🏠 หน้าแรก › เครื่องมือ › ทำปุ๋ย AB ใช้เอง

🧪 ปุ๋ย AB คืออะไร และวิธีทำหัวเชื้อ AB ใช้เอง

ปุ๋ย AB คือชุดสารละลายธาตุอาหารสำหรับปลูกพืชไร้ดิน แยกเป็นสองขวดคือ ขวด A ที่มีแคลเซียมไนเตรตกับเหล็ก และ ขวด B ที่มีฟอสเฟต ซัลเฟต โพแทสเซียม และแมกนีเซียม ที่ต้องแยกกันเพราะถ้าอยู่ถังเดียวตอนเข้มข้นจะตกตะกอนจนพืชใช้ไม่ได้ หน้านี้อธิบายว่าปุ๋ย AB คืออะไร ปลอดภัยแค่ไหน และมีเครื่องคำนวณแม่ปุ๋ยเป็นกรัมสำหรับทำหัวเชื้อเอง ตามสูตรมาตรฐานของ Cornell University, Hoagland และ University of Arizona — ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร

1สูตรที่ต้องการ (ความเข้มข้นในน้ำปุ๋ยพร้อมใช้ หน่วย ppm)
2ขนาดหัวเชื้อและอัตราเจือจาง
ยิ่งเข้มยิ่งประหยัดถังเก็บ แต่เกลือบางตัวอาจละลายไม่หมด ระบบจะเตือน
3แม่ปุ๋ยที่ใช้
ต้นตำรับใช้แอมโมเนียมไนเตรต ซึ่งในไทยเป็นสารควบคุม จึงใช้ 21-0-0 แทน
💰 คำนวณต้นทุนด้วย (ไม่บังคับ — กรอกราคาที่ซื้อจริง บาท/กก.)

🧪 ผลการคำนวณ

ผลลัพธ์จะแสดงตรงนี้เลือกสูตรมาตรฐาน ขนาดหัวเชื้อ และแม่ปุ๋ยที่หาซื้อได้ทางซ้าย แล้วกดคำนวณ จะได้น้ำหนักแม่ปุ๋ยทุกตัวแยกถัง A และ B พร้อมตรวจการละลาย ค่า EC ที่คาด และต้นทุนเทียบหัวเชื้อสำเร็จ

ปุ๋ย AB คืออะไร ทำไมต้องแยกสองขวด

ปุ๋ย AB คือชุดสารละลายธาตุอาหารพืชแบบเข้มข้นสำหรับการปลูกพืชไร้ดิน เช่น ไฮโดรโปนิกส์ ระบบน้ำวน และการให้ปุ๋ยทางระบบน้ำ ภายในให้ธาตุอาหารหลัก ธาตุรอง และจุลธาตุที่จำเป็นตามองค์ประกอบของสูตรที่ใช้ ต่างจากปุ๋ยเม็ดทั่วไปที่ให้เฉพาะ N-P-K เพราะพืชไร้ดินไม่มีดินเป็นแหล่งธาตุรองและจุลธาตุสำรอง จึงต้องได้รับจากน้ำปุ๋ยโดยตรง — พืชต้องการธาตุจำเป็น 17 ชนิด โดยคาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจนได้จากอากาศและน้ำ ที่เหลือเป็นธาตุแร่ที่ต้องจัดหาให้ผ่านสารละลาย

เหตุผลที่ต้องแยกเป็นสองขวดคือเคมีของการตกตะกอน ไม่ใช่เรื่องการตลาด เมื่อแคลเซียมอยู่ร่วมกับซัลเฟตหรือฟอสเฟตในสภาพเข้มข้น จะจับกันเป็นแคลเซียมซัลเฟตและแคลเซียมฟอสเฟตซึ่งไม่ละลายน้ำ ตกเป็นตะกอนขาวขุ่นที่ก้นถัง พืชดูดไปใช้ไม่ได้และอุดตันหัวน้ำหยด จึงต้องแยกแคลเซียมไว้ขวดหนึ่งและฟอสเฟตกับซัลเฟตไว้อีกขวดหนึ่ง เมื่อเจือจางลงในน้ำปริมาณมากแล้วความเข้มข้นต่ำพอที่จะไม่ตกตะกอน จึงเทรวมกันในถังปลูกได้

