ทุ่งดอกกระเจียวบานสีชมพูอมม่วงใต้ป่าเต็งรังช่วงหน้าฝน

ดอกกระเจียว

Curcuma spp. (เช่น Curcuma sessilis Gage – กระเจียวแดง, Curcuma parviflora Wall. – กระเจียวขาว; ญาติใกล้ชิด Curcuma alismatifolia Gagnep. – ปทุมมา)

ชื่อสามัญ: กระเจียว, ดอกกระเจียว, กระเจียวแดง, กระเจียวขาว, อาวแดง, อีเจียว, กาเตียว, จวด, Siam tulip (ปทุมมา), Curcuma

วงศ์: Zingiberaceae (วงศ์ขิง) | ถิ่นกำเนิด: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศูนย์กลางการกระจายพันธุ์ที่ไทยและกัมพูชา ขึ้นในป่าผลัดใบและป่าเต็งรัง (ปทุมมา: ลาว ภาคเหนือของไทย กัมพูชา)

ไม้กระถาง

การรดน้ำ

ช่วงมีใบรดให้ดินชุ่มสม่ำเสมอแต่ไม่แฉะ หน้าฝนรดเฉพาะวันที่ฝนไม่ตก ช่วงพักตัวงดน้ำ

แสงแดด

แสงสว่างทางอ้อม

ระดับความยาก

ง่าย - เหมาะสำหรับมือใหม่

อุณหภูมิ

ร้อนชื้น เติบโตในฤดูฝน พักตัวช่วงวันสั้นและแล้ง

ความสูง

ราว 20–60 ซม. แล้วแต่ชนิด บางชนิดสูงถึงราว 1 เมตร

การเจริญเติบโต

เร็ว

📌

สรุปสั้น (TL;DR)

อ่าน 30 วินาที
  • 1 ดอกกระเจียว คือช่อดอกของพืชสกุล Curcuma วงศ์ขิง ส่วนสีสดคือ ใบประดับ ดอกจริงเล็กซ่อนอยู่ในซอก
  • 2 กระเจียวที่กินได้คือ กระเจียวแดง (*C. sessilis*) และ กระเจียวขาว (*C. parviflora*) ส่วน ปทุมมา (*C. alismatifolia*, Siam tulip) เป็นไม้ประดับ
  • 3 ดอกกระเจียวบานเดือนไหน: ฤดูฝน ทุ่งที่ชัยภูมิบานราว มิ.ย.–ส.ค. วันบานเปลี่ยนตามฝน ควรเช็กประกาศอุทยาน
  • 4 ทุ่งดอกกระเจียว อยู่ที่ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม (อ.เทพสถิต) และ ไทรทอง (อ.หนองบัวระเหว) จ.ชัยภูมิ ห้ามเดินลงทุ่งหรือเด็ดดอก
  • 5 กินดิบได้ไหม: มีคนกินสด แต่ควร ล้างและลวกก่อน ดอกอ่อนรสเผ็ดร้อน กินมากอาจท้องอืด
  • 6 ภาษาอังกฤษ: Siam tulip / Curcuma ภาษาเหนือ: อาวแดง อีเจียว กาเตียว
  • 7 ชอบ แดดรำไรถึงครึ่งวัน ปลูกด้วยหัว พักตัวช่วง หนาว–ร้อน แล้วแตกใหม่ต้นฝน

🛒 ซื้อดอกกระเจียว — ส่งตรงจากเกษตรกร

สั่งซื้อต้นจริงจากสวนทั่วประเทศ ผ่านตลาด KASETIDEA ไม่ผ่านคนกลาง

🌿

ยังไม่มีร้านขายดอกกระเจียวในตลาดตอนนี้

ลองดูต้นไม้อื่นในตลาด หรือเป็นร้านแรกที่ลงขายต้นนี้

🛒 ดูตลาดต้นไม้ + ลงขายต้นนี้

ข้อมูลทั่วไป

ดอกกระเจียว คือช่อดอกของพืชล้มลุกมีเหง้าในสกุลขมิ้น (Curcuma) วงศ์ขิง Zingiberaceae ที่โผล่ขึ้นมาบานช่วงฤดูฝน ส่วนที่มีสีชมพู ม่วง แดง หรือขาวซึ่งคนเรียกว่า “ดอก” จริง ๆ คือใบประดับ ส่วนดอกจริงเล็กมากและซ่อนอยู่ในซอกใบประดับ คำว่ากระเจียวใช้เรียกพืชหลายชนิดในสกุลนี้ ชนิดที่คนนิยมกินคือกระเจียวแดง (Curcuma sessilis) และกระเจียวขาว (Curcuma parviflora) ส่วนญาติใกล้ชิดที่ทำให้ทุ่งดอกกระเจียวบานที่ชัยภูมิโด่งดังคือปทุมมา (Curcuma alismatifolia)

☀️
แดดรำไร
ความต้องการแสง
🌧️
มิ.ย.–ส.ค.
ทุ่งดอกบาน ชัยภูมิ
🌱
ง่าย
ปลูกจากหัว
💤
หนาว–ร้อน
ช่วงพักตัว

บทความนี้ตอบทุกเรื่องที่คนค้นหา ตั้งแต่ดอกกระเจียวคืออะไร มีกี่ชนิด มีกี่สี ดอกกระเจียวบานเดือนไหน ทุ่งดอกกระเจียวอยู่ที่ไหน ดอกกระเจียวกินได้ไหม กินดิบได้ไหม ชื่อภาษาอังกฤษและภาษาเหนือ ไปจนถึงวิธีปลูกต้นกระเจียวในกระถางและการเก็บหัวช่วงพักตัว ข้อมูลทั้งหมดมาจากหน่วยงานรัฐ มหาวิทยาลัย วารสารวิชาการ และรายงานข่าวที่อ้างประกาศของอุทยาน ซึ่งเราเปิดอ่านจริงและสรุปไว้ท้ายบทความ

🌸 ดอกกระเจียว คือ ดอกอะไร ข้อมูลพื้นฐานของต้นกระเจียว

ดอกกระเจียวคือช่อดอกของพืชสกุล Curcuma ซึ่งเป็นสกุลเดียวกับขมิ้นชันและอยู่ในวงศ์ขิงข่า ต้นกระเจียวเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี ส่วนเหนือดินจะแห้งตายไปในหน้าแล้ง เหลือเหง้าและตุ้มรากอยู่ใต้ดิน แล้วแตกใบและช่อดอกใหม่เมื่อฝนมา

ฐานข้อมูล Plants of the World Online (อ้างโดย Wikipedia) ยอมรับพืชสกุลนี้ราว 180 ชนิด กระจายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีนตอนใต้ อนุทวีปอินเดีย นิวกินี และออสเตรเลียตอนเหนือ บทความวิชาการด้านกายวิภาคของพืชสกุลนี้ในไทยระบุว่ามักพบในป่าผลัดใบเขตร้อน และมีศูนย์กลางการกระจายพันธุ์อยู่ที่ไทยและกัมพูชา บ้านและสวนแบ่งพืชกลุ่มนี้แบบชาวสวนเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มปทุมมา ทรงพุ่มเตี้ยไม่เกินราว 40 ซม. และกลุ่มกระเจียว ที่ทรงพุ่มใหญ่กว่า

