ดอกบัวหลวงสีชมพูบานเหนือใบบัว

ดอกบัว (บัวหลวง)

Nelumbo nucifera Gaertn.

ชื่อสามัญ: บัวหลวง, ปทุม, ปัทมา, บุณฑริก, สัตตบงกช, สัตตบุษย์, Sacred lotus, Indian lotus, Lotus

วงศ์: Nelumbonaceae (วงศ์บัวหลวง) | ถิ่นกำเนิด: อินเดีย อินโดจีนตอนบน และเอเชียตะวันออก กระจายถึงออสเตรเลียตอนเหนือ

ไม้กลางแจ้ง

การรดน้ำ

ให้น้ำท่วมผิวดินตลอด เติมน้ำที่ระเหยไปสม่ำเสมอ

แสงแดด

แสงแดดโดยตรง

ระดับความยาก

ปานกลาง - ต้องการการดูแลพอสมควร

อุณหภูมิ

ชอบอากาศร้อน ช่วงเติบโตกลางวันเฉลี่ย 23–27 องศาเซลเซียส เมล็ดงอกเมื่อสูงกว่า 13 องศา

ความสูง

ก้านใบยาวได้ถึงราว 2 เมตร ใบและดอกชูสูงเหนือน้ำ

การเจริญเติบโต

เร็ว

📌

สรุปสั้น (TL;DR)

อ่าน 30 วินาที
  • 1 ดอกบัว ที่คนไทยหมายถึงมักเป็น บัวหลวง (Nelumbo nucifera) ใบและดอกชูพ้นน้ำ มีฝักบัว
  • 2 ภาษาอังกฤษ บัวหลวงคือ Lotus / Sacred lotus ส่วนบัวสาย บัวผัน บัวเผื่อนคือ Water lily (สกุล Nymphaea)
  • 3 บัวหลวงไทยมี 4 แบบหลัก: ปทุม (ชมพู) บุณฑริก (ขาว) สัตตบงกช และ สัตตบุษย์ (ดอกซ้อน)
  • 4 ดอกบัวสีฟ้า ไม่ใช่บัวหลวง แต่เป็นบัวกลุ่มอุบลชาติ เช่น บัวผัน
  • 5 บัว 4 เหล่า: อุคฆฏิตัญญู วิปจิตัญญู เนยยะ ปทปรมะ
  • 6 ปลูกในกระถาง: ดินเหนียว แดดตรง 6 ชม./วันขึ้นไป (ขั้นต่ำราว 4 ชม.) ฝังปุ๋ยห่อกระดาษลงดิน
  • 7 บัวตองและบัวผุด ไม่ใช่บัวจริง

🛒 ซื้อดอกบัว (บัวหลวง) — ส่งตรงจากเกษตรกร

สั่งซื้อต้นจริงจากสวนทั่วประเทศ ผ่านตลาด KASETIDEA ไม่ผ่านคนกลาง

🌿

ยังไม่มีร้านขายดอกบัว (บัวหลวง)ในตลาดตอนนี้

ลองดูต้นไม้อื่นในตลาด หรือเป็นร้านแรกที่ลงขายต้นนี้

🛒 ดูตลาดต้นไม้ + ลงขายต้นนี้

ข้อมูลทั่วไป

ดอกบัว ที่คนไทยหมายถึงบ่อยที่สุดคือ บัวหลวง (Nelumbo nucifera) ไม้น้ำดอกใหญ่ที่ชูทั้งใบและดอกพ้นน้ำ และเมื่อดอกโรยจะเหลือฝักบัว ใช้บูชาพระ ปลูกประดับ และแทบทุกส่วนนำมาทำอาหารได้ แต่คำว่า “บัว” ในภาษาไทยยังใช้เรียกบัวสาย บัวผัน บัวเผื่อน และบัววิกตอเรีย ซึ่งเป็นพืชคนละสกุลกับบัวหลวง

☀️
แดดจัด
ความต้องการแสง
💧
มาก
ความต้องการน้ำ
🌱
ปานกลาง
ระดับการดูแล
📈
โตเร็ว
การเติบโต

บทความนี้รวมทุกเรื่องของดอกบัวไว้ในที่เดียว ตั้งแต่วิธีแยกชนิดบัว ดอกบัวภาษาอังกฤษ (Lotus กับ Water lily) ดอกบัวไทยพันธุ์ต่าง ๆ ความหมายของดอกบัวและบัว 4 เหล่า คำไวพจน์ ไปจนถึงวิธีปลูกบัวในกระถางให้ออกดอก และส่วนของบัวที่กินได้

🪷 ดอกบัวคืออะไร ข้อมูลพื้นฐานของบัวหลวง

บัวหลวงเป็นไม้น้ำล้มลุกอายุหลายปี มีลำต้นเป็นเหง้าและไหลอยู่ใต้โคลน ใบกลมใหญ่และดอกชูสูงเหนือน้ำ เป็นบัวที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากที่สุดในไทย ปลูกเพื่อตัดดอกตูมไปบูชาพระและเก็บเมล็ดทำอาหาร

ชื่อไทย บัวหลวง, ปทุม, ปัทมา, บุณฑริก (พันธุ์ดอกขาว), สัตตบงกช, สัตตบุษย์ (พันธุ์ดอกซ้อน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Nelumbo nucifera Gaertn.
ชื่อภาษาอังกฤษ Sacred lotus, Indian lotus หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Lotus
วงศ์ Nelumbonaceae (วงศ์บัวหลวง) ไม่ใช่วงศ์เดียวกับบัวสาย (Nymphaeaceae)
ถิ่นกำเนิด อินเดีย อินโดจีนตอนบน และเอเชียตะวันออก กระจายถึงออสเตรเลียตอนเหนือ
ขนาดใบ แผ่นใบกว้างได้ 80–100 ซม. ก้านใบยาวได้ถึงราว 2 เมตร
ขนาดดอก กว้างได้ถึงราว 35 ซม.
สีดอกที่พบในไทย ขาว ชมพู ถึงชมพูอมแดง
แสงแดด แดดตรงอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวันจะออกดอกดีที่สุด (ขั้นต่ำราว 4 ชั่วโมง)
ดิน ดินเหนียวแช่น้ำจนนิ่ม
ขยายพันธุ์ แยกเหง้า แยกไหล หรือเพาะเมล็ด
สถานะพิเศษ ดอกไม้ประจำชาติอินเดีย

