🌱 คำนวณปุ๋ย — เลือกสูตรปุ๋ยและปริมาณที่ใส่ให้ถูกกับพืช
เครื่องคำนวณปุ๋ย ช่วยหาว่าพืชของคุณควรใช้สูตรปุ๋ยอะไรในระยะนี้ ใส่ครั้งละกี่กรัม และใส่บ่อยแค่ไหน จากชนิดพืช ระยะการเติบโต และขนาดกระถางหรือพื้นที่ปลูก — พร้อมตารางสูตรปุ๋ยยอดนิยมว่าแต่ละสูตรบำรุงอะไรและใส่ตอนไหน อ้างอิงคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรและกรมพัฒนาที่ดิน ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร
🌱 ผลการคำนวณ
สูตรปุ๋ยยอดนิยม บำรุงอะไร ใส่ตอนไหน
ตัวเลขสามตัวบนกระสอบปุ๋ยคือเปอร์เซ็นต์ของธาตุอาหารหลัก เรียงตามลำดับเสมอ คือ N-P-K เช่น ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หนึ่งกระสอบ 50 กิโลกรัม ให้ไนโตรเจน (N) 7.5 กิโลกรัม ฟอสเฟตในรูป P₂O₅ 7.5 กิโลกรัม และโพแทชในรูป K₂O 7.5 กิโลกรัม ที่เหลือเป็นสารตัวเติมเพื่อให้ปั้นเม็ดและหว่านได้สม่ำเสมอ · ตัวเลขตัวกลางและตัวท้ายบนฉลากเป็น P₂O₅ และ K₂O ตามมาตรฐาน ไม่ใช่ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมในรูปธาตุแท้ (ถ้าต้องการเป็นธาตุแท้ให้คูณ 0.44 และ 0.83 ตามลำดับ)
| สูตรปุ๋ย | บำรุงอะไร | ใส่ตอนไหน | เหมาะกับพืช |
|---|---|---|---|
| 15-15-15 สูตรเสมอ | บำรุงทั้งใบ ราก ดอก และผลอย่างสมดุล ธาตุอาหารรวม 45% | ช่วงเจริญเติบโตทั่วไป และหลังย้ายปลูกจนตั้งตัว | ใช้ได้เกือบทุกพืช ไม้ผล ผัก ไม้ประดับ นาข้าว |
| 16-16-16 สูตรเสมอ | เหมือน 15-15-15 แต่ธาตุอาหารรวม 48% เข้มข้นกว่าเล็กน้อย ใช้ปริมาณน้อยกว่าได้ | ช่วงเจริญเติบโต แตกใบ แตกกิ่ง | ไม้ผล พืชไร่ ผัก ไม้ประดับกลางแจ้ง |
| 46-0-0 ยูเรีย | ให้ไนโตรเจน 46% โดยไม่มี P₂O₅ และ K₂O เร่งใบ เร่งต้น ใบเขียวเร็วที่สุดในกลุ่มปุ๋ยเม็ด | ช่วงต้องการใบและยอด ใส่ตอนดินชื้น รดน้ำตามทันที | ผักกินใบ สนามหญ้า ไม้ใบ ข้าวระยะแตกกอ |
| 21-0-0 แอมโมเนียมซัลเฟต | ไนโตรเจนพร้อมกำมะถัน 24% ละลายช้ากว่ายูเรีย ไม่ระเหยง่าย | เร่งใบในดินด่างหรือดินที่ขาดกำมะถัน | ผักกินใบ พืชไร่ ไม้ผลในดินด่าง |
| 25-7-7 เร่งใบเข้ม | ไนโตรเจนสูงพร้อมฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมเล็กน้อย เร่งใบแต่ยังดูแลรากและลำต้น | ระยะสร้างทรงพุ่ม หลังตัดแต่งกิ่ง และบำรุงสนามหญ้า | ไม้ใบ ไม้ประดับ สนามหญ้า ไม้ผลหลังเก็บเกี่ยว |
| 12-24-12 เร่งราก เร่งดอก | ฟอสฟอรัสสูงเป็นสองเท่า กระตุ้นรากและการสร้างตาดอก | ช่วงต้นกล้าและก่อนออกดอก | ไม้ดอก ผักกินผล ไม้ผลก่อนแทงช่อ |