ชื่อไทย กระเจียว, ดอกกระเจียว, ต้นกระเจียว (ชนิดที่กินได้ เช่น กระเจียวแดง กระเจียวขาว)
ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อสกุล Curcuma เช่น Curcuma sessilis Gage (กระเจียวแดง), Curcuma parviflora Wall. (กระเจียวขาว)
ญาติใกล้ชิดที่มักเรียกรวมกัน ปทุมมา / กระเจียวบัว Curcuma alismatifolia Gagnep. (Siam tulip)
วงศ์ Zingiberaceae (วงศ์ขิง) วงศ์เดียวกับขิง ข่า ขมิ้น
ประเภท ไม้ล้มลุกมีเหง้า อายุหลายปี พักตัวในหน้าแล้ง
ความสูง ราว 20–60 ซม. แล้วแต่ชนิด (กระเจียวขาว 30–50 ซม. ตาม NParks, ปทุมมาราว 40–60 ซม. ตามบ้านและสวนและ Wikipedia) บางชนิดสูงถึงราว 1 เมตร
ใบ ใบเดี่ยว รูปรีถึงรูปใบหอก เส้นใบขนาน กาบใบอัดกันเป็นลำต้นเทียม
ช่อดอก ช่อตั้ง ใบประดับส่วนบนสีสด ใบประดับส่วนล่างห่อเป็นกระเปาะ ดอกจริงเล็กอยู่ในซอก
ฤดูบาน ฤดูฝน ทุ่งดอกที่ชัยภูมิบานราวมิถุนายน–สิงหาคม
แสงแดด แดดรำไรถึงแดดครึ่งวัน ในธรรมชาติขึ้นในป่าโปร่ง
ขยายพันธุ์ แยกเหง้า/หัวพันธุ์ (วางเหง้าแนวนอน)
การใช้ประโยชน์ ดอกอ่อนเป็นผักพื้นบ้าน (บางชนิด) ไม้ตัดดอก ไม้กระถาง และหัวพันธุ์ส่งออก

กระเจียว ไม่ใช่ กระเจี๊ยบ ชื่อคล้ายกันแต่เป็นพืชคนละวงศ์ กระเจี๊ยบ (ทั้งกระเจี๊ยบแดงและกระเจี๊ยบเขียว) อยู่ในวงศ์ชบา ส่วนกระเจียวอยู่ในวงศ์ขิง ถ้าค้นหาเรื่องน้ำกระเจี๊ยบหรือฝักกระเจี๊ยบ ต้องใช้คำว่ากระเจี๊ยบ

🔬 ลักษณะต้นกระเจียว: เหง้า ใบ และ “ดอก” ที่จริงคือใบประดับ

ช่อดอกกระเจียวระยะใกล้ ใบประดับสีชมพูด้านบน ใบประดับสีเขียวด้านล่าง และดอกจริงเล็ก
ส่วนสีสดของดอกกระเจียวคือใบประดับ ดอกจริงเล็กอยู่ในซอกใบประดับส่วนล่าง

ส่วนสีสดที่เห็นเป็นดอกกระเจียวคือใบประดับส่วนบน (coma) ส่วนดอกจริงมีขนาดเล็กและอยู่ในซอกใบประดับส่วนล่าง ซึ่งมักเป็นสีเขียว ใบประดับทั้งสองส่วนเรียงซ้อนกันเป็นช่อทรงกรวยตั้งตรงบนก้านช่อดอก

เอกสารคุ้มครองพันธุ์ปทุมมาของกรมวิชาการเกษตรบรรยายโครงสร้างไว้ชัดเจน ลำต้นเหนือดินเป็นลำต้นเทียมที่เกิดจากกาบใบอัดกันแน่น ใต้ดินมีเหง้าทอดสั้น ๆ เห็นข้อปล้อง และระบบรากที่ปลายรากบางเส้นพองเป็นตุ้มรากสะสมอาหาร ตัวอย่างพันธุ์หนึ่งมีใบประดับส่วนบน 9–15 ใบ ส่วนดอกจริงกว้างเพียงราว 0.5–0.7 ซม. ยาว 1.6–2.0 ซม.

แผนภาพส่วนต่าง ๆ ของต้นกระเจียว ได้แก่ ใบประดับส่วนบนสีสด ใบประดับส่วนล่างสีเขียว ดอกจริงขนาดเล็ก ก้านช่อดอก ลำต้นเทียม ใบ เหง้า และตุ้มราก
ภาพที่ 1: ส่วนต่าง ๆ ของต้นกระเจียว ส่วนสีสดที่คนเรียกว่าดอกคือใบประดับ ดอกจริงเล็กอยู่ในซอกใบประดับส่วนล่าง
ส่วนของต้น ลักษณะ หน้าที่
เหง้า ลำต้นใต้ดินทอดสั้น มีข้อปล้อง เนื้อในสีขาว ขาวอมม่วง เหลือง หรือเหลืองอมส้ม ส่วนใหญ่มีกลิ่นหอม เก็บอาหาร แตกหน่อใหม่ ใช้เป็นหัวพันธุ์
ตุ้มราก ปลายรากพองเป็นตุ้มรูปไข่ สะสมอาหารไว้ใช้ช่วงพักตัวและตอนแตกต้นใหม่
ลำต้นเทียม กาบใบซ้อนอัดกันแน่น ไม่ใช่ลำต้นแท้ ชูใบขึ้นเหนือดิน
ใบ ใบเดี่ยว รูปรีถึงรูปใบหอก เส้นใบขนาน คล้ายใบกล้วยขนาดเล็ก สังเคราะห์แสงในฤดูฝน
ใบประดับส่วนบน สีสด เช่น ชมพู ม่วง แดง ส้ม หรือขาว ดึงดูดแมลง เป็นส่วนที่คนชื่นชม
ใบประดับส่วนล่าง มักสีเขียว ห่อเป็นกระเปาะ ห่อหุ้มดอกจริง
ดอกจริง เล็ก เป็นหลอด มีกลีบปาก มักสีขาว ม่วง หรือเหลือง ดอกที่ผสมพันธุ์จริง

ตำแหน่งที่ช่อดอกโผล่ขึ้นมาก็ต่างกันตามชนิด บางชนิดช่อดอกงอกจากเหง้าข้างกอใบ เช่น กระเจียวกาบแดง บางชนิดช่อดอกเกิดกลางกลุ่มใบ เช่น กระเจียวบัว และในกระเจียวแดงที่กินได้ วารสารวิทยาศาสตร์ มข. ระบุว่าช่อดอกอยู่ปลายลำต้นเทียม ส่วนบางชนิดออกดอกก่อนใบ ดอกจึงโผล่จากพื้นดินโล่ง ๆ ตอนต้นฝน

🌈 ดอกกระเจียวมีกี่ชนิด มีกี่สี

ดอกกระเจียวขาวและดอกกระเจียวแดงวางเทียบกันบนใบตอง
กระเจียวขาวและกระเจียวแดงเป็นชนิดที่นิยมเก็บดอกอ่อนมากิน