🌸 ดอกบัวมีกี่ชนิด บัวหลวง บัวสาย บัวผัน และบัววิกตอเรีย

ดอกบัวหลวงใบชูพ้นน้ำเทียบกับบัวสายใบลอยบนผิวน้ำ
บัวหลวงใบกลมชูพ้นน้ำ ส่วนบัวสายใบมีรอยแหว่งและลอยบนผิวน้ำ

บัวที่ปลูกในไทยแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ ปทุมชาติ (บัวหลวง สกุล Nelumbo) อุบลชาติ (บัวสาย บัวผัน บัวเผื่อน จงกลนี สกุล Nymphaea) และ บัววิกตอเรีย หรือบัวกระด้ง (สกุล Victoria) กลุ่มแรกใบชูพ้นน้ำ ส่วนอีก 2 กลุ่มใบลอยบนผิวน้ำ

ชนิด กลุ่ม / ชื่อวิทยาศาสตร์ ใบ ดอกและเวลาบาน
บัวหลวง ปทุมชาติ Nelumbo nucifera กลมใหญ่ ชูพ้นน้ำ ก้านแข็งมีปุ่มหนาม ชูสูงเหนือใบ สีขาว ชมพู ถึงแดง บานตอนรุ่งสาง มีฝักบัว
บัวสาย อุบลชาติ Nymphaea pubescens (พจนานุกรมราชบัณฑิตฯ ใช้ N. lotus var. pubescens) ลอยน้ำ ขอบใบหยัก สีขาว ชมพู แดง บานช่วงหัวค่ำ หุบสายวันรุ่งขึ้น
บัวผัน อุบลชาติ Nymphaea nouchali (N. stellata เป็นชื่อพ้องของ N. nouchali) ลอยน้ำ ไม่มีหนาม หลายสี รวมถึงฟ้าครามและม่วงน้ำเงิน บานราว 9 โมงเช้า หุบราว 4 โมงเย็น
บัวเผื่อน อุบลชาติ กลุ่มเดียวกับบัวผัน (Nymphaea nouchali) ลอยน้ำ ขอบใบเรียบ สีม่วงอ่อน
จงกลนี อุบลชาติ Nymphaea siamensis ลอยน้ำ กลีบซ้อนแน่น ดอกลอยปริ่มน้ำ ไม่มีกลิ่น
บัวกระด้ง (บัววิกตอเรีย) Victoria amazonica ใหญ่มาก ขอบยกเหมือนกระด้ง มีหนามใต้ใบ ใหญ่ สีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นชมพู บานตอนค่ำ หอม

ยังมี บัวฝรั่ง ซึ่งเป็นบัวอุบลชาติเขตหนาวและลูกผสม ดอกลอยปริ่มน้ำ หลายสี และเป็นพวกบานเช้า

💡 ดูยังไงว่าเป็นบัวหลวงหรือบัวสาย
วิธีแยกชนิดบัวที่ง่ายที่สุดคือดูใบ ถ้าใบตั้งชูเหนือน้ำและมีฝักบัวหลังดอกโรย คือบัวหลวง ถ้าใบแบนลอยแปะผิวน้ำ คือบัวกลุ่มอุบลชาติหรือบัววิกตอเรีย

🔤 ดอกบัว ภาษาอังกฤษ: Lotus กับ Water lily ต่างกันยังไง

ดอกบัวหลวงภาษาอังกฤษคือ Lotus หรือ Sacred lotus / Indian lotus ส่วนบัวสาย บัวผัน บัวเผื่อน จงกลนี ภาษาอังกฤษเรียกว่า Water lily สองคำนี้ไม่ใช่คำแทนกันได้ เพราะเป็นพืชคนละสกุลและคนละวงศ์

ภาพเปรียบเทียบบัวหลวง (Lotus) ที่ใบและดอกชูพ้นน้ำและมีฝักบัว กับบัวสายหรือบัวผัน (Water lily) ที่ใบลอยบนผิวน้ำและไม่มีฝักบัว
ภาพที่ 1: วิธีแยกบัวหลวง (Lotus) กับบัวสาย/บัวผัน (Water lily) ดูจากใบ ดอก และฝักบัว

จุดต่างที่สังเกตได้ด้วยตา

  • ฝักบัว เป็นจุดต่างที่ชัดที่สุด บัวหลวงมีฐานดอกขยายเป็นฝักกลางดอก ส่วน Water lily ไม่มี ชื่อ nucifera ยังแปลว่า “ที่ให้ผลแบบถั่ว” (nut-bearing)
  • ใบ บัวหลวงใบชูพ้นน้ำบนก้านแข็ง ผิวใบมีนวลเหมือนขี้ผึ้ง น้ำจึงกลิ้งเป็นหยด ส่วน Water lily ใบลอยแปะผิวน้ำ ก้านอ่อนนิ่มมีน้ำยาง
  • ลำต้น บัวหลวงมีไหลและเหง้าเลื้อยในโคลน (คือรากบัว) ส่วนบัวสาย บัวผันส่วนใหญ่มีลำต้นเป็นหัว

ที่สับสนกันมากเพราะในภาษาอังกฤษบางครั้งก็เรียก Water lily ว่า lotus เช่น “Blue lotus” หรือ “Egyptian lotus” ซึ่งจริง ๆ คือบัวในสกุล Nymphaea ไม่ใช่บัวหลวง ถ้าจะเขียนให้ชัด ใช้ Sacred lotus สำหรับบัวหลวง และ Water lily สำหรับบัวสายและบัวผัน

🌿 ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของบัวหลวง

ฝักดอกบัวหลวงสีเขียวมีเมล็ดบัวในรู
ฝักบัวหลวงมีเมล็ดฝังอยู่ในรูบนฐานรองดอก

บัวหลวงมีไหลใต้ดินที่แก่แล้วกลายเป็นเหง้า ส่งก้านใบและก้านดอกขึ้นมาเหนือน้ำ ก้านแข็งและมีปุ่มหนาม ก้านใบและก้านดอกมีท่ออากาศราว 4–6 ช่อง ส่วนเหง้า (รากบัว) ก็มีท่ออากาศหลายช่องที่เห็นเป็นรูเวลาหั่น

