💦 คำนวณปุ๋ยเกล็ด ปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยทางใบ — กี่กรัมต่อถัง
ปุ๋ยเกล็ดและปุ๋ยน้ำ คือปุ๋ยที่ละลายน้ำแล้วให้ทางใบหรือทางระบบน้ำ พืชดูดไปใช้ได้เร็วกว่าปุ๋ยเม็ดมาก เครื่องคำนวณนี้บอกว่าต้องใช้กี่กรัมต่อถัง ได้ความเข้มข้นกี่ ppm และค่า EC ประมาณเท่าไร ทั้งแบบรดโคน พ่นทางใบ ระบบน้ำหยด และไฮโดรโปนิกส์ พร้อมตารางสูตรปุ๋ยเกล็ดยอดนิยมว่าแต่ละสูตรบำรุงอะไรและใช้ตอนไหน — ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร
💦 ผลการคำนวณ
สูตรปุ๋ยเกล็ดยอดนิยม บำรุงอะไร ใช้ตอนไหน
ปุ๋ยเกล็ดคือปุ๋ยเคมีที่ละลายน้ำได้หมดโดยไม่เหลือตะกอน มีตัวเลข N-P-K เหมือนปุ๋ยเม็ด ต่างกันที่ละลายแล้วให้ทางใบหรือทางระบบน้ำได้ทันที พืชจึงดูดไปใช้ได้ภายใน 2–3 วัน เร็วกว่าปุ๋ยเม็ดที่ต้องรอละลายในดิน ตารางนี้คือสูตรที่หาซื้อง่ายที่สุดในไทยและอัตราผสมอ้างอิงสำหรับพ่นทางใบ
| สูตรปุ๋ยเกล็ด | บำรุงอะไร | ใช้ตอนไหน | อัตราพ่นทางใบ |
|---|---|---|---|
| 30-20-10 เร่งใบ เร่งต้น | ไนโตรเจนสูง สร้างใบและยอดใหม่ ใบเขียวเข้มเร็ว | ระยะต้นเล็ก หลังตัดแต่ง หรือหลังต้นโทรม | 1–2 กรัม/ลิตร |
| 25-7-7 เร่งใบเข้ม | เร่งใบและทรงพุ่มพร้อมฟอสฟอรัสโพแทสเซียมเล็กน้อย ไม่ให้ต้นอ่อนแอ | ระยะสร้างทรงพุ่ม ไม้ใบ สนามหญ้า | 1–2 กรัม/ลิตร |
| 20-20-20 สูตรเสมอ | บำรุงทุกส่วนอย่างสมดุล ใช้ได้ตลอดรอบการปลูก | ทั่วไป และช่วงที่ยังไม่รู้ว่าพืชขาดอะไร | 1–2 กรัม/ลิตร |
| 15-30-15 เร่งราก เร่งดอก | ฟอสฟอรัสสูง กระตุ้นรากและการสร้างตาดอก | ระยะต้นกล้าและก่อนออกดอก | 1–2 กรัม/ลิตร |
| 0-52-34 MKP โมโนโพแทสเซียมฟอสเฟต | ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง ไม่มีไนโตรเจน จึงหยุดการแตกใบอ่อนและช่วยสะสมอาหาร | ก่อนเปิดตาดอก 2–4 สัปดาห์ และช่วงบล็อกใบอ่อน | 1–3 กรัม/ลิตร |
| 13-0-46 โพแทสเซียมไนเตรต | โพแทสเซียมสูงพร้อมไนโตรเจนเล็กน้อย เพิ่มน้ำหนักและความหวานของผล | ช่วงติดผลจนก่อนเก็บเกี่ยว และช่วยดึงใบแก่ | 1–3 กรัม/ลิตร |
| 0-0-60 โพแทสเซียมคลอไรด์ | โพแทสเซียมล้วน ราคาถูกที่สุดต่อหน่วย K | ให้ทางระบบน้ำช่วงขยายผล ไม่นิยมพ่นใบเพราะมีคลอไรด์ | ทางระบบน้ำเท่านั้น |
| 12-61-0 MAP โมโนแอมโมเนียมฟอสเฟต | ฟอสฟอรัสสูงที่สุด เร่งรากช่วงตั้งตัวและหลังย้ายปลูก | ระยะแรกหลังปลูกและหลังย้ายกล้า | 1–2 กรัม/ลิตร |
อัตราข้างต้นเป็นค่าอ้างอิงทั่วไปสำหรับพ่นทางใบ ความเข้มข้นรวมทุกตัวไม่ควรเกิน 0.3% (3 กรัม/ลิตร) และกับใบอ่อนหรือไม้ในร่มไม่ควรเกิน 0.1% · ยึดอัตราบนฉลากผลิตภัณฑ์เป็นหลักเสมอ เพราะแต่ละยี่ห้อมีสารช่วยจับใบและความบริสุทธิ์ต่างกัน
