ต้นชงโคออกดอกสีชมพูอมม่วงเต็มต้นริมสนามบ้านในประเทศไทย

ต้นชงโค

Bauhinia purpurea L.

ชื่อสามัญ: ชงโค, ต้นชงโค, ดอกชงโค, เสี้ยวดอกแดง, เสี้ยวหวาน, กะเฮอ สะเปซี, เสี้ยวเลื่อย, ดอกตีนวัว, Orchid tree, Purple orchid tree, Purple bauhinia, Butterfly tree, Camel's foot

วงศ์: Fabaceae (Leguminosae) วงศ์ถั่ว | ถิ่นกำเนิด: เอเชียใต้ถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อินเดีย–เมียนมา) พบในป่าโปร่งผสมและป่าเบญจพรรณของไทย

ไม้กลางแจ้ง

การรดน้ำ

ต้นเล็กสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ไม่ให้น้ำขัง ต้นอายุ 3–5 ปีขึ้นไปอาศัยน้ำฝนได้

แสงแดด

แสงแดดโดยตรง

ระดับความยาก

ง่าย - เหมาะสำหรับมือใหม่

อุณหภูมิ

ร้อนชื้นเขตร้อน

ความสูง

ราว 5–15 เมตร (ต้นในบ้านส่วนใหญ่ 5–10 เมตร)

การเจริญเติบโต

เร็ว

📌

สรุปสั้น (TL;DR)

อ่าน 30 วินาที
  • 1 ต้นชงโค คือ *Bauhinia purpurea* L. วงศ์ถั่ว (Fabaceae) ภาษาอังกฤษ Orchid tree / Purple bauhinia สูงราว 5–15 ม.
  • 2 ใบเดี่ยวปลายเว้าลึก 2 พู คล้ายรอยกีบวัว ดอก 5 กลีบ สีชมพูถึงม่วงแดง หอมอ่อน ติดฝักแบนยาว 15–30 ซม.
  • 3 ชงโคฮอลแลนด์ = ชงโคฮ่องกง (*B. × blakeana*) ลูกผสมชงโค × เสี้ยวดอกขาว ดอกใหญ่ 10–15 ซม. ไม่ติดฝัก
  • 4 ชงโคขาว/ชงโคป่า คือ *B. pottsii* var. *subsessilis* ส่วน ชงโคแดง คือกาหลงแดง *B. galpinii*
  • 5 ตามความเชื่อเป็นต้นไม้ของพระลักษมี นิยมปลูกทิศตะวันตก ห่างบ้าน 4–5 ม. และเป็นต้นไม้ประจำหลายสถาบัน
  • 6 ชอบแดดจัด ดินร่วนระบายน้ำดี ทนแล้ง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอน ปักชำ กิ่งเปราะ หักง่ายช่วงพายุ
  • 7 ดอกและยอดอ่อนกินได้ (ผักเสี้ยว ใส่แกงรสเปรี้ยว) สรรพคุณเป็นภูมิปัญญา ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

🛒 ซื้อต้นชงโค — ส่งตรงจากเกษตรกร

สั่งซื้อต้นจริงจากสวนทั่วประเทศ ผ่านตลาด KASETIDEA ไม่ผ่านคนกลาง

🌿

ยังไม่มีร้านขายต้นชงโคในตลาดตอนนี้

ลองดูต้นไม้อื่นในตลาด หรือเป็นร้านแรกที่ลงขายต้นนี้

🛒 ดูตลาดต้นไม้ + ลงขายต้นนี้

ข้อมูลทั่วไป

ต้นชงโค คือไม้ยืนต้นผลัดใบในวงศ์ถั่ว (Fabaceae) ชื่อวิทยาศาสตร์ Bauhinia purpurea L. สูงราว 5–15 เมตร มีใบเดี่ยวปลายเว้าลึกเป็น 2 พูคล้ายรอยกีบวัว ดอกชงโคมี 5 กลีบ สีชมพูถึงม่วงแดง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง และติดฝักแบนยาวคล้ายฝักถั่ว

☀️
แดดจัด
ความต้องการแสง
💧
ปานกลาง
ความต้องการน้ำ
🌱
ง่าย
ระดับการดูแล
🌳
5–15 ม.
ความสูง