| 8-24-24 / 9-25-25 สะสมอาหาร | ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง ไนโตรเจนต่ำ เพื่อหยุดการแตกใบอ่อนและสะสมอาหารก่อนออกดอก | ก่อนออกดอก 3–6 สัปดาห์ เมื่อใบแก่พร้อมแล้ว | ทุเรียน มะม่วง ลำไย ไม้ผลทั่วไป |
| 13-13-21 บำรุงผล | โพแทสเซียมสูง เพิ่มน้ำหนัก ความหวาน และสีของผล | ช่วงติดผลจนถึงก่อนเก็บเกี่ยว | ไม้ผล ผักกินผล มันสำปะหลัง อ้อย |
| 0-0-60 MOP โพแทสเซียมคลอไรด์ | โพแทสเซียมล้วน ใช้ปรับสูตรหรือเพิ่ม K โดยไม่เพิ่ม N | ช่วงขยายผลและสะสมแป้ง | ไม้ผล พืชหัว อ้อย ยางพารา |
| 15-0-0 แคลเซียมไนเตรต | ไนโตรเจนพร้อมแคลเซียม 19% ลดปัญหาก้นผลเน่า ผลแตก และยอดไหม้ | ช่วงติดผลอ่อนและขยายผล มักให้ทางน้ำหรือพ่นใบ | มะเขือเทศ พริก แตง เมล่อน ผักไฮโดรโปนิกส์ |
ตัวเลข N-P-K เป็นเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก ค่า P และ K บนกระสอบคิดเป็น P₂O₅ และ K₂O ตามมาตรฐานฉลากปุ๋ย · ปุ๋ยสูตรเดียวกันต่างยี่ห้อให้ธาตุอาหารเท่ากัน ต่างกันที่ตัวเติม ความสม่ำเสมอของเม็ด และธาตุรองที่ผสมมา
ใส่ปุ๋ยสูตรไหนในแต่ละระยะการเติบโต
| ระยะ | สูตรที่เหมาะ | เหตุผล |
|---|---|---|
| ต้นกล้า / เพิ่งย้ายปลูก | 15-15-15 หรือ 12-24-12 ใช้ครึ่งอัตรา | รากยังน้อย ต้องการฟอสฟอรัสสร้างราก ใส่เข้มเกินจะรากไหม้ รอ 15–20 วันให้ตั้งตัวก่อนใส่ครั้งแรก |
| เจริญเติบโต แตกใบ แตกกิ่ง | สูตรเสมอ 15-15-15 / 16-16-16 หรือ 25-7-7 สำหรับไม้ใบ | ต้องการไนโตรเจนสร้างใบและลำต้น ควบคู่กับธาตุอื่นเพื่อไม่ให้อ่อนแอ |
| ก่อนออกดอก | 8-24-24 หรือ 12-24-12 | ลดไนโตรเจนเพื่อหยุดการแตกใบอ่อน แล้วสะสมอาหารกระตุ้นตาดอก |
| ติดผล ขยายผล | 13-13-21 เสริม 15-0-0 ถ้ามีปัญหาก้นเน่า | โพแทสเซียมเพิ่มขนาดและความหวาน แคลเซียมช่วยผนังผลแข็งแรง |
| หลังเก็บเกี่ยว / หลังตัดแต่ง | สูตรเสมอผสมยูเรีย หรือ 25-7-7 ร่วมกับปุ๋ยคอก | ฟื้นต้นให้แตกใบชุดใหม่และสะสมอาหารสำหรับฤดูถัดไป |
| ผักกินใบตลอดรอบ | 46-0-0 หรือ 21-0-0 สลับสูตรเสมอ ทุก 7–14 วัน | อายุสั้นและเก็บใบ จึงเน้นไนโตรเจน แต่ต้องหยุดก่อนเก็บเกี่ยวตามฉลาก |
วิธีใส่ปุ๋ยให้ถูกวิธี
- ใส่ตอนดินชื้น ไม่ใช่ดินแห้งจัด — รดน้ำก่อนหรือใส่หลังฝนตกใหม่ ๆ ปุ๋ยจะละลายและรากดูดไปใช้ได้ ถ้าใส่ตอนดินแห้งความเข้มข้นของเกลือปุ๋ยจะสูงจนรากไหม้