ปุ๋ยเกล็ด 1 กิโลกรัม ฉีดได้กี่ไร่
ขึ้นกับสองอย่างคือความเข้มข้นที่ผสมและปริมาณน้ำที่ใช้ต่อไร่ ไม้ผลทรงพุ่มใหญ่ใช้น้ำมากกว่าพืชไร่และผัก ตารางนี้คิดจากการพ่นให้ทั่วใบจนเปียกพอหมาด
| ความเข้มข้น | น้ำ 80 ลิตร/ไร่ ผัก พืชไร่ ต้นเตี้ย | น้ำ 100 ลิตร/ไร่ ทั่วไป | น้ำ 120 ลิตร/ไร่ ไม้ผลทรงพุ่มใหญ่ |
|---|---|---|---|
| 0.5 กรัม/ลิตร | ≈ 25 ไร่ | ≈ 20 ไร่ | ≈ 17 ไร่ |
| 1 กรัม/ลิตร | ≈ 12.5 ไร่ | ≈ 10 ไร่ | ≈ 8 ไร่ |
| 2 กรัม/ลิตร | ≈ 6 ไร่ | ≈ 5 ไร่ | ≈ 4 ไร่ |
| 3 กรัม/ลิตร | ≈ 4 ไร่ | ≈ 3.3 ไร่ | ≈ 2.8 ไร่ |
วิธีคิดเอง: ไร่ที่ฉีดได้ = 1,000 ÷ (ความเข้มข้นเป็นกรัมต่อลิตร × ลิตรของน้ำต่อไร่) เช่น 1 กรัม/ลิตร ใช้น้ำ 100 ลิตร/ไร่ = 1,000 ÷ 100 = 10 ไร่ต่อปุ๋ยเกล็ด 1 กิโลกรัม
ค่า EC คืออะไร ควรอยู่ที่เท่าไร
EC (Electrical Conductivity) คือค่าการนำไฟฟ้าของน้ำ หน่วยเป็น mS/cm ใช้บอกว่าน้ำปุ๋ยมีเกลือธาตุอาหารละลายอยู่เข้มข้นแค่ไหน ยิ่งใส่ปุ๋ยมาก EC ยิ่งสูง ค่านี้วัดด้วยเครื่องวัด EC จุ่มลงน้ำปุ๋ยได้ทันที ต่างจาก ppm ตรงที่ EC วัดเกลือรวมทั้งหมดในน้ำ ไม่ได้แยกว่าเป็นธาตุอะไร ส่วน ppm (มิลลิกรัมต่อลิตร) บอกความเข้มข้นของธาตุใดธาตุหนึ่งโดยเฉพาะ
| พืช / ระยะ | ค่า EC ที่เหมาะสม | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ต้นกล้า ทุกชนิด | 0.8 – 1.0 | รากยังน้อย เข้มเกินจะไหม้ปลายราก |
| ผักสลัด ผักกินใบ | 1.2 – 1.6 | กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค คอส บัตเตอร์เฮด |
| ผักไทย | 1.5 – 2.0 | คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง โขม |
| ผักกินผล | 2.0 – 2.5 | มะเขือเทศ พริก แตง เมล่อน |
| สมุนไพร | 1.2 – 1.6 | โหระพา กะเพรา สะระแหน่ |
ค่า pH ของน้ำปุ๋ยควรอยู่ที่ 5.5–6.5 เพราะเป็นช่วงที่ธาตุอาหารทุกตัวละลายและรากดูดไปใช้ได้ดีที่สุด ถ้า pH สูงกว่า 7 ธาตุเหล็ก แมงกานีส และสังกะสีจะตกตะกอน ใบอ่อนจะเหลืองซีดระหว่างเส้นใบทั้งที่ใส่ปุ๋ยครบ · น้ำประปาไทยส่วนใหญ่มี EC ตั้งต้นราว 0.2–0.4 ให้หักค่านี้ออกก่อนคำนวณปุ๋ยที่ต้องเติม
ปุ๋ยทางใบกับปุ๋ยทางดิน ใช้ต่างกันอย่างไร
ปุ๋ยทางใบ ใบดูดซึมได้โดยตรงและเห็นผลเร็วภายใน 2–3 วัน แต่ให้ปริมาณธาตุได้น้อยต่อครั้ง เหมาะกับการแก้อาการขาดธาตุเฉพาะจุด เสริมธาตุรองธาตุเสริม หรือช่วงที่รากทำงานไม่ดีเช่นน้ำท่วม ดินแน่น รากเสีย ปุ๋ยทางดิน ให้ปริมาณมากและอยู่ได้นาน เป็นแหล่งอาหารหลักที่แท้จริง ปุ๋ยทางใบจึงเป็นตัวเสริม ไม่ใช่ตัวแทนของปุ๋ยทางดิน