ดอกกระเจียวไม่ได้มีชนิดเดียว คำว่ากระเจียวใช้เรียกพืชสกุล Curcuma หลายชนิด และในไทยยังมีการค้นพบชนิดใหม่อยู่เรื่อย ๆ สีของใบประดับที่พบมีทั้งขาว เขียว ชมพู ม่วง แดง ส้ม เหลือง และน้ำตาล ตารางนี้รวมเฉพาะชนิดที่มีแหล่งอ้างอิงระบุชื่อวิทยาศาสตร์

ชื่อที่เรียก ชื่อวิทยาศาสตร์ สีใบประดับ / จุดเด่น กินไหม
กระเจียวแดง Curcuma sessilis (บางแหล่งรวม C. aeruginosa) โทนแดงอมชมพูถึงม่วง กิน (ดอกอ่อน)
กระเจียวขาว Curcuma parviflora (บางแหล่งรวม C. singularis, C. cochinchinensis) ใบประดับบนสีขาว ล่างสีเขียว ดอกจริงอมม่วง กิน (ดอกอ่อน)
ปทุมมา / กระเจียวบัว Curcuma alismatifolia ชมพูอมม่วง ขาว ทรงคล้ายทิวลิป ไม่นิยมกิน (ไม้ประดับ)
กระเจียวบัว (อีกชนิด) Curcuma sparganiifolia ใบประดับเล็กสีชมพู มีลายขาว สูง 15–30 ซม. ไม่มีข้อมูล
กระเจียวส้ม Curcuma roscoeana ใบประดับสีส้ม ขึ้นบนเขาหินปูน ไม่นิยมกิน
กระเจียวกาบแดง Curcuma rubescens ใบประดับบนสีแดง มีขน ต้นสูง 80–100 ซม. ไม่นิยมกิน
กระเจียวเหลืองแดง Curcuma bicolor สองสี ไม่นิยมกิน
กระเจียวบัวลาย Curcuma rhabdota ใบประดับมีลาย ไม่นิยมกิน

ข้อมูลว่าชนิดไหนกินได้หรือไม่นิยมกินในตารางมาจากเอกสารของคณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล ซึ่งแบ่งกระเจียวเป็นกลุ่ม “กินได้ กินอร่อย” กับกลุ่ม “ไม่กิน ไม่อร่อย” ที่ใช้เป็นไม้ประดับ

ดอกกระเจียวขาว

กระเจียวขาวที่มีข้อมูลชัดคือ Curcuma parviflora ฐานข้อมูล NParks ของสิงคโปร์บรรยายว่าเป็นไม้ล้มลุกสูงราว 30–50 ซม. ใบรูปรีถึงรูปใบหอก ช่อดอกตั้งขึ้นกลางกอใบ ใบประดับด้านบนสีขาว ด้านล่างสีเขียว และมีดอกจริงสีอมม่วงขนาดราว 2 ซม. โผล่จากใบประดับ ใบอ่อนและดอกนำไปปรุงสุกกินได้ ส่วน ม.มหิดล จัดกระเจียวขาวเป็นชนิดที่ “กินได้ กินอร่อย” และระบุว่าชื่อนี้ยังใช้กับ C. singularis และ C. cochinchinensis ด้วย

ดอกกระเจียวแดง

กระเจียวแดงคือ Curcuma sessilis Gage งานวิจัยใน KKU Science Journal ระบุว่าเป็นกระเจียวที่คนไทยกินมากที่สุด โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน ขณะที่ ม.มหิดล ระบุว่ากระเจียวแดงที่วางขายในตลาดบางส่วนเป็น C. aeruginosa ชื่อนี้จึงอาจหมายถึงพืชมากกว่า 1 ชนิดแล้วแต่ท้องถิ่น บทความวิชาการเรื่องโครโมโซมของ มช. ยังเรียก C. sessilis ที่เก็บจากนครราชสีมาว่า “กระเจียวท่าอ่าง”

ดอกกระเจียวสีม่วง

ถ้าค้นหาดอกกระเจียวสีม่วง สิ่งที่เห็นในทุ่งดอกกระเจียวชัยภูมิส่วนใหญ่คือใบประดับสีชมพูอมม่วงของปทุมมา (Siam tulip) ซึ่ง Wikipedia ระบุว่าสีนี้มาจากรงควัตถุ malvidin 3-rutinoside กระเจียวชนิดอื่นที่มีโทนม่วงก็มี เช่น ช่อม่วงพิทักษ์ (Curcuma pitukii) ที่ใบประดับเปลี่ยนจากม่วงอ่อนเป็นม่วงเข้มระหว่างบาน

ดอกกระเจียวป่า

ดอกกระเจียวป่าเป็นคำเรียกกระเจียวที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ใช่ชื่อชนิดใดชนิดหนึ่ง ที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม งานวิจัยของ ม.อุบลราชธานีพบว่ากระเจียว (C. sessilis) เป็นพืชเด่นของพื้นล่างในป่าเต็งรัง และออกดอกพร้อมปทุมมาในฤดูฝนทุกปี นอกจากนี้ยังมีกระเจียวป่าหายากและพืชถิ่นเดียวอีกหลายชนิด เช่น กระเจียวอรุณ (Curcuma aruna) จากเขาหินปูนในสุโขทัยที่ดอกสีเหลืองและออกดอกก่อนใบ กระเจียวศิริรักษ์ (Curcuma sirirugsae) พืชถิ่นเดียวจากสุโขทัย ซึ่งผู้ค้นพบประเมินเบื้องต้นตามเกณฑ์ IUCN ว่าอยู่ในกลุ่มใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (CR) แต่ยังไม่ใช่การจัดสถานะอย่างเป็นทางการของ IUCN และกระเจียวอุบล (Curcuma ubonensis) จากอุบลราชธานี กระเจียวป่าจึงควรชมในที่ของมัน ไม่ควรขุดออกมาจากป่า

ดอกกระเจียวหวาน

กระเจียวหวานเป็นชื่อที่ใช้กันในตลาดและในกลุ่มผู้ปลูก ไม่พบแหล่งพฤกษศาสตร์ที่ใช้เป็นชื่อชนิด ตัวอย่างคือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกดอกกระเจียวหวานที่ยโสธร ซึ่งเก็บดอกขายเป็นผักทุกวันช่วงหน้าฝน เดลินิวส์ยังกล่าวถึงกระเจียวสายพันธุ์ “เพชรน้ำผึ้ง” ดอกสีชมพูอมม่วงที่รสหวาน กรอบ และหอม ถ้าซื้อต้นที่ขายในชื่อกระเจียวหวาน ให้ถามผู้ขายว่าเป็นสายพันธุ์ไหน

🪷 ดอกกระเจียวกับปทุมมา ต่างกันอย่างไร

ปทุมมาคือกระเจียวชนิดหนึ่งในความหมายกว้าง (สกุลเดียวกัน) แต่เป็นคนละชนิดกับกระเจียวที่กิน ปทุมมา Curcuma alismatifolia ปลูกเป็นไม้ตัดดอกและไม้กระถาง ส่วนกระเจียวแดงและกระเจียวขาวเก็บดอกอ่อนมาเป็นผัก