- หว่านห่างโคนต้น — ไม้กระถางโรยรอบขอบกระถางห่างโคน 2–3 นิ้ว ไม้ผลลงดินหว่านบริเวณชายพุ่มซึ่งเป็นเขตรากฝอยที่ดูดอาหารจริง ไม่กองที่โคนต้น
- พรวนกลบบาง ๆ แล้วรดน้ำตาม — โดยเฉพาะยูเรีย 46-0-0 ที่ระเหยเป็นแก๊สแอมโมเนียได้ถ้าทิ้งไว้บนผิวดินแห้ง การกลบและรดน้ำช่วยลดการสูญเสีย
- ใส่ช่วงเช้าหรือเย็น — เลี่ยงแดดจัดกลางวันที่ดินร้อนและน้ำระเหยเร็ว
- แบ่งใส่ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง — ดีกว่าใส่หนักครั้งเดียว โดยเฉพาะกระถางและดินทรายที่ธาตุอาหารถูกชะออกง่าย
- สังเกตต้นหลังใส่ 1–2 สัปดาห์ — ใบเขียวขึ้นและแตกยอดใหม่คือพอดี ใบไหม้ขอบหรือใบเหลืองทั้งต้นหลังใส่ปุ๋ยคือมากเกินไป ให้รดน้ำมาก ๆ เพื่อชะปุ๋ยออก แล้วเว้นไปหนึ่งรอบ
ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยละลายช้า ต่างกันอย่างไร
ปุ๋ยเคมี ให้ธาตุอาหารเข้มข้น ระบุสูตรชัดเจน พืชดูดไปใช้ได้เร็วภายในไม่กี่วัน เหมาะกับการแก้อาการขาดธาตุและเร่งผลผลิตตามระยะ แต่ไม่ได้เพิ่มอินทรียวัตถุให้ดิน ใช้ต่อเนื่องอย่างเดียวนาน ๆ ดินจะแน่นและเสื่อมโครงสร้าง ปุ๋ยอินทรีย์ เช่นปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมัก มีธาตุอาหารน้อยกว่ามาก (มักไม่ถึง 2%) จึงต้องใช้ปริมาณมากกว่าหลายเท่า แต่ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุ ทำให้ดินร่วน อุ้มน้ำดีขึ้น และเลี้ยงจุลินทรีย์ในดิน ปุ๋ยละลายช้า เคลือบเม็ดให้ปล่อยธาตุอาหารทีละน้อยตลอด 2–3 เดือน สะดวกกับไม้กระถางและไม้ประดับที่ไม่มีเวลาใส่บ่อย แต่ราคาต่อหน่วยธาตุอาหารสูงกว่า
วิธีคำนวณและแหล่งข้อมูล
ค่าตั้งต้นในเครื่องมือนี้อ้างอิงคำแนะนำการใช้ปุ๋ยทั่วไปของหน่วยงานส่งเสริมการเกษตรไทย ปรับตามชนิดพืช ระยะการเติบโต และขนาดพื้นที่ปลูก ผลลัพธ์เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับผู้ที่ยังไม่มีผลวิเคราะห์ดิน หากมีผลวิเคราะห์ดินของแปลงตัวเอง ให้ยึดคำแนะนำตามค่าวิเคราะห์เป็นหลัก เพราะดินแต่ละแปลงมีธาตุอาหารเดิมไม่เท่ากัน และควรอ่านอัตราบนฉลากผลิตภัณฑ์ที่ใช้จริงประกอบเสมอ
ใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์อย่างไรให้คุ้ม
แนวทางที่ดีที่สุดคือใช้ร่วมกัน — ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเป็นฐานปีละ 1–2 ครั้งเพื่อปรับโครงสร้างดิน แล้วเสริมปุ๋ยเคมีตามระยะที่พืชต้องการ แนวทางนี้อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยและลดปริมาณปุ๋ยเคมีที่ต้องใช้ ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดดิน ชนิดพืช และค่าวิเคราะห์ดินของแปลงนั้น