ใบบัว

ใบอ่อนม้วนขอบเข้าหากัน ใบแก่เป็นแผ่นกลม ก้านติดกลางใบแบบโล่ ผิวบนมีปุ่มเล็ก ๆ และเคลือบคล้ายขี้ผึ้งจนน้ำเกาะไม่ติด คุณสมบัตินี้เป็นต้นแบบของคำว่า “Lotus effect” ที่ใช้ออกแบบวัสดุทำความสะอาดตัวเอง

ดอกบัวและเกสร

ดอกเดี่ยว กลีบรวมจำนวนมาก กลีบนอกสุด 2–4 กลีบมักเล็กคล้ายกลีบเลี้ยง ดอกตูมมีทั้งทรงเรียวแหลมและทรงป้อม ดอกบานเป็นรูปถ้วยหรือครึ่งวงกลม กลางดอกมีเกสรเพศผู้จำนวนมาก อับเรณูสีเหลือง ปลายมีรยางค์สีขาว ดอกบัวหลวงยังรักษาอุณหภูมิในดอกได้ราว 30–35 องศาเซลเซียส แม้อากาศรอบตัวจะเย็นถึง 10 องศา นักวิจัยเชื่อว่าช่วยดึงดูดแมลงผสมเกสร

ฝักบัวและเม็ดบัว

เกสรเพศเมียฝังอยู่บนฐานดอกที่ขยายเป็นฝักบัว ยอดเกสรสีเขียวรูปจาน เมื่อดอกโรยฐานนี้จะโตเป็นฝักที่มีเมล็ดในรู เมล็ดบัวหลวงมีอายุยืนมาก เคยมีการเพาะเมล็ดอายุราว 1,300 ปีที่ขุดได้จากก้นทะเลสาบแห้งทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีนให้งอกได้

🇹🇭 ดอกบัวไทย: พันธุ์บัวหลวง ดอกบัวสีขาว และดอกบัวสีชมพู

บัวหลวงที่ปลูกในไทยแบ่งตามสีและการซ้อนของกลีบได้ 4 แบบหลัก คือ ปทุม บุณฑริก สัตตบงกช และสัตตบุษย์ ถ้าเห็นภาพดอกบัวหลวงสีขาว จะเป็นบุณฑริก (กลีบไม่ซ้อน) หรือสัตตบุษย์ (กลีบซ้อน)

พันธุ์ ชื่อเรียกอื่น ดอกตูม กลีบ สีดอก
ปทุม บัวแหลมชมพู, ปัทมา, โกกระนด เรียวแหลม ซ้อนน้อย ชมพูถึงแดง
บุณฑริก บัวแหลมขาว, ปุณฑริก เรียวแหลม ซ้อนน้อย ขาว
สัตตบงกช บัวฉัตรชมพู ป้อม ซ้อนมาก เกสรบางส่วนกลายเป็นกลีบ ชมพูถึงแดง
สัตตบุษย์ บัวฉัตรขาว ป้อม ซ้อนมาก เกสรบางส่วนกลายเป็นกลีบ ขาว

ในงานวิจัยของ มทร.ธัญบุรี ที่เปรียบเทียบบัวหลวง 4 พันธุ์ พบว่า ปทุม ออกดอกเร็วที่สุดและให้ดอกเฉลี่ย 16 ดอกต่อต้น เหมาะกับการผลิตดอกตัด นครสวรรค์ ติดเมล็ดสูงสุด 84.11% เหมาะผลิตเมล็ด ส่วน ราชินี ให้เหง้าหนักที่สุดเฉลี่ย 885.17 กรัมต่อต้น เหมาะผลิตรากบัว

บัวหลวงสีเหลืองที่เห็นในภาพต่างประเทศคือ Nelumbo lutea (American lotus) บัวหลวงพื้นเมืองฝั่งตะวันออกของอเมริกาเหนือ ดอกสีครีมถึงเหลือง และนำมาผสมข้ามกับบัวหลวงได้เป็นลูกผสม ส่วนบัวไทยที่มีชื่อเสียงอีกชนิดคือบัวลูกผสม Nymphaea “Queen Sirikit” (บัวควีนสิริกิติ์) ซึ่งได้รับพระราชานุญาตให้ใช้ชื่อเมื่อ 11 มิถุนายน 2555 แต่เป็นบัวกลุ่มอุบลชาติ ไม่ใช่บัวหลวง

💧 ดอกบัวสาย ดอกบัวผัน และดอกบัวเผื่อน

ดอกบัวสาย ดอกบัวผัน และดอกบัวเผื่อนเป็นบัวกลุ่มอุบลชาติ (Nymphaea) ใบลอยบนผิวน้ำ มีลำต้นเป็นหัว ต่างกันชัดที่สุดตรงเวลาบาน บัวสายบานกลางคืน ส่วนบัวผันและบัวเผื่อนบานกลางวัน

ดอกบัวสาย

บัวสายมีหัวกลมเล็กราวปลายนิ้วก้อย ใบมน ขอบหยัก ใต้ใบมีขนนุ่ม ดอกสีขาว ชมพู หรือแดง บานช่วงหัวค่ำราว 6 โมงเย็นถึง 1 ทุ่ม แล้วหุบสาย ๆ ของวันรุ่งขึ้น ก้านดอกคือ สายบัว ที่นำมาแกงหรือผัด พันธุ์ดอกขาวเรียกว่า สัตตบรรณ

ดอกบัวผัน

บัวผันบานตอนสายราว 9 โมงเช้า และหุบราว 4 โมงเย็น ดอกชูพ้นน้ำ มีให้เลือกหลายสี ทั้งขาว ชมพู แดง เหลือง ฟ้าคราม และม่วงน้ำเงิน ใบรูปไข่ ขอบหยักไม่สม่ำเสมอ ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหัวเล็กที่เกิดรอบต้นแม่