ชื่อเรียกปนกันมาก ปทุมมามีชื่อว่ากระเจียวบัว ขมิ้นโคก (เลย) และบัวสวรรค์ THE STANDARD ระบุว่าดอกในทุ่งที่ป่าหินงามมีชื่อเรียกทางการว่า “ดอกบัวสวรรค์” ซึ่งไม่ใช่ชนิดที่ชาวบ้านเก็บกิน ไทยรัฐก็เขียนว่าบางพื้นที่เรียกดอกกระเจียวว่าปทุมมา คนส่วนใหญ่จึงเรียกทุ่งนี้ว่าทุ่งดอกกระเจียว แม้ดอกที่เด่นที่สุดจะเป็นปทุมมา

หัวข้อ กระเจียวที่กินได้ (เช่น กระเจียวแดง กระเจียวขาว) ปทุมมา (Siam tulip)
ชื่อวิทยาศาสตร์ C. sessilis, C. parviflora ฯลฯ C. alismatifolia
ทรงพุ่ม ส่วนใหญ่ใหญ่กว่าปทุมมา (บ้านและสวน) เตี้ย ก้านช่อเรียวยาว ช่อคล้ายทิวลิป
สีใบประดับ แดงอมชมพู ขาว เขียว แล้วแต่ชนิด ชมพูอมม่วงเป็นหลัก และมีพันธุ์สีขาว ชมพูเข้ม
การใช้ ดอกอ่อนเป็นผัก ลวกจิ้ม แกง ผัด ไม้ตัดดอก ไม้กระถาง หัวพันธุ์ส่งออก
ถิ่นกำเนิด พบในป่าโปร่งหลายภาคของไทย ลาว ภาคเหนือของไทย กัมพูชา (Wikipedia)
สถานะ พบได้ทั่วไปในตลาดหน้าฝน IUCN จัดเป็น Near Threatened ในธรรมชาติ

ปทุมมาเป็นพืชเศรษฐกิจของไทย บ้านและสวนระบุว่าพืชกลุ่มกระเจียวและปทุมมาเป็นพืชส่งออกอันดับต้น ๆ และกรมวิชาการเกษตรรายงานว่าหัวพันธุ์ราว 75% ของผลผลิตถูกส่งออก แหล่งผลิตหลักได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน เลย ชัยภูมิ และกาญจนบุรี พันธุ์ปรับปรุงที่รู้จัก เช่น มณีสยาม (ช่อดอกรวมก้านยาวเกิน 50 ซม. นิยมทำไม้ตัดดอก) สวีตเมมโมรี่ บ้านไร่เรด และแม่โจ้อิมเพรส ส่วนกระเจียวสุปราณีเป็นพืชป่าเฉพาะถิ่นของไทยที่พบครั้งแรกบนเขาหินปูนในสระบุรี ภายหลังจึงมีการนำมาปรับปรุงพันธุ์

📅 ดอกกระเจียวบานเดือนไหน

ดอกกระเจียวบานในฤดูฝน ทุ่งดอกกระเจียวที่ชัยภูมิมักบานราวมิถุนายนถึงสิงหาคม และช่วงที่บานสวยมักอยู่ราวกรกฎาคม แต่วันบานจริงขึ้นกับฝนของแต่ละปี จึงควรเช็กประกาศของอุทยานก่อนเดินทาง

รายงานที่อ้างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปี 2566 ระบุว่าที่ป่าหินงามดอกบานเต็มพื้นที่ช่วงมิถุนายน–สิงหาคม ส่วนที่ไทรทองบานราวปลายมิถุนายนถึงปลายสิงหาคม และเทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวบานปีนั้นจัดวันที่ 1 กรกฎาคม–31 สิงหาคม 2566 ฐานเศรษฐกิจปี 2568 ก็ระบุช่วงมิถุนายน–สิงหาคมเช่นกัน แต่ในบางปีฝนมาเร็ว มติชนรายงานว่าอุทยานแห่งชาติไทรทองคาดว่าดอกจะเริ่มออกราวกลางถึงปลายพฤษภาคม โดยอุทยานย้ำว่าเป็นการคาดการณ์เบื้องต้นและจะแจ้งช่วงเวลาที่เหมาะสมอีกครั้ง

ปฏิทินกระเจียวรอบปี พักตัวช่วงหนาวถึงร้อน แตกหน่อต้นฝน ทุ่งดอกกระเจียวชัยภูมิบานราวมิถุนายนถึงสิงหาคม ดอกอ่อนออกขายต้นถึงกลางฤดูฝน และขุดหัวปทุมมาพฤศจิกายนถึงธันวาคม
ภาพที่ 2: ปฏิทินกระเจียวในรอบปี ตั้งแต่ช่วงพักตัว แตกหน่อ ดอกบาน ไปจนถึงขุดหัว
ช่วงเวลา สิ่งที่เกิดขึ้นกับต้นกระเจียว แหล่งข้อมูล
หนาว–ร้อน (ราว พ.ย.–เม.ย.) พักตัว ใบแห้ง เหลือเหง้าใต้ดิน ผู้จัดการออนไลน์, กรุงเทพธุรกิจ
ต้นฝน (ราว พ.ค.) แตกใบและช่อดอกพร้อมกัน ผู้จัดการออนไลน์, มติชน
มิ.ย.–ส.ค. ทุ่งดอกกระเจียวชัยภูมิบาน ไทยโพสต์/ททท., ฐานเศรษฐกิจ
ต้นถึงกลางฤดูฝน ดอกอ่อนสำหรับกินออกตลาดมากที่สุด คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
พ.ค.–ต.ค. แปลงปลูกเก็บดอกขายทุกวัน (ตัวอย่างที่ยโสธร) กรุงเทพธุรกิจ
พ.ย.–ธ.ค. ช่วงเก็บเกี่ยวหัวพันธุ์ปทุมมา กรมวิชาการเกษตร

ทำไมต้องรอหน้าฝน งานวิจัยของ NC State ระบุว่าปทุมมาเข้าสู่การพักตัวเมื่อวันสั้นลง และงานของ มช. พบว่าเมื่อได้รับแสงวันละ 13 ชั่วโมง ต้นปทุมมาเติบโตสูงกว่าเมื่อได้แสง 7 หรือ 10 ชั่วโมง ช่วงวันยาวและฝนชุกของไทยจึงเป็นช่วงที่ต้นงอกงามและออกดอก

🏞️ ทุ่งดอกกระเจียวอยู่ที่ไหน: ป่าหินงาม และไทรทอง ชัยภูมิ

สะพานไม้ชมทุ่งดอกกระเจียวในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ชัยภูมิ
ชมทุ่งดอกกระเจียวจากสะพานไม้และจุดที่อุทยานจัดไว้ ไม่เดินลงทุ่ง