🔵 ขวด A มีอะไร

ธาตุที่ต้องอยู่กับแคลเซียมและห้ามเจอฟอสเฟตกับซัลเฟตตอนเข้มข้น
  • แคลเซียมไนเตรต 15-0-0 ให้แคลเซียมและไนโตรเจนส่วนใหญ่
  • โพแทสเซียมไนเตรต 13-0-46 บางสูตรใส่ในขวดนี้
  • เหล็กคีเลต (Fe-EDTA หรือ Fe-DTPA)

🟣 ขวด B มีอะไร

กลุ่มฟอสเฟต ซัลเฟต และจุลธาตุที่เหลือ
  • MKP 0-52-34 หรือ MAP ให้ฟอสฟอรัส
  • แมกนีเซียมซัลเฟต (ดีเกลือ) ให้แมกนีเซียมและกำมะถัน
  • โพแทสเซียมซัลเฟต 0-0-50 เสริมโพแทสเซียม
  • จุลธาตุ แมงกานีส สังกะสี โบรอน ทองแดง โมลิบดีนัม

ปุ๋ย AB อันตรายไหม ผักไฮโดรโปนิกส์กินได้ปลอดภัยหรือเปล่า

ปุ๋ย AB คือเกลือแร่ธาตุอาหารพืชชนิดเดียวกับที่มีอยู่ในดินตามธรรมชาติ เช่น ไนเตรต ฟอสเฟต โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม และจุลธาตุ ไม่ใช่สารเร่งโตหรือฮอร์โมน พืชดูดธาตุเหล่านี้ไปใช้ในรูปเดียวกันไม่ว่าจะปลูกในดินหรือในน้ำ ความปลอดภัยของผลผลิตจึงขึ้นกับการจัดการธาตุอาหาร คุณภาพน้ำ สุขอนามัยในการผลิต และการใช้สารอื่นตลอดกระบวนการ ไม่ได้ตัดสินจากคำว่าปลูกดินหรือไฮโดรโปนิกส์เพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ควรระวังจริง ๆ มีสองเรื่อง หนึ่งคือไนเตรตสะสมในใบเมื่อให้ปุ๋ยเข้มเกินไปหรือปลูกในที่แสงน้อย เพราะพืชเปลี่ยนไนเตรตเป็นโปรตีนได้ไม่ทัน แนวทางที่ใช้กันคือคุมค่า EC ให้อยู่ในช่วงที่แนะนำ ให้แสงเพียงพอ และผู้ปลูกบางรายลดหรือหยุดให้ปุ๋ยช่วงก่อนเก็บเกี่ยวแล้วให้น้ำเปล่าแทน ซึ่งระยะเวลาที่เหมาะสมต่างกันตามชนิดพืชและระบบปลูก ควรอ้างอิงคำแนะนำที่ตรงกับพืชของตัวเอง สองคือความสะอาดของน้ำและอุปกรณ์ ซึ่งเป็นเรื่องสุขอนามัยทั่วไปเหมือนผักทุกชนิด ล้างผักก่อนกินเสมอ · ส่วนตัวหัวเชื้อเข้มข้นห้ามกินหรือสัมผัสตาโดยตรง ให้เก็บให้พ้นมือเด็กเหมือนสารเคมีเกษตรอื่น ๆ

แม่ปุ๋ยที่ต้องซื้อสำหรับทำ AB เอง

แม่ปุ๋ยอยู่ขวดไหนให้ธาตุอะไรหมายเหตุ
แคลเซียมไนเตรต 15-0-0ACa 19% · N 15%ดูดความชื้นเก่ง เก็บในถุงปิดสนิท ห้ามอยู่ขวดเดียวกับ B
โพแทสเซียมไนเตรต 13-0-46A หรือ BK 46% · N 13%ละลายช้า ใช้น้ำอุ่นช่วยได้ ไม่ตกตะกอนกับแคลเซียม
MKP 0-52-34BP 52% · K 34%แหล่งฟอสฟอรัสหลัก ห้ามอยู่ขวดเดียวกับแคลเซียม
แมกนีเซียมซัลเฟต (ดีเกลือ)BMg 10% · S 13%ราคาถูก หาซื้อได้ตามร้านขายยาและร้านเคมีเกษตร
โพแทสเซียมซัลเฟต 0-0-50BK 50% · S 17%ใช้เสริมโพแทสเซียมโดยไม่เพิ่มไนโตรเจน
แอมโมเนียมซัลเฟต 21-0-0BN 21% · S 24%ใช้เติมไนโตรเจนส่วนที่ขาด ใส่น้อย ๆ เพราะทำให้ pH ลด
เหล็กคีเลต Fe-EDTA / Fe-DTPAAFe 11–13%DTPA ทนค่า pH สูงกว่า EDTA เหมาะกับน้ำกระด้าง
ผงจุลธาตุรวมBMn Zn B Cu Moซื้อเป็นผงผสมสำเร็จง่ายกว่าชั่งทีละตัว ใช้ปริมาณน้อยมาก