ชงโคเป็นต้นไม้ที่คนไทยรู้จักมานาน ชื่อนี้มีในวรรณคดีตั้งแต่สมัยอยุธยา และยังเป็นต้นไม้ประจำของหลายสถาบัน บทความนี้รวบรวมตั้งแต่ชื่อวิทยาศาสตร์และชื่อภาษาอังกฤษ ลักษณะใบชงโค ดอกชงโคสีม่วงและสีชมพู ความต่างระหว่างชงโคกับชงโคฮอลแลนด์ (ชงโคฮ่องกง) ชงโคขาว ชงโคป่า และชงโคแดง ความหมายและความเชื่อเรื่องทิศปลูก ไปจนถึงวิธีปลูก ดูแล ขยายพันธุ์ ดอกชงโคกินได้ไหม และราคาต้นชงโค

🌸 ต้นชงโค คืออะไร ข้อมูลพื้นฐานที่ควรรู้

ต้นชงโคคือไม้ต้นขนาดกลางในสกุล Bauhinia สกุลเดียวกับกาหลงและเสี้ยว ปลูกกันมากเป็นไม้ดอกและไม้ให้ร่มเงา เพราะทรงพุ่มกว้าง ใบดก และดอกบานพร้อมกันทั้งต้น

มูลนิธิหมอชาวบ้านระบุว่าชงโคมีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ เช่น อินเดีย พม่า ไทย กัมพูชา และมาเลเซีย ในไทยพบตามป่าโปร่งผสมและป่าเบญจพรรณ มากทางภาคเหนือและภาคกลาง ส่วน NParks ของสิงคโปร์และ Wikipedia ระบุถิ่นกำเนิดว่าอยู่ในช่วงอินเดียถึงเมียนมา แล้วถูกนำไปปลูกทั่วเขตร้อน

ชื่อไทย ชงโค, ต้นชงโค, ดอกชงโค ชื่อท้องถิ่น: เสี้ยวดอกแดง (เหนือ), เสี้ยวหวาน (แม่ฮ่องสอน), กะเฮอ สะเปซี (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน), เสี้ยวเลื่อย (ใต้), ดอกตีนวัว
ชื่อวิทยาศาสตร์ Bauhinia purpurea L. (ชื่อพ้อง Phanera purpurea (L.) Benth.)
ชื่อภาษาอังกฤษ Orchid tree, Purple orchid tree, Purple bauhinia, Butterfly tree, Camel’s foot
วงศ์ Fabaceae (Leguminosae) วงศ์ถั่ว เอกสารเก่าบางฉบับจัดไว้ใน Caesalpiniaceae
ประเภท ไม้ยืนต้นผลัดใบ ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งน้อย ทรงพุ่มกว้าง
ความสูง ราว 5–15 เมตร (ต้นในบ้านส่วนใหญ่ 5–10 เมตร)
ทรงพุ่ม วาโยฟาร์มระบุกว้างราว 3–5 เมตร ส่วน UF/IFAS (ฟลอริดา) ระบุว่ากว้างได้ถึงราว 9–10 เมตร (30–35 ฟุต)
ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ ปลายเว้าลึกเป็น 2 พู โคนเว้ารูปหัวใจ
ดอก ช่อละราว 6–10 ดอก 5 กลีบแยกกัน สีชมพูถึงม่วงแดง กว้างราว 7–9 ซม. หอมอ่อน ๆ
ผล ฝักแบนคล้ายฝักถั่ว กว้างราว 1.5–2 ซม. ยาว 15–30 ซม. แก่แล้วแตกเป็น 2 ซีก
แสงแดด แดดจัดเต็มวัน (NParks: แดดเต็มวันถึงรำไร)
ดิน ดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี
ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำกิ่ง
สัตว์เลี้ยง ยังไม่พบข้อมูลจาก ASPCA ว่าเป็นพิษหรือไม่เป็นพิษต่อสุนัขและแมว

ถ้าอยากได้ไม้ยืนต้นดอกสวยต้นอื่นไว้เทียบ ลองดู เหลืองชัชวาลย์ หรือไม้ทรงสูงอย่าง อโศกอินเดีย ที่นิยมปลูกริมรั้ว