ทุ่งดอกกระเจียวที่ดังที่สุดอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ 2 แห่ง คืออุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต และอุทยานแห่งชาติไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหว ทั้งสองแห่งห่างกันราว 60 กม. รายงานที่อ้าง ททท. ระบุว่าดอกบานรวมกันกว่า 100 ไร่

หัวข้อ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อุทยานแห่งชาติไทรทอง
ที่ตั้ง ต.บ้านไร่ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ (ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด) อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ
ชื่อทุ่ง ทุ่งดอกกระเจียว (ดอกบัวสวรรค์) ทุ่งบัวสวรรค์ 1, 2, 3 (ข่าว PPTV ระบุจุดชม 4 จุด)
ช่วงบานโดยประมาณ มิถุนายน–สิงหาคม ปลายมิถุนายน–ปลายสิงหาคม (บางปีเริ่มเร็วกว่า)
การเข้าชม รถรางขึ้นเขาราว 10 นาที แล้วเดินสะพานไม้ราว 350 เมตร รถของอุทยานพาเข้า ทุ่งบัวสวรรค์ 1 เดินราว 2 กม.
จุดเด่นใกล้เคียง ลานหินงาม, ผาสุดแผ่นดิน ผาหำหด (ราว 864 ม.), น้ำตกไทรทอง, น้ำตกชวนชม
ข้อสังเกต งานวิจัยพบกระเจียวและปทุมมาขึ้นในป่าเต็งรัง มีรายงานกระเจียวดอกสีขาวที่หาชมยาก

ป่าหินงามขึ้นชื่อว่าเป็นทุ่งที่ใหญ่ที่สุดในไทย ดอกขึ้นแซมหญ้าใต้ต้นไม้ในป่าเต็งรังบนเทือกเขาพังเหย ฝนและความชื้นทำให้มีหมอกลอยในตอนเช้า ภายในอุทยานยังมีลานหินงามที่หินทรายถูกกัดเซาะเป็นรูปทรงแปลกตา และผาสุดแผ่นดินซึ่งเป็นจุดชมวิวบนรอยต่อระหว่างภาคอีสานกับภาคกลาง

ไทรทองมีหลายทุ่งให้เลือก เจ้าหน้าที่แนะนำทุ่งบัวสวรรค์ 1 เพราะดอกหนาแน่นที่สุด ส่วนทุ่งบัวสวรรค์ 3 อยู่ใกล้ผาหำหดและลานกางเต็นท์ อุทยานแจ้งว่าดอกบริเวณนี้ไม่หนาแน่นเท่าทุ่งที่ 1 และ 2

🎒 เที่ยวชมดอกกระเจียวบาน: เคล็ดลับและกติกาในทุ่ง

ไปช่วงเช้าที่ยังมีหมอกหรือหลังฝนเพิ่งหยุด เตรียมเสื้อกันฝน และชมดอกจากสะพานไม้หรือจุดถ่ายรูปที่จัดไว้เท่านั้น ห้ามเดินลงไปในทุ่งและห้ามเด็ดดอก

  • เวลา ช่วงเช้ามีหมอกบาง ๆ ภาพสวยที่สุด หรือบ่ายหลังฝนตก (THE STANDARD, Sanook)
  • การแต่งกาย เสื้อกันฝน รองเท้าที่เดินบนทางเปียกได้ และถุงกันน้ำสำหรับโทรศัพท์หรือกล้อง
  • เวลาเปิด ข่าวปี 2563 ระบุ 06:00–18:00 น. แต่เวลาและค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนในแต่ละปี ให้เช็กเพจหรือประกาศของอุทยาน
  • การเดินทาง ชัยภูมิไม่มีเที่ยวบินประจำ ส่วนใหญ่ขับรถหรือนั่งรถโดยสารจากกรุงเทพฯ
  • ที่พัก ทั้งสองอุทยานมีลานกางเต็นท์ ช่วงเทศกาลคนมาก ควรจองล่วงหน้า
⚠️ กติกาในทุ่งดอกกระเจียว
อุทยานจัดทางเดินและจุดถ่ายรูปไว้เพื่อไม่ให้คนเหยียบทุ่ง ห้ามแหวกหญ้าเดินเข้าไปในทุ่ง ห้ามเด็ด ดึง หรือรวบดอกมาถ่ายรูป เพราะยอดที่หักจะทำให้ต้นนั้นเสียหาย งานวิจัยของ ม.อุบลราชธานีระบุว่าอุทยานไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าบริเวณที่กระเจียวและปทุมมาขึ้น และข่าวเก่าเคยรายงานโทษปรับ 500 บาทสำหรับการเด็ดหรือเหยียบดอก
💡 วางแผนเที่ยวให้ตรงช่วงดอกบาน
ถ้าอยากเห็นดอกบานเต็มทุ่ง ให้ติดตามประกาศของอุทยานในช่วงพฤษภาคม–มิถุนายน เพราะอุทยานจะรายงานสถานการณ์ดอกเป็นระยะ ไม่ควรวางแผนจากวันที่ของปีก่อนอย่างเดียว เนื่องจากฝนมาเร็วหรือช้าทำให้ดอกบานเลื่อนได้หลายสัปดาห์

🍽️ ดอกกระเจียวกินได้ไหม กินดิบหรือกินสดได้ไหม

ดอกกระเจียวลวกจิ้มน้ำพริก เมนูพื้นบ้านอีสาน
ดอกอ่อนของกระเจียวนิยมลวกจิ้มน้ำพริก

ดอกกระเจียวบางชนิดกินได้ ส่วนที่กินคือดอกอ่อนและหน่ออ่อนของกระเจียวแดงและกระเจียวขาว ส่วนปทุมมาและกระเจียวไม้ประดับอีกหลายชนิดไม่นิยมกิน ชาวบ้านกินทั้งแบบลวก ต้มกะทิ และแบบสด แต่ควรล้างให้สะอาดและลวกก่อนกินจะปลอดภัยกว่า

KKU Science Journal ระบุว่ากระเจียวแดงนิยมนำไปต้มกะทิหรือลวกจนนิ่ม กินกับน้ำพริก ลาบ แกงเผ็ด หรือผัดรวมกับผักอื่น สสวท. ระบุว่าดอกกระเจียวเป็นผักที่คนอีสานนิยม รสกรอบ หวานเล็กน้อย มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ส่วนเดลินิวส์และกรุงเทพธุรกิจเขียนว่ามีคนกินดอกสดกับน้ำพริก ลาบ หรือก้อย