ดอกบัวเผื่อน

พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานจัดบัวเผื่อนเป็น Nymphaea nouchali ขอบใบเรียบ ดอกสีม่วงอ่อน บานช่วงเช้าถึงกลางวันและหุบตอนเย็นเหมือนบัวผัน หลายแหล่งจึงเรียกรวมกันว่า “บัวผัน-บัวเผื่อน” ส่วนชื่อ N. stellata ที่บางแหล่งใช้กับบัวผัน เป็นชื่อพ้องของ N. nouchali บัวผันและบัวเผื่อนจึงเป็นชื่อไทยของบัวกลุ่มเดียวกัน ไม่ใช่คนละชนิด

💙 ดอกบัวสีฟ้ามีจริงไหม

มีจริง แต่ดอกบัวสีฟ้าไม่ใช่บัวหลวง บัวหลวงมีเฉพาะสีขาว เหลือง ชมพู แดง และสองสี ส่วนดอกบัวสีฟ้า สีฟ้าคราม หรือม่วงน้ำเงินเป็นบัวกลุ่มอุบลชาติ เช่น บัวผัน และบัวยักษ์ออสเตรเลีย

  • บัวผันสีฟ้า เป็นสีที่พบได้ในกลุ่มบัวผัน-บัวเผื่อน บานเช้า หุบเย็น
  • บัวยักษ์ออสเตรเลีย (Nymphaea gigantea) ดอกชูพ้นน้ำได้ถึงราว 50 ซม. ดอกกว้างได้ราว 25 ซม. กลีบสีม่วงอ่อนหรือฟ้า แล้วซีดลงจนเกือบขาวเมื่อดอกแก่
  • Blue lotus หรือ Egyptian lotus คือ Nymphaea nouchali var. caerulea ดอกสีฟ้าเป็นหลัก เกสรสีเหลืองปลายฟ้า บานช่วงเช้าและหุบช่วงบ่ายแก่ถึงเย็น ดอกหนึ่งอยู่ได้ราว 4 วัน เป็น Water lily ไม่ใช่บัวหลวง

🍃 ดอกบัวใหญ่ที่สุด: บัววิกตอเรีย (บัวกระด้ง)

ถ้าค้นหา “ดอกบัวใหญ่” ส่วนใหญ่จะหมายถึงบัววิกตอเรีย หรือบัวกระด้ง (Victoria amazonica) ใบกว้างได้ถึงราว 3 เมตร ขอบใบยกตั้งขึ้นเหมือนกระด้ง ใต้ใบสีม่วงแดงมีหนามแหลม

  • ถิ่นกำเนิดอยู่ในลุ่มน้ำแอมะซอน ชื่อสกุลตั้งตามพระราชินีวิกตอเรียของอังกฤษ
  • ดอกบานกลางคืนเป็นสีขาวและมีกลิ่นหอมเพื่อล่อด้วง วันรุ่งขึ้นดอกจะเปลี่ยนเป็นสีชมพู และบานอีกครั้งในคืนที่สอง
  • สกุลนี้มี 3 ชนิด คือ V. amazonica, V. cruziana และ V. boliviana ซึ่งเป็นชนิดใหม่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
  • ส่วนดอกบัวหลวงก็จัดว่าใหญ่ กว้างได้ราว 35 ซม. และใบกว้าง 80–100 ซม.

🙏 ดอกบัว ความหมาย และดอกบัวหมายถึงอะไรในพุทธศาสนา

ในพุทธศาสนา ดอกบัวหมายถึง ความบริสุทธิ์ และการตื่นรู้ เพราะงอกจากโคลนแต่บานพ้นน้ำโดยไม่เปื้อนโคลน จึงใช้เป็นดอกไม้บูชาพระรัตนตรัย ความหมายเหล่านี้เป็นคติความเชื่อทางศาสนาและวัฒนธรรม

  • ตามพุทธประวัติ เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะประสูติทรงดำเนินได้ 7 ก้าว และมีดอกบัวรองรับทุกก้าว
  • ดอกบัวเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติทั้งตอนประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน และดอกบัวที่พ้นน้ำรับแสงถูกเปรียบกับผู้หลุดพ้นจากทุกข์
  • ในศาสนาฮินดู บัวหลวงเกี่ยวข้องกับพระลักษมีและพระวิษณุ ส่วนอียิปต์โบราณใช้บัวเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่ แต่บัวของอียิปต์คือบัวสายหรือบัวผันสีฟ้าในสกุล Nymphaea ไม่ใช่บัวหลวง

ดอกบัวสีชมพู ความหมาย และดอกบัวสีขาว

บทความวิชาการที่ตีความตราสัญลักษณ์รูปบัวของสาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ ให้ความหมายของสีดอกบัวไว้ดังนี้

สีดอกบัว ความหมายตามบทความที่ตีความตราสัญลักษณ์รูปบัว
ดอกบัวสีขาว ความบริสุทธิ์ เป็นตัวแทนของศีล สมาธิ และปัญญา
ดอกบัวสีชมพู สีแห่งความรักที่ไม่จำกัดผู้ใด

ความหมายของสีเป็นการตีความ ไม่ได้มีข้อกำหนดตายตัว ในทางปฏิบัติ คนไทยใช้ทั้งดอกบัวขาวและดอกบัวชมพูบูชาพระได้เหมือนกัน

🪷 ดอกบัว 4 เหล่า มีอะไรบ้าง

ดอกบัว 4 เหล่าเป็นคำสอนที่เปรียบคนกับบัว 4 ระดับ ตามความสามารถในการเข้าใจธรรม ได้แก่ อุคฆฏิตัญญู วิปจิตัญญู เนยยะ และปทปรมะ มีที่มาจากอรรถกถา หลังพระพุทธเจ้าตรัสรู้และทรงพิจารณาว่าคนเรามีสติปัญญาต่างกัน