ช่วงเวลาพ่นที่ดีที่สุดคือเช้าตรู่หรือเย็น เพราะปากใบเปิดและละอองไม่ระเหยเร็ว พ่นให้โดนใต้ใบด้วยเพราะปากใบส่วนใหญ่อยู่ด้านล่าง เลี่ยงพ่นตอนแดดจัดที่ใบไหม้ง่าย และเลี่ยงพ่นก่อนฝนตกภายใน 4–6 ชั่วโมงเพราะจะถูกชะออกหมด
ผสมถังเดียวกันได้ไหม คู่ไหนห้ามผสม
กฎง่ายที่สุดคือ แคลเซียม ห้ามอยู่ถังเดียวกับ ซัลเฟต และ ฟอสเฟต เพราะจะตกตะกอนเป็นแคลเซียมซัลเฟตและแคลเซียมฟอสเฟตที่รากดูดไปใช้ไม่ได้และอุดตันหัวน้ำหยด
| คู่ที่ห้ามผสมถังเดียวกัน | เพราะอะไร |
|---|---|
| แคลเซียมไนเตรต 15-0-0 + แมกนีเซียมซัลเฟต / 21-0-0 / 0-0-50 | ตกตะกอนแคลเซียมซัลเฟต (ยิปซัม) ขุ่นขาวและอุดตันหัวน้ำ |
| แคลเซียมไนเตรต 15-0-0 + MKP 0-52-34 / MAP 12-61-0 | ตกตะกอนแคลเซียมฟอสเฟต พืชดูดไปใช้ไม่ได้ |
| ปุ๋ยที่มีแคลเซียม + เหล็กคีเลตบางชนิด | แย่งจับคีเลต ทำให้เหล็กตกตะกอนและใบยังเหลืองเหมือนเดิม |
นี่คือเหตุผลที่ระบบไฮโดรโปนิกส์แยกเป็น ถัง A (มีแคลเซียมไนเตรตและเหล็ก) กับ ถัง B (มีฟอสเฟต ซัลเฟต โพแทสเซียม แมกนีเซียม) เสมอ เวลาใช้จึงเทลงน้ำทีละถัง คนให้เข้ากันก่อนเติมอีกถัง ห้ามเทรวมกันตอนยังเข้มข้น · ส่วนปุ๋ยเกล็ดสูตรสำเร็จผสมกับสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้ส่วนใหญ่ แต่ควรทดสอบในแก้วก่อน ถ้าขุ่นหรือตกตะกอนอย่าใช้
คำถามที่พบบ่อยเรื่องปุ๋ยเกล็ดและปุ๋ยน้ำ
ปุ๋ยเกล็ดคืออะไร ต่างจากปุ๋ยเม็ดอย่างไร
ปุ๋ยเกล็ดคือปุ๋ยเคมีที่ละลายน้ำได้หมดโดยไม่เหลือตะกอน มีตัวเลข N-P-K บอกสูตรเหมือนปุ๋ยเม็ด ต่างกันที่ปุ๋ยเม็ดต้องรอละลายในดินแล้วรากค่อยดูด ส่วนปุ๋ยเกล็ดละลายน้ำแล้วให้ทางใบหรือทางระบบน้ำได้ทันที พืชจึงตอบสนองเร็วภายใน 2–3 วัน แต่ให้ปริมาณธาตุต่อครั้งได้น้อยกว่า จึงเหมาะเป็นตัวเสริมและแก้อาการขาดธาตุ ไม่ใช่แทนปุ๋ยทางดินทั้งหมด
ปุ๋ยเกล็ด 1 กิโลกรัม ฉีดได้กี่ไร่
คิดจากสูตร ไร่ที่ฉีดได้ = 1,000 หารด้วย (ความเข้มข้นเป็นกรัมต่อลิตร คูณ ลิตรของน้ำที่ใช้ต่อไร่) เช่น ผสม 1 กรัมต่อลิตร ใช้น้ำ 100 ลิตรต่อไร่ ปุ๋ยเกล็ด 1 กิโลกรัมจะฉีดได้ประมาณ 10 ไร่ ถ้าผสมเข้มขึ้นเป็น 2 กรัมต่อลิตรจะได้ประมาณ 5 ไร่ ไม้ผลทรงพุ่มใหญ่ใช้น้ำมากกว่าจึงได้พื้นที่น้อยลง
ปุ๋ยเกล็ด 0-52-34 ใช้ทำอะไร