คำถาม คำตอบสั้น หมายเหตุ
ดอกกระเจียวกินได้ไหม ได้ เฉพาะชนิดที่เป็นผัก เช่น กระเจียวแดง กระเจียวขาว ดอกในทุ่งป่าหินงามไม่ใช่ชนิดที่เก็บกิน และห้ามเก็บในอุทยาน
ดอกกระเจียวกินดิบ / กินสดได้ไหม มีคนกินสด แต่ควรล้างให้สะอาดและลวกก่อน ไทยรัฐเตือนว่าต้นเตี้ยติดดิน อาจมีดินหรือไข่พยาธิติดมา
ส่วนไหนกิน ดอกอ่อน (ช่อที่ยังไม่บานเต็มที่) และหน่ออ่อน ดอกที่บานเต็มที่มีเส้นใยมาก อาจย่อยยาก
เมนูที่นิยม ลวกจิ้มน้ำพริก ต้มกะทิ แกงส้ม แกงเผ็ด แกงอ่อม ผัดน้ำมันหอย นิยมมากในภาคเหนือและอีสาน
หาซื้อช่วงไหน ต้นถึงกลางฤดูฝน ตัวอย่างราคาที่ยโสธร 70 บาท/กก. (กรุงเทพธุรกิจ)
⚠️ ก่อนกินดอกกระเจียว
ดอกอ่อนและเหง้ามีรสเผ็ดร้อน ถ้ากินมากอาจระคายเคืองกระเพาะ ทำให้ท้องอืดหรือมีลมในท้อง (เดลินิวส์) ไม่ควรเก็บกระเจียวป่าหรือปทุมมามากินเอง เพราะหลายชนิดคล้ายกันและบางชนิดไม่ใช่ผัก ควรซื้อดอกกระเจียวที่ขายเป็นผักจากตลาดหรือแปลงปลูก และล้างให้สะอาดแล้วลวกก่อนกิน ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
💡 เลือกและเตรียมดอกกระเจียวสำหรับทำอาหาร
เลือกช่อที่ใบประดับยังห่อแน่น ก้านอวบ ไม่ช้ำ ตัดโคนก้านที่แข็งออก แล้วลวกในน้ำเดือดสั้น ๆ พอสลด จะได้ทั้งความกรอบและลดดินที่ติดตามซอกใบประดับ

🌿 ดอกกระเจียว สรรพคุณ ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน

ตามตำราพื้นบ้าน ดอกอ่อนและหน่ออ่อนของกระเจียวใช้ขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ เพราะมีรสเผ็ดร้อนและกลิ่นหอม เป็นข้อมูลการใช้แบบดั้งเดิม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

  • ขับลม คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล ระบุว่าดอกกระเจียวมีรสเผ็ดร้อน กลิ่นหอม ใช้ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ
  • สารในดอก เอกสารเดียวกันระบุว่ามีน้ำมันหอมระเหย ฟีนอลิก ฟลาโวนอยด์ และแอนโทไซยานิน มีรายงานฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในการทดลอง
  • งานวิจัย มข. พบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในใบประดับสีแดง ใบประดับสีเขียว และเหง้าของกระเจียวแดง ซึ่งเป็นผลในห้องปฏิบัติการ
  • ภูมิปัญญาล้านนาและอาข่า เดลินิวส์รายงานการใช้ต้นกระเจียวขาวทั้งต้นร่วมกับสมุนไพรอื่นเคี่ยวกับน้ำมันเป็นน้ำมันทาแก้ปวดเมื่อย และใช้น้ำคั้นจากใบทาแผลสด
  • ใยอาหาร ดอกเป็นผักที่มีใยอาหาร ช่วยเรื่องการขับถ่ายแบบผักทั่วไป

ผลการทดลองในห้องปฏิบัติการยังไม่ใช่หลักฐานว่าการกินดอกกระเจียวรักษาโรคได้ คนที่มีโรคประจำตัวหรือกระเพาะอาหารไม่แข็งแรงควรกินแต่พอดี ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

🔤 ดอกกระเจียว ภาษาอังกฤษ และภาษาเหนือ ชื่อเรียกท้องถิ่น

ดอกกระเจียวภาษาอังกฤษไม่มีชื่อเดียวที่ใช้ตรงตัว ปทุมมาเรียกว่า Siam tulip หรือ summer tulip ส่วนกระเจียวชนิดอื่นมักเรียกตามชื่อสกุลว่า Curcuma ภาษาเหนือมีชื่อเรียก เช่น อาวแดง อีเจียว และกาเตียว ส่วนภาคใต้เรียกว่าจวด

ชื่อ ใช้เรียก แหล่งที่มา
Siam tulip, summer tulip ปทุมมา C. alismatifolia Wikipedia, RHS
lotus ginger, kah-min-khok ปทุมมา (ชื่อที่ RHS ระบุ) RHS
ทิวลิปสยาม ชื่อแปลไทยของ Siam tulip ผู้จัดการออนไลน์
Curcuma ชื่อสกุลของกระเจียวทุกชนิด Wikipedia
อาวแดง กระเจียว (ภาคเหนือ) ผู้จัดการออนไลน์
อีเจียว, กาเตียว กระเจียว (ภาคเหนือ) ผู้จัดการออนไลน์
จวด กระเจียว (ภาคใต้) ผู้จัดการออนไลน์
กระเจียวบัว, ขมิ้นโคก, บัวสวรรค์ ปทุมมา Thailand Nature Project, THE STANDARD, บ้านและสวน
กระเจียวโคก, กระเจียวท่าอ่าง ชื่อที่งานวิจัยบางชิ้นใช้กับ C. parviflora และ C. sessilis บทความวิชาการ ThaiJO

ชื่อท้องถิ่นของกระเจียวซ้ำกันข้ามชนิดบ่อยมาก บทความวิชาการด้านกายวิภาคบางชิ้นใช้ชื่อกระเจียวขาวกับ C. singularis และ C. thorelii และใช้ชื่อกระเจียวแดงกับ C. angustifolia ถ้าต้องการระบุให้ชัด ให้ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์คู่กับชื่อไทยเสมอ

💭 ดอกกระเจียว ความหมาย และเพลงดอกกระเจียวบาน

ดอกกระเจียวถูกเรียกว่า “ราชินีป่าฝน” หรือ “ราชินีดอกไม้แห่งหน้าฝน” เพราะบานพร้อมฝนแรกของปีกลางป่าโปร่ง ไม่พบแหล่งอ้างอิงที่กำหนดความหมายดอกไม้แบบดอกไม้ประจำโอกาส ความหมายที่คนพูดถึงจึงผูกกับฤดูฝนและการกลับมาเกิดใหม่ทุกปี

ชื่อบัวสวรรค์ที่ใช้เรียกดอกในทุ่งป่าหินงามและไทรทองสะท้อนว่าคนมองดอกนี้เหมือนดอกบัวที่ขึ้นกลางป่า เพราะใบประดับซ้อนกันเป็นทรงคล้ายดอกบัวหรือทิวลิป ในแง่ชีววิทยา การที่ต้นแห้งหายไปหลายเดือนแล้วแตกใหม่ทันทีเมื่อฝนมา เป็นเพราะเหง้าและตุ้มรากเก็บอาหารไว้ใต้ดิน ไม่ใช่เรื่องลึกลับ

เพลงดอกกระเจียวบาน คำว่า “ดอกกระเจียวบาน” เป็นทั้งชื่อเทศกาลท่องเที่ยวที่ชัยภูมิและชื่อเพลงที่คนค้นหาเนื้อเพลงและคอร์ดกันมาก บทความนี้เป็นเรื่องต้นไม้ จึงไม่ได้รวมเนื้อเพลงหรือคอร์ดไว้ แต่การที่ชื่อดอกไม้ป่าถูกนำไปตั้งชื่อเพลงก็แสดงว่าดอกกระเจียวผูกพันกับวิถีชีวิตชนบทของไทยอยู่มาก