เหล่า ลักษณะดอกบัว เปรียบกับคน
อุคฆฏิตัญญู บัวพ้นน้ำ พร้อมบานเมื่อรับแสงวันนี้ ฟังธรรมครั้งเดียวก็เข้าใจได้ทันที
วิปจิตัญญู บัวปริ่มน้ำ จะบานในวันพรุ่งนี้ มีปัญญาดี แต่ต้องได้รับคำอธิบายเพิ่ม
เนยยะ บัวใต้น้ำ จะโผล่และบานในวันต่อ ๆ ไป ต้องเพียรศึกษาและฝึกฝนอยู่เสมอ
ปทปรมะ บัวจมโคลน ไม่โผล่พ้นน้ำ กลายเป็นอาหารปลาและเต่า ยังไม่อาจเข้าใจธรรมได้

ในพระไตรปิฎกส่วนพรหมยาจนกถาจะพูดถึง บัว 3 เหล่า คือ บัวจมในน้ำ บัวเสมอน้ำ และบัวพ้นน้ำ ส่วนบัว 4 เหล่าที่คุ้นเคยกันมาจากชั้นอรรถกถา

🛕 ดอกบัว ไหว้พระ และช่อดอกบัว

ดอกบัวที่ใช้ไหว้พระส่วนใหญ่คือดอกตูมของบัวหลวง ทั้งสีชมพูและสีขาว บัวหลวงเป็นบัวที่เกษตรกรปลูกมากที่สุด เพื่อตัดดอกตูมไปบูชาพระและเก็บเมล็ดทำอาหาร

  • ช่อดอกบัวในตลาด เกษตรกรตัดดอกตูมพร้อมก้านยาว 40–50 ซม. แล้วมัดเป็นกำละ 10 ดอก
  • ใส่บาตร คนไทยนิยมวางดอกบัวบนฝาบาตร ถือเป็นการถวายครบทั้งภัตตาหารและดอกไม้บูชา
  • ตามความเชื่อ เรื่องดอกไม้มงคล ดอกบัวสื่อถึงความสำเร็จและความบริสุทธิ์

ถ้าอยากปลูกไม้ดอกไว้ตัดไหว้พระที่บ้าน นอกจากบัวยังมี มะลิ และ จำปี ที่นิยมใช้บูชาพระเช่นกัน

📝 ชื่อดอกบัวและคำไวพจน์ของดอกบัว

คำไวพจน์ของดอกบัวที่พบบ่อยในวรรณคดีและการตั้งชื่อ เช่น ปทุม ปัทมา บุณฑริก บงกช อุบล โกมุท กมล บุษกร นิลุบล สาโรช นลิน นลินี และจงกลนี บางคำหมายถึงบัวทั่วไป บางคำเจาะจงชนิดหรือสี

คำ ความหมาย / ที่มา
ปทุม, ปัทมา ใช้เรียกบัวหลวง
บุณฑริก, ปุณฑริก บัวขาว
บงกช คำสันสกฤต แปลว่า “เกิดแต่ตม”
อุบล บัวเขียว (บัวกลุ่มอุบลชาติ)
สัตตบงกช, สัตตบุษย์ บัวหลวงดอกซ้อน สีชมพู และสีขาว ตามลำดับ
สัตตบรรณ บัวสายพันธุ์ดอกขาว
โกมุท, กมล, บุษกร, สาโรช, อรพินท์, นลิน, นลินี, นิลุบล คำไวพจน์ที่หมายถึงดอกบัวในภาษาวรรณคดี

ชื่อเหล่านี้นิยมนำไปตั้งชื่อคนและสถานที่ เช่น ชื่อจังหวัดอุบลราชธานีก็มีคำว่า “อุบล” อยู่ด้วย

🌼 ดอกบัวตอง และดอกบัวผุด ไม่ใช่บัวจริง

แม้จะมีคำว่า “บัว” ในชื่อ แต่ดอกบัวตองและดอกบัวผุดไม่ใช่บัวทั้งคู่ และไม่ใช่ไม้น้ำ บัวตองเป็นไม้พุ่มวงศ์ทานตะวัน ส่วนบัวผุดเป็นพืชเบียนในป่าดิบ

ชื่อ ชื่อวิทยาศาสตร์ / วงศ์ เป็นพืชแบบไหน จุดเด่น
บัวตอง Tithonia diversifolia วงศ์ Asteraceae (วงศ์ทานตะวัน) ไม้พุ่มบนบก สูง 2–3 เมตร ถิ่นกำเนิดเม็กซิโกและอเมริกากลาง ดอกเหลืองถึงส้ม ดอกไม้ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีชื่ออื่นว่า ดาวเรืองญี่ปุ่น ทานตะวันหนู ในหลายประเทศจัดเป็นวัชพืชรุกราน
บัวผุด (บัวตูม) Rafflesia kerrii พืชเบียนอาศัยบนรากเถาวัลย์สกุล Tetrastigma ไม่มีใบ ดอกกว้าง 70–80 ซม. หนักราว 10 กก. บานได้ 4–5 วัน ในไทยพบที่อุทยานแห่งชาติเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี ชมได้ช่วง พ.ย.–เม.ย.
💡 จำง่าย ๆ
บัวจริงทุกชนิดเป็นไม้น้ำ ส่วนบัวตองเป็นไม้พุ่มดอกเหลืองวงศ์ทานตะวันที่ขึ้นบนบก (ดอกไม้ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน) และบัวผุดเป็นพืชเบียนไม่มีใบที่โผล่ดอกจากพื้นป่าเขาสก (ดอกไม้ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี) ทั้งสองชนิดจึงไม่ใช่ญาติของบัวหลวงหรือบัวสาย

🪴 วิธีปลูกบัวในกระถางให้ออกดอก

ดอกบัวหลวงปลูกในอ่างใบใหญ่
ปลูกบัวในอ่างใบใหญ่ ใช้ดินเหนียวและให้น้ำท่วมผิวดิน

บัวหลวงปลูกในอ่างหรือกระถางทรงกว้างที่บ้านได้ หัวใจสำคัญมี 3 ข้อ คือ ดินเหนียว แดดตรงอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน (ขั้นต่ำราว 4 ชั่วโมง) และน้ำท่วมผิวดินตลอด