🌿 เคล็ดลับจาก KASETIDEA
- ใส่ปุ๋ยช่วงเช้าหรือเย็น เลี่ยงแดดจัดกลางวันที่ดินร้อนและน้ำระเหยเร็ว
- ใส่ตอนดินชื้นเสมอ ถ้าดินแห้งให้รดน้ำก่อน แล้วรดน้ำตามหลังใส่ปุ๋ย
- หว่านห่างโคนต้นและอยู่ในแนวชายพุ่ม ซึ่งเป็นเขตรากฝอยที่ดูดอาหารจริง
- ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมี เพื่อปรับปรุงโครงสร้างดินในระยะยาว
- สังเกตต้นหลังใส่ 1–2 สัปดาห์ ใบไหม้ขอบคือมากไป ให้รดน้ำชะปุ๋ยออก
คำถามที่พบบ่อยเรื่องการใส่ปุ๋ย
ปุ๋ย 15-15-15 กับ 16-16-16 ต่างกันอย่างไร ใช้แทนกันได้ไหม
ทั้งคู่เป็นปุ๋ยสูตรเสมอที่ให้ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมเท่ากัน ต่างกันที่ความเข้มข้นรวม 15-15-15 มีธาตุอาหารรวม 45% ส่วน 16-16-16 มี 48% จึงใช้ปริมาณน้อยกว่าประมาณ 6% เพื่อให้ได้ธาตุอาหารเท่ากัน ใช้แทนกันได้ในงานทั่วไป เลือกตามราคาต่อหน่วยธาตุอาหาร คือเอาราคากระสอบหารด้วยเปอร์เซ็นต์ธาตุอาหารรวมแล้วเทียบกัน
ปุ๋ย 16-16-16 บำรุงอะไร ใส่บ่อยแค่ไหน
เป็นสูตรเสมอที่บำรุงทั้งใบ ราก ดอก และผลอย่างสมดุล เหมาะกับช่วงเจริญเติบโตทั่วไป ไม้กระถางใส่ทุก 4–8 สัปดาห์ ผักในแปลงทุก 2–3 สัปดาห์ ไม้ผลลงดินแบ่งใส่ปีละ 3–4 ครั้ง ปริมาณขึ้นกับขนาดกระถาง พื้นที่แปลง หรืออายุต้น ใช้เครื่องคำนวณด้านบนหาปริมาณของต้นคุณได้
ใส่ปุ๋ยตอนไหนดี ก่อนหรือหลังรดน้ำ
ใส่ตอนดินชื้นเสมอ ถ้าดินแห้งให้รดน้ำก่อนแล้วจึงใส่ปุ๋ย จากนั้นรดน้ำตามอีกครั้งเพื่อให้ปุ๋ยละลายลงไปถึงราก ห้ามใส่ปุ๋ยตอนดินแห้งจัดเพราะความเข้มข้นของเกลือปุ๋ยจะสูงจนรากไหม้ ช่วงเวลาที่เหมาะคือเช้าหรือเย็น เลี่ยงแดดจัดกลางวัน
ใส่ปุ๋ยมากเกินไปเป็นอย่างไร แก้ได้ไหม
อาการคือใบไหม้เริ่มจากขอบและปลายใบ ใบเหลืองหรือร่วงทั้งที่ดินไม่แห้ง ต้นชะงักไม่แตกยอดใหม่ และอาจเห็นคราบเกลือสีขาวบนผิวดินหรือขอบกระถาง วิธีแก้คือรดน้ำมาก ๆ ให้ไหลออกก้นกระถางเพื่อชะปุ๋ยส่วนเกินออก ทำซ้ำ 2–3 ครั้ง แล้วเว้นการให้ปุ๋ยไปอย่างน้อยหนึ่งรอบ ถ้าเป็นไม้กระถางที่อาการหนักให้เปลี่ยนวัสดุปลูกใหม่
N-P-K คืออะไร ตัวเลขบนกระสอบปุ๋ยอ่านอย่างไร