สูตรมาตรฐานที่ใช้ในเครื่องคำนวณ

เครื่องคำนวณด้านบนใช้สูตรที่เป็นมาตรฐานทางวิชาการ ไม่ใช่สูตรที่คิดขึ้นเอง โดยระบุความเข้มข้นเป้าหมายเป็น ppm ของแต่ละธาตุ แล้วคำนวณย้อนกลับว่าต้องชั่งแม่ปุ๋ยแต่ละตัวกี่กรัม

สูตรNPKCaMgเหมาะกับ
Modified Sonneveld
Cornell University
150312109024ผักสลัดและผักกินใบในระบบ NFT และ DFT
Hoagland
สูตรคลาสสิก 1950
2103123420048งานทดลองและพืชที่ต้องการธาตุอาหารสูง
Tomato / ผักกินผล
University of Arizona CEAC
1903933017548มะเขือเทศ พริก แตง เมล่อน

ตัวเลขเป็น ppm (มิลลิกรัมต่อลิตร) ของน้ำปุ๋ยพร้อมใช้ · ค่า P และ K ในตารางนี้เป็นธาตุแท้ ไม่ใช่ P₂O₅ และ K₂O แบบบนฉลากปุ๋ยเม็ด · จุลธาตุอ้างอิงช่วง Fe 1–2, Mn 0.25–0.5, Zn 0.05–0.13, B 0.16–0.5, Cu 0.02, Mo 0.01–0.024 ppm

ขั้นตอนทำหัวเชื้อ AB ใช้เอง

  1. เตรียมถังสองใบแยกกันและติดป้าย A กับ B ให้ชัด ใช้ถังทึบแสงหรือเก็บในที่มืด เพราะแสงทำให้เกิดตะไคร่ในหัวเชื้อ
  2. ชั่งแม่ปุ๋ยตามผลคำนวณ ใช้เครื่องชั่งดิจิทัลละเอียด 0.1 กรัมสำหรับจุลธาตุ และ 1 กรัมสำหรับแม่ปุ๋ยหลัก
  3. ละลายทีละตัวจนหมดก่อนใส่ตัวถัดไป เติมน้ำสะอาดประมาณ 70% ของปริมาตรถังก่อน แล้วค่อยเติมให้ครบเมื่อละลายหมด น้ำอุ่นช่วยให้โพแทสเซียมไนเตรตละลายเร็วขึ้น
  4. ห้ามสลับแม่ปุ๋ยข้ามถัง แคลเซียมไนเตรตและเหล็กอยู่ถัง A เท่านั้น ฟอสเฟตกับซัลเฟตอยู่ถัง B เท่านั้น
  5. เวลาใช้ให้เจือจางทีละถัง เท A ลงน้ำในถังปลูกก่อน คนให้เข้ากันจนใส แล้วจึงเท B ตาม ห้ามเท A กับ B ใส่กันโดยตรงตอนยังเข้มข้น
  6. วัด EC และ pH หลังผสม ปรับ EC ให้อยู่ในช่วงของพืชที่ปลูก และปรับ pH ให้อยู่ที่ 5.5–6.5 ด้วย pH down หรือ pH up ทีละน้อย
  7. เก็บหัวเชื้อในที่เย็นและพ้นแสง ใช้ได้ราว 3–6 เดือน ถ้าเห็นตะกอนหรือสีเปลี่ยนให้เลิกใช้และผสมใหม่

ทำหัวเชื้อเองคุ้มกว่าซื้อสำเร็จไหม

คุ้มเมื่อใช้ปริมาณมากและต่อเนื่อง เพราะแม่ปุ๋ยขายเป็นถุงกิโลกรัมซึ่งราคาต่อหน่วยธาตุอาหารถูกกว่าหัวเชื้อสำเร็จรูปที่บรรจุขวดพร้อมค่าขนส่งน้ำมาด้วย แต่ต้องแลกกับการลงทุนซื้อเครื่องชั่งละเอียด เครื่องวัด EC และ pH รวมถึงเวลาที่ใช้ชั่งและผสม ผู้ปลูกรายย่อยที่ใช้เดือนละไม่กี่ลิตรมักคุ้มกว่าถ้าซื้อสำเร็จ ส่วนฟาร์มที่ใช้หลายร้อยลิตรต่อเดือนจะเห็นส่วนต่างชัดเจน