ภาพตัดขวางการปลูกบัวหลวงในกระถาง แสดงชั้นปุ๋ยรองก้น ดินเหนียว เหง้า ทรายหยาบ ระดับน้ำเหนือดินราว 10 ซม. ปุ๋ยห่อกระดาษ อิฐหนุน และแดดตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไป
ภาพที่ 2: ภาพตัดขวางการปลูกบัวหลวงในกระถาง ชั้นดิน ปุ๋ย ทราย และระดับน้ำ

1. เตรียมภาชนะและดิน

  • ใช้ภาชนะก้นปิด บัวผันใช้กระถางกว้าง 20–30 ซม. ลึกเกิน 15 ซม. ได้ แต่บัวหลวงต้องใช้อ่างหรือกระถางทรงกว้างที่ใหญ่กว่านี้ ยิ่งใหญ่ยิ่งออกดอกดี เพราะบัวหลวงโตเร็วและแตกไหลเร็ว
  • แช่ดินเหนียวในน้ำจนนิ่ม แล้วนวดให้เนียน
  • รองก้นด้วยปุ๋ยหมักอัดเม็ดหรือปุ๋ยละลายช้าเล็กน้อย ใส่ดินราว 3 ใน 4 ของความสูงภาชนะ

2. ปลูกเหง้าหรือไหล

  • เลือกไหลหรือเหง้าที่มียอดอ่อน วางโคนชิดขอบกระถาง ให้ปลายยอดชี้เข้ากลางกระถาง กดดินทับโคน เหลือปลายยอดเชิดขึ้นเล็กน้อย ระวังยอดหัก
  • ล้างใบและภาชนะ แล้วโรยทรายหยาบบาง ๆ บนผิวดิน

3. ระดับน้ำ

ช่วงแรกให้ผิวดินอยู่ต่ำกว่าผิวน้ำประมาณ 10 ซม. (ใช้อิฐหนุนกระถางในอ่าง) ใบใหม่จะโผล่ภายใน 1–2 สัปดาห์ แล้วค่อย ๆ เพิ่มระดับน้ำตามการเติบโต หมั่นเติมน้ำที่ระเหยไป อย่าปล่อยให้ดินแห้ง

4. แสงแดด

วางอ่างในจุดที่ได้แดดตรงอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน จะออกดอกดีที่สุด ขั้นต่ำคือราว 4 ชั่วโมง บัวที่ได้แดดน้อยกว่านั้นจะมีแต่ใบ ข้อนี้เป็นสาเหตุอันดับแรกที่บัวในบ้านไม่ออกดอก บัวหลวงเติบโตดีในอากาศกลางวันราว 23–27 องศาเซลเซียส และเมล็ดงอกเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 13 องศา

5. การใส่ปุ๋ย

เมื่อดอกเริ่มน้อยหรือเล็กลง ห่อปุ๋ยเม็ด 10–20 เม็ดด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ แล้วกดฝังลงดินห่างจากต้นราว 10 ซม. ดูหลักการเลือกสูตรปุ๋ยได้ที่ ปุ๋ยใส่ต้นไม้ เลือกสูตรยังไง หรือคำนวณปริมาณด้วย เครื่องคำนวณปุ๋ย

💡 เคล็ดลับน้ำใส ไม่เขียว
ฝังปุ๋ยลงดิน แทนการโรยบนผิวน้ำ ช่วยไม่ให้น้ำเขียวและตะไคร่ขึ้น และโรยทรายหยาบทับหน้าดิน ช่วยไม่ให้น้ำขุ่นเวลาเติมน้ำหรือย้ายกระถาง

6. ดูแลประจำและเปลี่ยนดิน

คอยเก็บหอยและแมลงออกจากใบและยอด ตัดใบแก่ทิ้งเป็นระยะ และเปลี่ยนดินใหม่ทุกปีช่วงก่อนหน้าร้อน โดยตัดเหง้าเก่าทิ้ง เก็บไว้เฉพาะปลายเหง้ายาว 5–10 ซม. แล้วปลูกใหม่

ถ้าปลูกในบ่อหรือแปลงใหญ่

ในแปลงปลูกเชิงการค้า ห้องสมุดเกษตร มก. แนะนำระยะปลูก 2 x 2 เมตร ใช้ไหลประมาณ 400 ไหลต่อไร่ เดือนแรกรักษาระดับน้ำราว 30 ซม. จากนั้นเพิ่มเป็นราว 50 ซม. แต่ไม่เกิน 100 ซม. และไม่ควรปลูกในบ่อที่เลี้ยงปลา เพราะปลาจะกัดและดึงเหง้า

📅 บัวหลวงออกดอกช่วงไหน ตารางดูแลตามระยะ

ในแปลงปลูก บัวหลวงเริ่มให้ดอกตูมได้ราว 3 เดือนหลังปลูก และให้ดอกต่อเนื่องประมาณ 3–4 เดือนก่อนต้นโทรม ช่วงหน้าหนาวดอกจะน้อยลง ดอกหนึ่งบาน-หุบอยู่ราว 3 วัน และสวยอยู่ได้ไม่เกินราว 1 สัปดาห์

ระยะ สิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่ต้องทำ
สัปดาห์ที่ 1–2 ใบใหม่เริ่มโผล่ รักษาน้ำให้ท่วมผิวดินราว 10 ซม. รอให้น้ำใส
เดือนที่ 1 ต้นตั้งตัว แตกใบเพิ่ม ค่อย ๆ เพิ่มระดับน้ำ (ในแปลงราว 30 ซม.)
เดือนที่ 2–3 ใบชูสูง เริ่มแทงดอกตูม วางในจุดแดดจัด เก็บหอยและหนอน
ราว 3 เดือนขึ้นไป ให้ดอกต่อเนื่อง 3–4 เดือน ฝังปุ๋ยเมื่อดอกน้อยลง ตัดดอกโรยและใบแก่
40–50 วันหลังดอกตูม ฝักบัวแก่ เก็บเมล็ดได้ เก็บฝักแก่หรือฝักอ่อนไปทำอาหาร
ปีละครั้ง ก่อนหน้าร้อน เหง้าแน่นภาชนะ ดอกลดลง รื้อเปลี่ยนดิน เก็บปลายเหง้า 5–10 ซม.