N คือไนโตรเจนสำหรับใบและลำต้น P คือฟอสฟอรัสสำหรับรากและดอก K คือโพแทสเซียมสำหรับผลและความแข็งแรงของต้น ตัวเลขสามตัวคือเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักเรียงตามลำดับนี้เสมอ เช่น 15-15-15 ในกระสอบ 50 กิโลกรัม มีธาตุอาหารอย่างละ 7.5 กิโลกรัม ส่วนที่เหลือเป็นตัวเติมเพื่อให้ปั้นเม็ดและหว่านได้สม่ำเสมอ
ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 บำรุงอะไร ใช้กับอะไรได้บ้าง
ให้ไนโตรเจน 46% ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มปุ๋ยเม็ด โดยไม่มี P₂O₅ และ K₂O เลย ใช้เร่งใบ เร่งต้น ทำให้ใบเขียวเร็ว เหมาะกับผักกินใบ สนามหญ้า ไม้ใบ และข้าวระยะแตกกอ ข้อควรระวังคือไม่มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมเลย ใช้อย่างเดียวนานจะทำให้ต้นอวบน้ำ อ่อนแอ ไม่ติดดอก และยูเรียระเหยเป็นแก๊สได้ถ้าหว่านทิ้งไว้บนผิวดินแห้ง จึงควรพรวนกลบและรดน้ำตาม
ปุ๋ยเคมีกับปุ๋ยอินทรีย์ใช้ร่วมกันได้ไหม
ได้และแนะนำให้ใช้ร่วมกัน ปุ๋ยอินทรีย์เช่นปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมักมีธาตุอาหารน้อยแต่ช่วยปรับโครงสร้างดินให้ร่วนซุยและอุ้มน้ำดี ส่วนปุ๋ยเคมีให้ธาตุอาหารเข้มข้นตรงตามระยะที่พืชต้องการ วิธีที่ได้ผลคือใส่ปุ๋ยอินทรีย์เป็นฐานปีละ 1–2 ครั้ง แล้วเสริมปุ๋ยเคมีตามระยะ จะใช้ปุ๋ยเคมีน้อยลงแต่ได้ผลผลิตเท่าเดิม
ไม่มีเครื่องชั่ง จะตวงปุ๋ยอย่างไร
ใช้ช้อนตวงแทนได้แต่ถือเป็นค่าประมาณเท่านั้น เพราะปุ๋ยแต่ละสูตรและแต่ละยี่ห้อมีขนาดเม็ดและความหนาแน่นต่างกัน ค่าที่ใช้กันทั่วไปคือปุ๋ยเม็ด 1 ช้อนชาประมาณ 5 กรัม 1 ช้อนโต๊ะประมาณ 15 กรัม และฝาขวดน้ำดื่มประมาณ 3 กรัม ถ้าต้องการความแม่นยำ โดยเฉพาะกับกระถางเล็กหรือปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง ควรใช้เครื่องชั่ง ส่วนปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมักเบากว่ามาก ให้ตวงเป็นลิตรหรือถังแทนน้ำหนัก
ปริมาณที่แสดงเป็นค่าตั้งต้นจากคำแนะนำทั่วไปของหน่วยงานส่งเสริมการเกษตร ดินแต่ละแปลงมีธาตุอาหารเดิมไม่เท่ากัน การตรวจวิเคราะห์ดินจะให้คำตอบที่แม่นกว่า และควรยึดอัตราบนฉลากผลิตภัณฑ์ที่ใช้จริงเป็นหลักเสมอ · อัปเดตล่าสุด 20 กันยายน 2026 · พัฒนาโดยทีม KASETIDEA
📚 แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ค่าตั้งต้นอ้างอิงคำแนะนำการใช้ปุ๋ยของกรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน และกรมส่งเสริมการเกษตร ผลลัพธ์เป็นจุดเริ่มต้น ควรปรับตามค่าวิเคราะห์ดินและฉลากผลิตภัณฑ์จริง