เครื่องคำนวณด้านบนเปรียบเทียบให้เมื่อกรอกราคาแม่ปุ๋ยที่ซื้อได้จริงกับราคาหัวเชื้อสำเร็จที่เคยใช้ โดยคิดต้นทุนต่อลิตรของน้ำปุ๋ยพร้อมใช้ ซึ่งเป็นหน่วยที่เทียบกันได้ตรงที่สุด · ข้อควรรู้เพิ่มเติมคือแอมโมเนียมไนเตรตเป็นสารควบคุมตามกฎหมายไทย เครื่องมือนี้จึงใช้แอมโมเนียมซัลเฟต 21-0-0 แทนในการเติมไนโตรเจนส่วนที่ขาด

คำถามที่พบบ่อยเรื่องปุ๋ย AB

ปุ๋ย AB คืออะไร

ปุ๋ย AB คือชุดสารละลายธาตุอาหารพืชแบบเข้มข้นสำหรับปลูกพืชไร้ดิน แยกเป็นสองขวด ขวด A มีแคลเซียมไนเตรตและเหล็ก ขวด B มีฟอสเฟต ซัลเฟต โพแทสเซียม แมกนีเซียม และจุลธาตุ ภายในให้ธาตุอาหารหลัก ธาตุรอง และจุลธาตุที่จำเป็นตามองค์ประกอบของสูตรที่ใช้ ต่างจากปุ๋ยเม็ดทั่วไปที่ให้เฉพาะ N-P-K เพราะพืชไร้ดินไม่มีดินเป็นแหล่งธาตุรองและจุลธาตุสำรอง เวลาใช้ต้องเจือจางทั้งสองขวดลงน้ำทีละขวด

ทำไมปุ๋ย AB ต้องแยกเป็นสองขวด ผสมรวมกันได้ไหม

แยกเพราะเคมีของการตกตะกอน ไม่ใช่เรื่องการตลาด แคลเซียมในขวด A ถ้าเจอฟอสเฟตหรือซัลเฟตในขวด B ตอนที่ยังเข้มข้น จะจับกันเป็นแคลเซียมฟอสเฟตและแคลเซียมซัลเฟตที่ไม่ละลายน้ำ ตกเป็นตะกอนขาวขุ่น พืชดูดไปใช้ไม่ได้และอุดตันหัวน้ำหยด จึงห้ามเทรวมกันตอนเข้มข้นเด็ดขาด แต่เมื่อเจือจางลงในถังปลูกที่มีน้ำมากแล้วความเข้มข้นต่ำพอ จึงอยู่ด้วยกันได้

ปุ๋ย AB อันตรายไหม ผักไฮโดรโปนิกส์กินได้ปลอดภัยหรือเปล่า

ปุ๋ย AB คือเกลือแร่ธาตุอาหารชนิดเดียวกับที่มีในดินตามธรรมชาติ ไม่ใช่สารเร่งโตหรือฮอร์โมน พืชดูดไปใช้ในรูปเดียวกันทั้งปลูกดินและปลูกน้ำ ผักไฮโดรโปนิกส์จึงไม่ได้มีสารตกค้างมากกว่าผักปลูกดินโดยตัววิธีปลูกเอง สิ่งที่ควรคุมคือไนเตรตสะสมในใบเมื่อให้ปุ๋ยเข้มเกินหรือแสงน้อย แนวทางที่ใช้กันคือคุมค่า EC ให้อยู่ในช่วงที่แนะนำและให้แสงเพียงพอ ผู้ปลูกบางรายลดหรือหยุดปุ๋ยช่วงก่อนเก็บเกี่ยวแล้วให้น้ำเปล่าแทน ระยะเวลาที่เหมาะสมต่างกันตามชนิดพืชและระบบปลูก ส่วนหัวเชื้อเข้มข้นห้ามกินและเก็บให้พ้นมือเด็ก