☀️ ดอกกระเจียวชอบแดดไหม

ดอกกระเจียวชอบแดดรำไรถึงแดดครึ่งวัน ไม่ใช่แดดจัดเปรี้ยงทั้งวัน ในธรรมชาติขึ้นใต้ร่มไม้โปร่งของป่าเต็งรัง ถ้าปลูกในบ้าน ให้วางในจุดที่ได้แดดเช้าหรือใต้ซาแรนพรางแสงราว 30–40%

  • NParks ระบุว่ากระเจียวขาว (C. parviflora) ต้องการแสงแบบกึ่งร่ม (semi-shade)
  • งานทดลองกับปทุมมาที่ตีพิมพ์ใน Ornamental Horticulture พบว่าพรางแสง 30% ให้ผลดีที่สุดในเกือบทุกค่าที่วัด ส่วนแดดเต็มวันให้ค่าต่ำสุด
  • งานวิจัยของ NC State ปลูกปทุมมาในโรงเรือนใต้ตาข่ายพรางแสง 40%
  • ข้อมูลจาก ม.เกษตรศาสตร์เรื่องบุศรินทร์ (กระเจียวอีกชนิด) พบว่าในที่แดดจัด ก้านช่อดอกสั้นและจมอยู่ในดิน ส่วนในที่ร่ม ก้านช่อดอกยาวพ้นดิน

สรุปคือ ต้นกระเจียวไม่ใช่ไม้ในร่มทึบ ต้องได้แสงพอสมควรจึงจะออกดอก แต่ถ้าอยู่กลางแดดบ่ายตลอดวันในกระถาง ใบอาจไหม้และช่อดอกสั้น

🪴 วิธีปลูกต้นกระเจียวในกระถางและในแปลง

ปลูกต้นกระเจียวด้วยหัวพันธุ์ (เหง้าที่มีตุ้มราก) ช่วงปลายหน้าร้อนถึงต้นฝน วางเหง้าแนวนอนในดินร่วนระบายน้ำดี รดน้ำให้ชุ่มแต่ไม่แฉะ ปทุมมาบางพันธุ์ออกดอกได้ภายในราว 60–71 วันหลังปลูก

ขั้นตอนปลูกในกระถาง

  1. เลือกหัวพันธุ์ หัวแน่น ไม่เน่า มีตุ้มรากติดอยู่ (ตุ้มรากเป็นอาหารสำรองให้ต้นใหม่)
  2. เตรียมดิน ดินร่วนผสมวัสดุที่ทำให้โปร่ง เช่น ทรายหยาบหรือแกลบ งานวิจัยใช้ดินผสมทรายหยาบ 1:1 ในกระถาง 5 ลิตร ส่วน NC State ใช้พีตมอส เปลือกไม้ และเพอร์ไลต์
  3. วางหัว วางเหง้าแนวนอนตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร กลบดินบาง ๆ
  4. รดน้ำ ให้ดินชุ่ม แล้วรอจนหน่องอก ระหว่างนี้อย่าให้น้ำขัง
  5. วางกระถาง ในจุดที่ได้แดดเช้าหรือแดดรำไร

ปลูกในแปลง

เลือกที่ดอนหรือที่ลุ่มที่ระบายน้ำดี ไม่มีน้ำขัง กรมวิชาการเกษตรแนะนำให้เลี่ยงแปลงที่เคยมีโรคระบาด และแปลงที่เคยปลูกพืชอาศัยของโรคหัวเน่า เช่น พืชวงศ์ขิง มะเขือ มันฝรั่ง งา และยาสูบ ถ้าเป็นแปลงเดิมที่เคยปลูกปทุมมา ควรปลูกพืชอื่นสลับอย่างน้อย 3 ปี

น้ำและปุ๋ย

ช่วงที่ต้นมีใบต้องการน้ำสม่ำเสมอ NParks ระบุว่ากระเจียวขาวชอบน้ำมากในดินร่วนที่ชื้นแต่ระบายน้ำดี หน้าฝนให้รดเฉพาะวันที่ฝนไม่ตก และถอนหญ้ารอบกอ กรมวิชาการเกษตรแนะนำแผนปุ๋ยสำหรับปทุมมาแบบแปลงปลูก ตั้งแต่ปุ๋ยสูตรเสมอรองก้นหลุม ปุ๋ยไนโตรเจนสูงช่วงแตกใบ ไปจนถึงปุ๋ยฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูงช่วงสร้างหัว ส่วนแปลงผักกระเจียวที่ยโสธรใช้เพียงปุ๋ยหมักกับการให้น้ำที่เหมาะสม อ่านหลักการเลือกสูตรปุ๋ยได้ที่ วิธีใส่ปุ๋ยต้นไม้ และคำนวณปริมาณได้ที่ เครื่องคำนวณปุ๋ย

ช่วงของต้น สิ่งที่ควรทำ
ก่อนปลูก (ปลายหน้าร้อน) เตรียมดินร่วนระบายน้ำดี คัดหัวที่สมบูรณ์
แตกหน่อ (ต้นฝน) รดน้ำสม่ำเสมอ เริ่มให้ปุ๋ยเมื่อมีใบ
ออกดอก (ฤดูฝน) ให้แสงรำไร กำจัดวัชพืช ระวังน้ำขัง
ใบเริ่มเหลือง (ปลายฝน) ค่อย ๆ ลดน้ำ ปล่อยให้ต้นสะสมอาหารลงหัว
พักตัว (หนาว–ร้อน) งดน้ำ เก็บหัวไว้ในกระถางที่แห้ง หรือขุดเก็บในที่ร่มโปร่ง

🔄 วิธีขยายพันธุ์ต้นกระเจียว และการเก็บหัวช่วงพักตัว

ขยายพันธุ์ต้นกระเจียวด้วยการแยกเหง้าหรือแยกกอ ช่วงที่ต้นพักตัว แต่ละกอจะสร้างหัวใหม่หลายหัว เช่น ปทุมมาพันธุ์ กวก. เชียงราย 2 ให้หัวพันธุ์ 5–9 หัวต่อกอ

หลังหมดฝน ใบจะเหลืองและแห้งไปเอง ต้นไม่ได้ตาย แค่เข้าสู่การพักตัว ผู้จัดการออนไลน์อธิบายว่ากระเจียวพักตัวช่วงหนาวและหน้าร้อน แล้วแตกใบและดอกพร้อมกันเมื่อต้นฝน กรมวิชาการเกษตรระบุว่าช่วงเก็บเกี่ยวหัวปทุมมาคือพฤศจิกายน–ธันวาคม