🔤 ชงโค ชื่อวิทยาศาสตร์ ชงโค ภาษาอังกฤษ และชื่อท้องถิ่น

ชงโคมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bauhinia purpurea L. ส่วนชงโคภาษาอังกฤษเรียกว่า Orchid tree หรือ Purple orchid tree เพราะดอกบานคล้ายกล้วยไม้ บางแหล่งเรียก Butterfly tree ตามรูปใบที่ดูเหมือนปีกผีเสื้อ

คำระบุชนิด purpurea แปลว่าสีม่วง ตรงกับสีดอก Wikipedia ระบุว่าบางฐานข้อมูลใช้ชื่อพ้อง Phanera purpurea ส่วนที่มาของชื่อไทย มูลนิธิหมอชาวบ้านสันนิษฐานว่ามาจากใบคู่ที่คล้ายรอยเท้าวัว (โค) ซึ่งเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน

ชื่อที่ใช้ ภาษา/พื้นที่ หมายเหตุ
ชงโค กรุงเทพฯ ภาคกลาง ชื่อที่ใช้ทั่วไป
เสี้ยวดอกแดง ภาคเหนือ ใช้แยกจากเสี้ยวดอกขาว (B. variegata)
เสี้ยวหวาน, กะเฮอ สะเปซี แม่ฮ่องสอน กะเฮอ สะเปซี เป็นชื่อในภาษากะเหรี่ยง
เสี้ยวเลื่อย ภาคใต้ ตามกรมหม่อนไหมและ MedThai
ดอกตีนวัว ทั่วไป ตามรูปใบ
Orchid tree / Purple bauhinia อังกฤษ ชื่อสามัญที่พบในฐานข้อมูลต่างประเทศ
Butterfly tree / Camel’s foot อังกฤษ มาจากรูปใบ 2 พู
Alibangbang ฟิลิปปินส์ แปลว่า “ผีเสื้อ”

ข้อควรรู้คือฐานข้อมูลไทยหลายแห่ง (addrun, MedThai) ใส่ชื่อ Hong Kong orchid tree ไว้กับชงโคด้วย แต่ในฐานข้อมูลต่างประเทศ ชื่อนี้มักหมายถึง Bauhinia × blakeana หรือชงโคฮอลแลนด์ ซึ่งเป็นคนละต้น ถ้าค้นหาข้อมูลภาษาอังกฤษให้ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์จะแม่นกว่า

🌿 ลักษณะต้นชงโค ใบชงโค และฝักชงโค

ใบชงโคปลายเว้าลึกเป็นสองพูคล้ายรอยกีบวัวบนกิ่งต้นชงโค
ใบชงโคเป็นใบเดี่ยว ปลายเว้าลึกเป็น 2 พู ดูคล้ายใบแฝดติดกัน

ต้นชงโคเป็นไม้ต้นลำต้นตรง เปลือกสีเทาผิวขรุขระ ใบชงโคเป็นใบเดี่ยวรูปเกือบกลม ปลายเว้าลึกจนดูเหมือนใบ 2 ใบติดกัน ส่วนผลเป็นฝักแบนยาวที่แตกออกเมื่อแก่

ลำต้นและทรงพุ่ม

addrun และกรมหม่อนไหมระบุความสูง 5–15 เมตร แตกกิ่งน้อย หมอชาวบ้านบอกว่าเป็นไม้ขนาดกลางสูง 5–10 เมตร ทรงพุ่มกว้างและใบดกทึบ UF/IFAS เตือนว่าถ้าไม่ตัดแต่งกิ่งจะห้อยต่ำจนเป็นพุ่มใหญ่ และเนื้อไม้ค่อนข้างเปราะ หักง่ายเมื่อเจอพายุ

ใบชงโค

ใบเรียงสลับ ปลายแยกเป็น 2 พู โคนเว้ารูปหัวใจ ขอบเรียบ ขนาดในแต่ละแหล่งต่างกัน กรมหม่อนไหมระบุกว้างราว 8 ซม. ยาวราว 12 ซม. ส่วน Wikipedia ระบุยาวและกว้าง 10–20 ซม. ใบอ่อนแตกช่วงเมษายน–พฤษภาคม