🍵 บัวกินได้ ส่วนไหนของบัวกินได้บ้าง

รากบัวและเมล็ดบัว ส่วนของดอกบัวที่กินได้
รากบัวและเมล็ดบัวเป็นส่วนที่นิยมนำมาทำอาหาร

บัวหลวงกินได้แทบทุกส่วน ตั้งแต่เหง้า (รากบัว) ไหล ใบอ่อน ฝักอ่อน เมล็ด ไปจนถึงกลีบดอก ส่วนบัวสายนิยมกินก้านดอกที่เรียกว่าสายบัว

⚠️ ข้อควรระวัง
เม็ดบัวสดจากฝักที่ล้างสะอาดกินได้ แต่ส่วนที่ขึ้นจากโคลนหรืออยู่ในน้ำ เช่น รากบัว ไหล ใบ และก้าน ควรปรุงสุกก่อนกิน เพราะการกินดิบเสี่ยงติดพยาธิ เช่น Fasciolopsis buski
ส่วนของบัว นำไปทำอะไร
รากบัว (เหง้า) ต้มกับน้ำตาลกรวด เชื่อม ทำแกงจืดหรือผัด และทำเป็นแป้ง
ไหลบัว ผัด แกง ต้มกะทิ
เม็ดบัว กินสด ต้มน้ำตาล ทำเม็ดบัวฉาบ เม็ดบัวเบียก ตะโก้เม็ดบัว
ฝักอ่อน (เม็ดบัวอ่อน) กินตอนยังอ่อน ล้างให้สะอาดก่อน
ใบอ่อน ปรุงสุกกินเป็นผัก
ใบบัวแก่ ห่อข้าวและอาหารนึ่ง ชงเป็นชา
กลีบดอก ชุบแป้งทอด หรือตากแห้งชงชา
สายบัว (ก้านดอกบัวสาย) แกงส้ม แกงกะทิ ผัด

เมล็ดบัวมีโปรตีนราว 16.64% และแป้งราว 40.63% ส่วนรากบัวและเมล็ดเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ดี ในตำรายาพื้นบ้านยังมีการใช้เหง้าบัวเป็นยาแก้ท้องร่วง (ข้อมูลการใช้แบบพื้นบ้าน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์)

🌾 เกสรดอกบัว ใช้ทำอะไร

เกสรดอกบัวที่พูดถึงกันคือเกสรเพศผู้ของบัวหลวง ในตำรายาไทยใช้เป็นส่วนผสมของยาหอม และเป็น 1 ใน “เบญจเกสร” หรือเกสรทั้ง 5 ร่วมกับดอกมะลิ ดอกพิกุล ดอกบุนนาค และดอกสารภี

  • ตำราดั้งเดิมระบุว่าเกสรบัวหลวงใช้บำรุงหัวใจ บำรุงประสาท และแก้ลมวิงเวียน
  • คนไทยนิยมนำเกสรตากแห้งมาชงเป็นชาเกสรบัว หรือชาเบญจเกสร
  • ในต่างประเทศก็มีการตากเกสรบัวแห้งชงเป็นชาสมุนไพรเช่นกัน
⚠️ ข้อควรระวัง
ข้อมูลเรื่องเกสรบัวเป็นการใช้ตามภูมิปัญญาและตำรายาไทย ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอยู่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

ถ้าสนใจปลูกมะลิไว้ทำเบญจเกสรเอง อ่านต่อที่ วิธีปลูกมะลิ

🌱 วิธีขยายพันธุ์บัวหลวง

บัวหลวงขยายพันธุ์ได้ 3 วิธี คือ แยกเหง้า แยกไหล และเพาะเมล็ด สำหรับการปลูกที่บ้าน วิธีที่ง่ายและได้ต้นตรงพันธุ์คือการตัดเหง้าหรือไหลไปปลูก

  1. แยกเหง้า ตัดหน่อหรือเหง้าที่มียอดอ่อนยาวราว 10 ซม. ปลูกในกระถางขนาดราว 20 ซม. ใส่ดินเหนียวลึกราว 5 ซม. เติมน้ำให้ลึกราว 10 ซม. เมื่อต้นแข็งแรงแล้วจึงย้ายลงอ่างหรือบ่อ
  2. แยกไหล ตัดไหลที่มียอดและมีข้อราว 3 ข้อ ฝังลงดินในกระถางลึกราว 5 ซม. รอให้ตั้งตัวก่อนย้ายปลูก
  3. เพาะเมล็ด เมล็ดบัวหลวงเปลือกแข็งและมีอายุยืนมาก นอกจากเมล็ดแล้ว ในการผลิตยังขยายพันธุ์จากตาและการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ด้วย แต่สำหรับคนปลูกที่บ้าน การแยกเหง้าหรือไหลง่ายกว่าและได้ต้นที่เหมือนต้นแม่

ส่วนบัวผันและบัวสาย ใช้วิธีแยกหัวเล็กที่ขึ้นรอบต้นแม่ไปปลูกในกระถางใหม่ วิธีนี้ยังช่วยไม่ให้ต้นแม่โทรมด้วย

🐾 ดอกบัวปลอดภัยกับหมาแมวไหม

ยังไม่พบข้อมูลยืนยันจากฐานข้อมูลหลักอย่าง ASPCA ว่าบัวหลวงเป็นพิษหรือไม่เป็นพิษต่อสุนัขและแมว จึงยังสรุปไม่ได้ ถ้าเลี้ยงสัตว์ที่ชอบกัดแทะใบไม้ ควรวางอ่างบัวให้พ้นทาง และระวังสัตว์เล็กตกอ่างน้ำลึก

⚠️ ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้

ปัญหาที่เจอมากที่สุดเวลาปลูกบัวหลวงคือมีแต่ใบไม่ออกดอก รองลงมาคือน้ำเขียวและศัตรูพืชกัดกินใบ ส่วนใหญ่แก้ได้ด้วยการเพิ่มแดด ปรับวิธีใส่ปุ๋ย และดูแลน้ำให้สะอาด

