้นยางอินเดีย

ต้นยางอินเดียได้รับความนิยมไม่เพียงเพราะความสวยงาม แต่ยังเชื่อว่าเป็นไม้มงคลที่ช่วยเสริมพลังบวกให้บ้านและผู้อยู่อาศัย

🍀 ความหมายมงคล

  • ใบกลมมนหนาหนัก — สื่อถึงความมั่งคั่ง ร่ำรวย และความมั่นคง
  • สีเขียวเข้มเงางาม — สื่อถึงความเจริญงอกงามและพลังชีวิต
  • ลำต้นแข็งแรง — สื่อถึงความแข็งแกร่งและความอดทน

🧭 ตำแหน่งวางตามหลักฮวงจุ้ย

ตามหลักฮวงจุ้ย ต้นยางอินเดียเป็นธาตุไม้ ควรวางในตำแหน่งดังนี้:

  • ทิศตะวันออก — เสริมสุขภาพและความสัมพันธ์ในครอบครัว (ดีที่สุด)
  • ทิศตะวันออกเฉียงใต้ — เสริมความมั่งคั่งและโชคลาภ
  • มุมมืดของห้อง — ช่วยเพิ่มพลังชีวิตให้มุมที่ซบเซา
⚠️ หมายเหตุ: ความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยและไม้มงคลเป็นเรื่องส่วนบุคคล สิ่งสำคัญที่สุดคือปลูกต้นไม้ในที่ที่เหมาะสมกับความต้องการแสงและน้ำของต้นไม้

ข้อควรระวังเรื่องความเป็นพิษ

ต้นยางอินเดียจัดเป็นไม้ที่มีพิษอ่อนถึงปานกลางต่อสัตว์เลี้ยง น้ำยางมีสาร ficin และ ficusin ที่อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคือง:

🐱🐶 ความปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง

  • สุนัขและแมว — หากกินใบหรือสัมผัสน้ำยาง อาจมีอาการอาเจียน ท้องเสีย น้ำลายไหล และระคายเคืองในปาก
  • ความรุนแรง — มักไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ควรพาไปพบสัตวแพทย์หากมีอาการ
  • การป้องกัน — วางต้นไม้ให้พ้นมือสัตว์เลี้ยง หรือเลือกปลูกไม้ที่ปลอดภัยกว่า เช่น ต้นเปเปอร์โรเมีย

👶 ความปลอดภัยต่อเด็ก

น้ำยางอาจระคายเคืองผิวหนังและตา ควรวางต้นยางอินเดียให้พ้นมือเด็กเล็ก และสอนให้เด็กไม่เด็ดใบหรือเล่นกับต้นไม้

ต้นยางอินเดีย

บทสรุป

ต้นยางอินเดียเป็นไม้ประดับที่มีคุณสมบัติครบครัน ทั้งความสวยงามของใบขนาดใหญ่เป็นมันเงา ความสามารถในการฟอกอากาศ ความทนทานดูแลง่าย และความเป็นมงคลตามความเชื่อ หากคุณกำลังมองหาต้นไม้สักต้นเพื่อตกแต่งบ้านหรือออฟฟิศ ต้นยางอินเดียเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับทั้งมือใหม่และผู้ที่มีประสบการณ์

👉 อ่านเพิ่มเติม: ต้นมอนสเตอร่า ไม้ใบเจาะรูสุดฮิต | ต้นพลูด่าง ไม้เลื้อยฟอกอากาศ | ต้นกวักมรกต ไม้มงคลเรียกทรัพย์


แหล่งอ้างอิง: Wikipedia (Ficus elastica), GBIF, Plants of the World Online (Kew), บ้านและสวน, ไทยรัฐ
อัปเดตล่าสุด: มกราคม 2568

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

+ ต้นยางอินเดียปลูกในห้องนอนได้ไหม?

ปลูกได้ครับ ต้นยางอินเดียช่วยฟอกอากาศและเพิ่มออกซิเจน แต่ควรวางในที่ที่มีแสงสว่างพอสมควร เช่น ใกล้หน้าต่าง และระวังไม่ให้สัตว์เลี้ยงหรือเด็กเล็กเข้าถึง เพราะน้ำยางอาจระคายเคือง

+ ต้นยางอินเดียต้องรดน้ำบ่อยแค่ไหน?

รดน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือเมื่อดินแห้งลึก 2-3 ซม. ตรวจสอบโดยจิ้มนิ้วลงดิน ถ้ายังชื้นให้รอก่อน ต้นยางอินเดียทนแล้งได้ดีกว่าน้ำขัง รดน้ำมากเกินจะทำให้รากเน่าและใบเหลือง

+ ต้นยางอินเดียชอบแดดไหม?

ชอบแสงสว่างแบบกระจาย (แสงรำไร) ไม่ชอบแดดจ้าโดยตรงซึ่งอาจทำให้ใบไหม้ ตำแหน่งที่ดีคือใกล้หน้าต่างที่มีม่านบางกรอง สายพันธุ์ใบด่างต้องการแสงมากกว่าสายพันธุ์ใบเขียว

+ ต้นยางอินเดียราคาเท่าไหร่?

ราคาขึ้นอยู่กับขนาดและสายพันธุ์ ต้นเล็กกระถาง 4-6 นิ้วราคา 100-300 บาท ต้นกลาง 8-11 นิ้วราคา 300-800 บาท ต้นใหญ่ราคา 1,500-2,500 บาท สายพันธุ์ใบด่างอย่าง Tineke หรือ Ruby มีราคาสูงกว่าใบเขียว

+ ต้นยางอินเดียเป็นพิษต่อแมวและสุนัขไหม?

มีพิษอ่อนถึงปานกลาง หากสัตว์เลี้ยงกินใบหรือสัมผัสน้ำยาง อาจมีอาการอาเจียน ท้องเสีย น้ำลายไหล และระคายเคืองในปาก มักไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ควรพาไปพบสัตวแพทย์หากมีอาการ

เครื่องมือ

เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกพืชนี้

เข้าสู่ระบบ

ความคิดเห็นและคำถาม