ฝักและเมล็ด

ฝักแบนคล้ายฝักถั่ว มีขนปกคลุม กว้าง 1–2 ซม. ยาวราว 15–30 ซม. (หมอชาวบ้าน 15–20 ซม., กรมหม่อนไหม 20–25 ซม., JIRCAS 15–30 ซม., Wikipedia ราว 30 ซม.) ฝักแก่สีน้ำตาลถึงดำ แล้วแตกเป็น 2 ซีกตามยาว ภายในมีเมล็ดแบน JIRCAS ระบุ 12–15 เมล็ดต่อฝัก ส่วน NParks ระบุ 6–10 เมล็ด

ส่วนของต้น ลักษณะ จุดที่ใช้สังเกต
ลำต้น ตั้งตรง เปลือกเทา ผิวขรุขระ กิ่งไม่หนาแน่นมาก
ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ ปลายเว้าลึก 2 พู เหมือนใบเสี้ยวและชงโคฮอลแลนด์ ใช้แยกชนิดไม่ได้
ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ช่อละ 6–10 ดอก บานไล่กันในช่อ
ดอก 5 กลีบแยกกัน สีชมพูถึงม่วงแดง กลีบบนสีเข้มกว่า กลีบค่อนข้างแคบ ไม่ซ้อนชิด
ฝัก แบน ยาว 15–30 ซม. แก่แล้วแตก 2 ซีก จุดต่างสำคัญจากชงโคฮอลแลนด์ที่ไม่ติดฝัก

💜 ดอกชงโค สีม่วง สีชมพู และช่วงออกดอก

ดอกชงโคสีชมพูอมม่วง 5 กลีบ กลีบบนสีเข้มกว่า เกสรเพศผู้โค้งยาว
ดอกชงโคมี 5 กลีบแยกกัน สีชมพูถึงม่วงแดง กลีบบนมักสีเข้มกว่า

ดอกชงโคมี 5 กลีบแยกกัน สีตั้งแต่ชมพู ชมพูอมม่วง จนถึงม่วงแดง กลีบบนสุดมักมีสีเข้มกว่าและมีลายเส้น ดอกบานกว้างราว 7–9 ซม. มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ และอยู่บนต้นได้นานราวหนึ่งเดือน

เอกสารของคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ บรรยายว่ากลีบเลี้ยงสีเขียวเชื่อมกัน เมื่อดอกบานกลีบเลี้ยงจะแตกออกด้านเดียวเป็นกาบ รังไข่อยู่เหนือวงกลีบและมีก้านชู ส่วนจำนวนเกสรเพศผู้นั้นแต่ละแหล่งระบุไม่ตรงกัน หมอชาวบ้านและ addrun ระบุ 5 อัน เอกสารของจุฬาฯ นับเป็นเกสรเพศผู้ที่สมบูรณ์ 5 อันและเกสรที่เป็นหมันอีก 5 อัน NParks ระบุ 3–4 อัน และโรงเรียนเสาไห้ระบุ 3 อันยาวไม่เท่ากัน จึงไม่ควรใช้จำนวนเกสรเป็นจุดสังเกตเพียงอย่างเดียว

ปฏิทินรายปีของต้นชงโค ผลัดใบพฤศจิกายนถึงธันวาคม ผลิใบเมษายนถึงพฤษภาคม ออกดอกหลังผลิใบ ติดฝักกรกฎาคมถึงกันยายน ฝักแก่กันยายนถึงธันวาคม
ภาพที่ 2: ปฏิทินผลัดใบ ผลิใบ ออกดอก และติดฝักของต้นชงโค ใช้วางแผนเก็บเมล็ดและตัดแต่งกิ่ง

ดอกชงโคสีม่วง

ดอกชงโคสีม่วงคือสีที่พบบ่อยที่สุด และเป็นที่มาของคำว่า purpurea สีม่วงแดงหรือม่วงอมชมพูนี้เป็นสีของชงโคพันธุ์ไทยทั่วไป ถ้าเห็นต้นริมถนนดอกสีม่วงเข้ม ช่อโต และไม่มีฝัก มีโอกาสเป็นชงโคฮอลแลนด์มากกว่า