ทำหัวเชื้อ AB เองต้องซื้อแม่ปุ๋ยอะไรบ้าง

อย่างน้อยหกตัวคือแคลเซียมไนเตรต 15-0-0 โพแทสเซียมไนเตรต 13-0-46 MKP 0-52-34 แมกนีเซียมซัลเฟตหรือดีเกลือ โพแทสเซียมซัลเฟต 0-0-50 และเหล็กคีเลต บวกผงจุลธาตุรวมอีกหนึ่งถุง ถ้าไนโตรเจนยังขาดให้เติมแอมโมเนียมซัลเฟต 21-0-0 เล็กน้อย เครื่องคำนวณด้านบนบอกน้ำหนักเป็นกรัมของทุกตัวตามขนาดหัวเชื้อที่ต้องการทำ

อัตราส่วนปุ๋ย AB ต่อน้ำ 1 ลิตร ใช้เท่าไร

ขึ้นกับความเข้มข้นของหัวเชื้อที่ทำหรือที่ซื้อ ถ้าทำเองที่อัตราเจือจาง 1 ต่อ 200 จะใช้ A 5 มิลลิลิตรและ B 5 มิลลิลิตรต่อน้ำ 1 ลิตร หัวเชื้อสำเร็จส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 3–10 มิลลิลิตรต่อลิตรเช่นกัน ตัวเลขที่ถูกต้องคือตัวเลขบนฉลากหรืออัตราเจือจางที่ตั้งไว้ตอนทำ แล้ววัด EC ยืนยันอีกครั้งว่าอยู่ในช่วงของพืชที่ปลูก

ค่า EC ที่เหมาะสมของผักแต่ละชนิดคือเท่าไร

ต้นกล้าทุกชนิดอยู่ราว 0.8–1.0 mS/cm ผักสลัดและผักกินใบ 1.2–1.6 ผักไทยอย่างคะน้าและกวางตุ้ง 1.5–2.0 ผักกินผลอย่างมะเขือเทศและเมล่อน 2.0–2.5 สมุนไพร 1.2–1.6 ควบคุม pH ไว้ที่ 5.5–6.5 ควบคู่กันเสมอ อากาศร้อนจัดควรลด EC ลง 10–20% เพราะพืชดูดน้ำมากขึ้นและอาจใบไหม้ขอบ

หัวเชื้อ AB ที่ทำเองเก็บได้นานแค่ไหน

ประมาณ 3–6 เดือนถ้าเก็บในถังทึบแสงในที่เย็นและปิดฝาสนิท แสงทำให้เกิดตะไคร่และความร้อนเร่งการเสื่อม ถ้าเห็นตะกอนที่ก้นถัง สีเปลี่ยน หรือมีเมือก ให้เลิกใช้แล้วผสมใหม่ ส่วนน้ำปุ๋ยที่เจือจางแล้วในถังปลูกควรเปลี่ยนใหม่ทุก 2–3 สัปดาห์ และเติมน้ำเปล่าระหว่างนั้นเมื่อระดับลด แล้ววัด EC ก่อนเติมปุ๋ยเพิ่ม

ทำเองคุ้มกว่าซื้อหัวเชื้อสำเร็จไหม

คุ้มเมื่อใช้ปริมาณมากและต่อเนื่อง เพราะแม่ปุ๋ยขายเป็นถุงกิโลกรัมและราคาต่อหน่วยธาตุอาหารถูกกว่าหัวเชื้อสำเร็จที่บรรจุขวดพร้อมน้ำและค่าขนส่ง แต่ต้องลงทุนเครื่องชั่งละเอียด เครื่องวัด EC และ pH รวมถึงเวลาชั่งผสม ผู้ปลูกรายย่อยที่ใช้เดือนละไม่กี่ลิตรมักซื้อสำเร็จคุ้มกว่า ฟาร์มที่ใช้หลายร้อยลิตรต่อเดือนจะเห็นส่วนต่างชัด เครื่องคำนวณด้านบนเทียบต้นทุนต่อลิตรให้เมื่อกรอกราคาจริง

สูตรอ้างอิงจาก Modified Sonneveld (Cornell University), Hoagland & Arnon (1950) และ University of Arizona CEAC · แม่ปุ๋ยแต่ละล็อตมีความบริสุทธิ์ต่างกันเล็กน้อย ควรตรวจเปอร์เซ็นต์บนฉลากก่อนชั่ง และวัด EC กับ pH ของน้ำปุ๋ยจริงทุกครั้ง · อัปเดตล่าสุด 26 กันยายน 2026 · พัฒนาโดยทีม KASETIDEA

แชร์หน้านี้ให้เพื่อน
Facebook LINE X