เป็นโมโนโพแทสเซียมฟอสเฟตหรือ MKP ให้ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูงโดยไม่มีไนโตรเจนเลย จึงใช้หยุดการแตกใบอ่อนและบังคับให้ต้นสะสมอาหารก่อนเปิดตาดอก นิยมพ่นช่วงก่อนออกดอก 2–4 สัปดาห์ในไม้ผล และใช้บล็อกใบอ่อนในทุเรียนและมะม่วง อัตราพ่นทางใบทั่วไป 1–3 กรัมต่อลิตร ห้ามผสมถังเดียวกับแคลเซียมไนเตรตเพราะจะตกตะกอน
ปุ๋ยเกล็ด 13-0-46 บำรุงอะไร
เป็นโพแทสเซียมไนเตรต ให้โพแทสเซียม 46% พร้อมไนโตรเจน 13% ใช้เพิ่มน้ำหนัก ความหวาน และสีของผลในช่วงติดผลจนถึงก่อนเก็บเกี่ยว และใช้ดึงใบแก่ให้ร่วงพร้อมกันในไม้ผลบางชนิด ละลายน้ำช้ากว่าปุ๋ยเกล็ดตัวอื่นเล็กน้อย ใช้น้ำอุ่นช่วยละลายได้ อัตราพ่นทางใบ 1–3 กรัมต่อลิตร
ค่า EC คืออะไร ควรอยู่ที่เท่าไร
EC คือค่าการนำไฟฟ้าของน้ำ หน่วย mS/cm บอกว่ามีเกลือธาตุอาหารละลายอยู่เข้มข้นแค่ไหน ค่าที่เหมาะสมขึ้นกับพืชและระยะ ต้นกล้าอยู่ราว 0.8–1.0 ผักสลัด 1.2–1.6 ผักไทย 1.5–2.0 ผักกินผลอย่างมะเขือเทศและเมล่อน 2.0–2.5 น้ำประปาไทยมี EC ตั้งต้นราว 0.2–0.4 ให้หักออกก่อนคำนวณปุ๋ยที่ต้องเติม และควบคุม pH ไว้ที่ 5.5–6.5 ควบคู่กันเสมอ
อัตราส่วนปุ๋ย AB ต่อน้ำ 1 ลิตร ใช้เท่าไร
ยี่ห้อส่วนใหญ่ใช้ A 3–5 มิลลิลิตรและ B 3–5 มิลลิลิตรต่อน้ำ 1 ลิตร แต่ตัวเลขที่ถูกต้องคือตัวเลขบนฉลากของยี่ห้อนั้น เพราะความเข้มข้นของหัวเชื้อแต่ละเจ้าไม่เท่ากัน วิธีที่แม่นที่สุดคือผสมตามฉลากแล้ววัด EC เทียบกับช่วงที่พืชต้องการ ถ้า EC ต่ำกว่าช่วงให้เพิ่มทีละน้อย ถ้าสูงกว่าให้เติมน้ำเปล่าลง ลำดับการผสมคือเท A ลงน้ำ คนให้เข้ากันก่อน แล้วค่อยเท B ห้ามเท A กับ B รวมกันตอนยังเข้มข้น
พ่นปุ๋ยทางใบตอนไหนดีที่สุด
ช่วงเช้าตรู่หรือเย็นที่แดดอ่อน เพราะปากใบเปิดและละอองไม่ระเหยเร็ว ใบจึงดูดซึมได้เต็มที่ ควรพ่นให้โดนใต้ใบด้วยเพราะปากใบส่วนใหญ่อยู่ด้านล่าง หลีกเลี่ยงการพ่นตอนแดดจัดเพราะใบไหม้ง่าย และเลี่ยงพ่นเมื่อคาดว่าฝนจะตกภายใน 4–6 ชั่วโมงเพราะปุ๋ยจะถูกชะออกหมด
ปุ๋ยเกล็ดผสมกับยาฆ่าแมลงในถังเดียวกันได้ไหม
ส่วนใหญ่ผสมได้และเกษตรกรนิยมทำเพื่อประหยัดรอบพ่น แต่ควรทดสอบก่อนทุกครั้งโดยผสมในแก้วน้ำตามสัดส่วนจริง ทิ้งไว้ 15 นาที ถ้าขุ่น จับตัวเป็นก้อน หรือแยกชั้น อย่าใช้ ลำดับการผสมที่ปลอดภัยคือเติมน้ำครึ่งถัง ใส่ผงที่ละลายยากก่อน คนให้ละลาย แล้วจึงใส่ตัวอื่นตามและเติมน้ำให้ครบ ห้ามผสมปุ๋ยที่มีแคลเซียมกับสารที่มีซัลเฟตหรือฟอสเฟตเด็ดขาด
อัตราในตารางเป็นค่าอ้างอิงทั่วไป ผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อมีความบริสุทธิ์และสารช่วยจับใบต่างกัน ให้ยึดอัตราบนฉลากเป็นหลักและทดสอบกับพืชส่วนน้อยก่อนพ่นทั้งแปลง · อัปเดตล่าสุด 20 กันยายน 2026 · พัฒนาโดยทีม KASETIDEA