ดอกชงโคสีชมพู

หมอชาวบ้านอธิบายว่าสีดอกของต้นที่เพาะจากเมล็ดจะแปรผันตั้งแต่ชมพูอ่อนถึงม่วงแดง ถ้าอยากได้ดอกชงโคสีชมพูให้เหมือนต้นแม่ ต้องขยายพันธุ์ด้วยกิ่ง เช่น ตอน ติดตา หรือทาบกิ่ง ไม่ใช่เพาะเมล็ด

ออกดอกเดือนไหน

แหล่งข้อมูลไทยระบุไม่ตรงกัน หมอชาวบ้านบอกว่าชงโคผลัดใบช่วงพฤศจิกายน–ธันวาคม ผลิใบใหม่เมษายน–พฤษภาคม แล้วเริ่มออกดอกหลังผลิใบ ขณะที่กรมหม่อนไหมและวาโยฟาร์มบอกว่าออกดอกได้ตลอดปี และโรงเรียนเสาไห้ระบุว่าออกดอกเกือบตลอดปี ดกที่สุดในฤดูหนาว ในฟลอริดา UF/IFAS บันทึกช่วงดอกไว้ที่กันยายน–พฤศจิกายน ต้นที่ปลูกจากเมล็ดจึงอาจออกดอกไม่พร้อมกันแม้อยู่ในซอยเดียวกัน

💡 อยากให้ต้นชงโคออกดอกเร็ว
ปลูกจากเมล็ดต้องรอราว 3–5 ปีกว่าจะเห็นดอก แต่ต้นจากกิ่งตอนหรือกิ่งปักชำออกดอกเร็วกว่าประมาณเท่าตัว (หมอชาวบ้าน) ถ้าอยากเห็นดอกชงโคเร็วและได้สีตามต้นแม่ ให้ซื้อกิ่งตอนจากต้นที่เห็นดอกจริงแล้ว

🌺 ชงโคฮอลแลนด์ ชงโคฮ่องกง ต่างจากชงโคอย่างไร

ชงโคฮอลแลนด์และชงโคฮ่องกงคือต้นเดียวกัน ชื่อวิทยาศาสตร์ Bauhinia × blakeana Dunn เป็นลูกผสมระหว่างชงโค (B. purpurea) กับเสี้ยวดอกขาว (B. variegata) ดอกใหญ่และสีเข้มกว่าชงโคธรรมดา และเป็นหมัน ไม่ติดฝัก

คำว่า “ฮอลแลนด์” หรือ “ออสเตรเลีย” เป็นชื่อทางการค้า ไม่ได้มาจากประเทศนั้น (MedThai, ม.ราชภัฏกำแพงเพชร, เดลินิวส์) ส่วนชื่อ “ชงโคฮ่องกง” ตรงกับถิ่นที่พบจริง ต้นแรกพบบนเกาะฮ่องกงราว ค.ศ. 1880 และต้นที่ปลูกทั่วโลกเชื่อว่ามาจากต้นเดียวกันทั้งหมด ดอกชนิดนี้ยังอยู่บนธงและเหรียญของฮ่องกงตั้งแต่ ค.ศ. 1997 สารานุกรมพืชของ NECTEC ระบุว่านำเข้ามาปลูกในไทยจากสิงคโปร์ช่วง พ.ศ. 2503–2505