  • แบบง่าย ปล่อยหัวไว้ในกระถางเดิม งดน้ำ วางในที่ร่ม ไม่ให้โดนฝน แล้วเริ่มรดน้ำใหม่เมื่อเข้าหน้าฝน
  • แบบขุดเก็บ ขุดหัวขึ้นมา เคาะดินออก ระวังอย่าให้ตุ้มรากหลุด เก็บในที่แห้งและโปร่ง
  • อุณหภูมิเก็บ NC State พบว่าการเก็บหัวปทุมมาที่ราว 15°C (59°F) นาน 2 เดือนให้การเติบโตดีที่สุด และการเก็บสั้นกว่าและเย็นกว่าทำให้ออกดอกดีขึ้น
  • ตุ้มราก งานวิจัยใน Ornamental Horticulture พบว่าหัวที่ไม่มีตุ้มรากก็ปลูกขึ้นได้ใกล้เคียงกันในหลายค่า แต่การปลูกแบบดั้งเดิมยังใช้หัวที่มีตุ้มราก
💡 เก็บหัวกระเจียวไม่ให้ปนกัน
จดชื่อสายพันธุ์และสีดอกติดถุงเก็บหัวไว้ทุกครั้ง เพราะตอนพักตัวหัวกระเจียวแต่ละชนิดดูคล้ายกันมาก ถ้าปลูกทั้งกระเจียวที่กินได้และปทุมมาไม้ประดับไว้ด้วยกัน จะได้ไม่สับสนตอนเก็บดอกมาทำอาหาร

ถ้าชอบไม้ดอกที่ปลูกได้ในบ้าน ลองดูต้นอื่นในคลังของเรา เช่น มะลิ ชบา และ เฟื่องฟ้า ซึ่งเป็นไม้ดอกที่ไม่ต้องพักตัวเหมือนกระเจียว

🐛 ปัญหาที่พบบ่อยของต้นกระเจียว และวิธีแก้

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือหัวเน่าและโรคเหี่ยว จากดินแฉะหรือแปลงที่มีเชื้อโรคสะสม รองลงมาคือใบจุดและใบไหม้ ส่วนใบเหลืองแห้งตอนปลายฝนเป็นการพักตัวตามธรรมชาติ ไม่ใช่โรค

อาการ สาเหตุที่เป็นไปได้ วิธีแก้
ต้นเหี่ยว หัวเน่า โรคเหี่ยวและโรคหัวเน่า ดินแฉะ หรือแปลงเคยปลูกพืชอาศัยโรค ใช้ดินระบายน้ำดี คัดหัวที่สะอาด ปลูกพืชอื่นสลับอย่างน้อย 3 ปี ถอนต้นที่เป็นโรคพร้อมหัวออกจากแปลง
ใบจุด ใบไหม้ เชื้อรา ตัดใบที่เป็นโรคทิ้ง เว้นระยะกอให้อากาศถ่ายเท ใช้สารป้องกันกำจัดเชื้อราตามฉลาก
ใบเหลืองแห้งช่วงปลายฝน ต้นเข้าสู่การพักตัว ลดน้ำแล้วงดน้ำ เก็บหัวไว้ ไม่ต้องตกใจ
ไม่แตกต้นเมื่อเข้าหน้าฝน หัวเน่าระหว่างพักตัว หรือยังไม่ครบช่วงพักตัว ตรวจหัวว่ายังแน่นไหม เก็บในที่แห้ง ปีถัดไปเลือกหัวใหม่ที่สมบูรณ์
ช่อดอกสั้น จมในกอใบ แดดจัดเกินไป ย้ายไปที่แดดรำไรหรือพรางแสงราว 30–40%
ใบประดับหัก ช่อล้ม ช่อยาวและหนัก (เช่น พันธุ์บ้านไร่เรด) ปักหลักค้ำ หรือเลือกพันธุ์ที่ก้านแข็ง
ใบเป็นรู กัดกิน ตั๊กแตน (พันธุ์แม่โจ้อิมเพรสอ่อนแอต่อตั๊กแตน) เก็บตัวแมลงออก ตรวจแปลงสม่ำเสมอ

📚 แหล่งอ้างอิง

🌱 ปลูกต้นไม้อยู่แล้ว อยากมีรายได้เพิ่ม?

เปลี่ยนต้นไม้ที่คุณปลูกให้เป็นรายได้ เปิดร้านบน KASETIDEA Market ได้ง่ายๆ ไม่กี่นาที มีหน้าร้านออนไลน์ของตัวเอง ให้ลูกค้าทั่วประเทศหาคุณเจอ

ลงขายต้นไม้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

+ ดอกกระเจียวชอบแดดไหม

ดอกกระเจียวชอบแดดรำไรถึงแดดครึ่งวัน ไม่ชอบแดดจัดทั้งวัน ในธรรมชาติขึ้นใต้ร่มไม้โปร่งของป่าเต็งรัง งานทดลองกับปทุมมาพบว่าพรางแสงราว 30% ให้ผลดีที่สุด ถ้าปลูกในกระถางให้วางจุดที่ได้แดดเช้าหรือใต้ซาแรน

+ ดอกกระเจียวบานเดือนไหน

ดอกกระเจียวบานในฤดูฝน ทุ่งดอกกระเจียวที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงามและไทรทอง จ.ชัยภูมิ มักบานราวมิถุนายนถึงสิงหาคม ในบางปีฝนมาเร็วดอกก็เริ่มออกตั้งแต่ปลายพฤษภาคม ควรตรวจประกาศของอุทยานก่อนเดินทางทุกครั้ง

+ ดอกกระเจียวกินดิบได้ไหม

ดอกกระเจียวชนิดที่เป็นผัก เช่น กระเจียวแดงและกระเจียวขาว มีคนกินสดกับน้ำพริกหรือลาบ แต่ควรล้างให้สะอาดและลวกก่อนกิน เพราะต้นเตี้ยติดดินและอาจมีดินหรือไข่พยาธิติดมา ส่วนปทุมมาและดอกในทุ่งอุทยานไม่ใช่ชนิดที่เก็บกิน

+ ดอกกระเจียวมีกี่ชนิด มีกี่สี

กระเจียวเป็นชื่อเรียกพืชสกุล Curcuma หลายชนิด ซึ่งทั้งสกุลมีราว 180 ชนิด ชนิดที่รู้จักในไทย เช่น กระเจียวแดง กระเจียวขาว ปทุมมา กระเจียวส้ม และกระเจียวกาบแดง สีของใบประดับมีทั้งขาว เขียว ชมพู ม่วง แดง ส้ม เหลือง และน้ำตาล

+ ทุ่งดอกกระเจียวอยู่ที่ไหน

ทุ่งดอกกระเจียวที่ดังที่สุดอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ คือ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต และอุทยานแห่งชาติไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหว (ทุ่งบัวสวรรค์) ป่าหินงามมีรถรางและสะพานไม้ให้ชมดอกโดยไม่ต้องเดินลงทุ่ง

แชร์หน้านี้ให้เพื่อน
Facebook LINE X

📚 แหล่งอ้างอิง

บ้านและสวน, ม.มหิดล, ม.ขอนแก่น, ม.อุบลราชธานี, มช., ม.เกษตรศาสตร์, กรมวิชาการเกษตร, TH-BIF, NParks, NC State, RHS, Wikipedia, ไทยโพสต์/ททท., ฐานเศรษฐกิจ, มติชน, THE STANDARD

ความคิดเห็นและคำถาม