ปัญหา สาเหตุที่พบบ่อย วิธีแก้
มีแต่ใบ ไม่ออกดอก แดดน้อยกว่า 4 ชม./วัน ดินหมดธาตุอาหาร แตกกอแน่นเกิน หรือน้ำลึกหรือตื้นเกินไป ย้ายไปจุดแดดจัด ฝังปุ๋ย เปลี่ยนดินหรือแยกกอ ปรับระดับน้ำ
น้ำเขียว ตะไคร่ขึ้น ปุ๋ยละลายลงน้ำ สาหร่ายและน้ำเสีย ฝังปุ๋ยลงดิน โรยทรายหยาบทับหน้าดิน เปลี่ยนน้ำบางส่วน
จอกแหนคลุมผิวน้ำ ปล่อยให้ขยายจนบังแสง ตักจอกแหนออกให้แสงส่องถึงส่วนใต้น้ำ
ใบเป็นจุด ใบไหม้ เน่าดำ โรคใบจุดไหม้ โรคเน่าดำ จากเชื้อราและแบคทีเรีย ตัดใบที่เป็นโรคทิ้ง ไม่ปล่อยน้ำเน่า
ใบและยอดถูกกัด หอยเชอรี่ หนอนบุ้ง หนอนม้วนใบ แมลงค่อมทอง เก็บหอยและหนอนออก ตรวจใต้ใบสม่ำเสมอ
ใบหงิก ยอดชะงัก เพลี้ยและไรดูดน้ำเลี้ยง ตรวจใต้ใบและยอดอ่อนบ่อย ๆ เก็บส่วนที่เป็นมากทิ้ง ดูหลักจัดการเพลี้ยได้ที่ วิธีกำจัดเพลี้ยแป้ง

✅ สรุป

ดอกบัวที่คนไทยคุ้นที่สุดคือบัวหลวง (Sacred lotus) ใบและดอกชูพ้นน้ำ มีฝักบัว ต่างจากบัวสาย บัวผัน บัวเผื่อน และบัววิกตอเรีย (Water lily) ที่ใบลอยบนผิวน้ำ ส่วนบัวตองและบัวผุดไม่ใช่บัวจริง ถ้าจะปลูกบัวหลวงในกระถางให้ออกดอก ให้ใช้ดินเหนียว แดดตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไป (ขั้นต่ำราว 4 ชั่วโมง) รักษาระดับน้ำ ฝังปุ๋ยลงดิน และเปลี่ยนดินปีละครั้ง ถ้ามีมุมแดดเหลือ ลองปลูกไม้ดอกกลางแจ้งอื่นคู่กัน เช่น กุหลาบ หรือ พุทธชาด

📚 แหล่งอ้างอิง

🌱 ปลูกต้นไม้อยู่แล้ว อยากมีรายได้เพิ่ม?

เปลี่ยนต้นไม้ที่คุณปลูกให้เป็นรายได้ เปิดร้านบน KASETIDEA Market ได้ง่ายๆ ไม่กี่นาที มีหน้าร้านออนไลน์ของตัวเอง ให้ลูกค้าทั่วประเทศหาคุณเจอ

ลงขายต้นไม้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

+ ดอกบัวชอบแดดไหม ปลูกในร่มได้หรือเปล่า

บัวหลวงชอบแดดจัด ได้แดดตรงอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวันจะออกดอกดีที่สุด ขั้นต่ำคือราว 4 ชั่วโมง ถ้าตั้งในร่มหรือได้แดดน้อยกว่า 4 ชั่วโมง ต้นจะมีแต่ใบและไม่ค่อยออกดอก จึงควรวางอ่างบัวไว้กลางแจ้ง

+ ดอกบัวภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร Lotus กับ Water lily ต่างกันยังไง

บัวหลวงภาษาอังกฤษคือ Lotus หรือ Sacred lotus (สกุล Nelumbo) ส่วนบัวสาย บัวผัน บัวเผื่อนคือ Water lily (สกุล Nymphaea) Lotus ใบและดอกชูพ้นน้ำและมีฝักบัวกลางดอก ส่วน Water lily ใบลอยแปะผิวน้ำและไม่มีฝักบัว

+ ดอกบัว 4 เหล่า มีอะไรบ้าง

บัว 4 เหล่าคือ อุคฆฏิตัญญู (บัวพ้นน้ำ เข้าใจธรรมได้ทันที) วิปจิตัญญู (บัวปริ่มน้ำ ต้องอธิบายเพิ่ม) เนยยะ (บัวใต้น้ำ ต้องฝึกฝนต่อเนื่อง) และปทปรมะ (บัวจมโคลน ยังไม่อาจเข้าใจธรรม) เป็นคำสอนที่เปรียบคนกับบัวตามระดับสติปัญญา

+ บัวหลวงกับบัวสาย บัวผัน ต่างกันยังไง

บัวหลวงใบและดอกชูพ้นน้ำ ก้านแข็ง มีฝักบัว และบานตอนรุ่งสาง ส่วนบัวสายและบัวผันใบลอยบนผิวน้ำ ไม่มีฝักบัว บัวสายบานช่วงหัวค่ำและหุบสายวันรุ่งขึ้น ส่วนบัวผันบานราว 9 โมงเช้าและหุบราว 4 โมงเย็น

+ ปลูกบัวในกระถางใช้ดินอะไร

ใช้ดินเหนียวแช่น้ำจนนิ่มแล้วนวดให้เนียน รองก้นด้วยปุ๋ยหมักอัดเม็ดหรือปุ๋ยละลายช้าเล็กน้อย ใส่ดินราว 3 ใน 4 ของภาชนะ โรยทรายหยาบทับหน้า แล้วให้ผิวดินอยู่ใต้น้ำราว 10 ซม. ในช่วงแรก

แชร์หน้านี้ให้เพื่อน
Facebook LINE X

📚 แหล่งอ้างอิง

Wikipedia (Nelumbo nucifera), วิกิพีเดีย (บัว), พิพิธภัณฑ์บัว มทร.ธัญบุรี, Missouri Botanical Garden, Kew, บ้านและสวน, กระปุก, ห้องสมุดเกษตร มก., ทรูปลูกปัญญา, สผ.

ความคิดเห็นและคำถาม