แผนภาพเปรียบเทียบชงโค Bauhinia purpurea กับชงโคฮอลแลนด์หรือชงโคฮ่องกง Bauhinia x blakeana ใบสองพูเหมือนกัน แต่ชงโคติดฝักและดอกเล็กกว่า ส่วนชงโคฮอลแลนด์เป็นลูกผสมที่เป็นหมัน ไม่ติดฝัก ดอกใหญ่กว่า
ภาพที่ 1: จุดสังเกตแยกต้นชงโคออกจากชงโคฮอลแลนด์ (ชงโคฮ่องกง) ดูจากฝัก ขนาดดอก และวิธีขยายพันธุ์
หัวข้อ ชงโค (B. purpurea) ชงโคฮอลแลนด์ / ฮ่องกง (B. × blakeana)
ที่มา พืชพื้นเมืองเอเชียใต้ถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลูกผสม ชงโค × เสี้ยวดอกขาว พบที่ฮ่องกง
ขนาดดอก ราว 7–9 ซม. ราว 10–15 ซม.
สีดอก ชมพูถึงม่วงแดง ชมพูถึงแดงอมม่วงเข้ม กลีบบนเข้มกว่า
ฝัก ติดฝักแบนยาว 15–30 ซม. ไม่ติดฝัก หรือติดแต่ไม่สมบูรณ์
ขยายพันธุ์ เมล็ด ตอน ปักชำ ตอน ปักชำ ติดกิ่งบนต้นตอชงโค (ไม่มีเมล็ด)
ความสูง ราว 5–15 ม. ราว 6–10 ม.
การผลัดใบ ผลัดใบช่วงปลายปี กึ่งผลัดใบ ถึงไม่ผลัดใบ (ตามแต่ละแหล่ง)
ช่วงดอก หลังผลิใบ บางต้นเกือบทั้งปี เกือบตลอดปี ดกในฤดูหนาว

ชงโคฮอลแลนด์ ปลูกในบ้านได้ไหม

ปลูกในบริเวณบ้านได้ ถ้ามีพื้นที่พอ บ้านและสวนแนะนำระยะปลูก 3–8 เมตร ต้องการแดดตลอดวัน น้ำปานกลาง และทนแล้งเมื่อตั้งตัวแล้ว เดลินิวส์ระบุข้อเสียไว้ว่าใบร่วงและต้องตัดแต่งทรงพุ่มเป็นประจำ ข้อดีคือไม่มีฝักร่วงเกลื่อนพื้นเหมือนชงโคธรรมดา

NParks ใช้จำนวนเกสรเพศผู้ช่วยแยก โดยระบุว่าชงโคฮ่องกงมีเกสรเพศผู้ 5–6 อัน ส่วนชงโคมี 3–4 อัน แต่แหล่งไทยนับเกสรชงโคต่างออกไป (หมอชาวบ้านและ addrun ระบุ 5 อัน โรงเรียนเสาไห้ระบุ 3 อัน) ดังนั้น วิธีที่ง่ายกว่าสำหรับคนทั่วไปคือดูว่าต้นนั้นติดฝักหรือไม่

🤍 ดอกชงโคขาว ต้นชงโคป่า และชงโคแดง คือต้นอะไร

ชื่อ “ชงโคขาว” “ชงโคป่า” และ “ชงโคแดง” ไม่ใช่สีของ B. purpurea แต่เป็นพืชสกุลเดียวกันคนละชนิด ชงโคขาวหรือชงโคป่าคือ Bauhinia pottsii var. subsessilis ส่วนชงโคแดงคือกาหลงแดง Bauhinia galpinii ไม้พุ่มดอกแดงจากแอฟริกาใต้

ชื่อที่ค้นหา ชื่อวิทยาศาสตร์ตามแหล่ง ลักษณะเด่น แหล่งข้อมูล
ชงโค (ชงโคไทย) Bauhinia purpurea ไม้ต้น 5–15 ม. ดอกชมพู–ม่วงแดง ติดฝัก addrun, หมอชาวบ้าน
ชงโคฮอลแลนด์ / ชงโคฮ่องกง Bauhinia × blakeana ดอกใหญ่ 10–15 ซม. ไม่ติดฝัก บ้านและสวน, NECTEC
ชงโคขาว / ชงโคป่า Bauhinia pottsii var. subsessilis ไม้พุ่มหรือพุ่มรอเลื้อย ดอกขาว กลีบในสุดมีแต้มเหลือง NECTEC
เสี้ยวดอกขาว Bauhinia variegata ไม้ต้น ดอกขาวมีริ้วเหลืองหรือแดง หอม พิพิธภัณฑ์ ม.ขอนแก่น
ชงโคแดง / กาหลงแดง Bauhinia galpinii ไม้พุ่มรอเลื้อย สูงถึง 3 ม. ดอกแดง ออกดอกทั้งปี addrun

ดอกชงโคขาว

คนที่ค้นหาดอกชงโคขาวมักหมายถึง 2 ต้น ต้นแรกคือชงโคขาว B. pottsii var. subsessilis ไม้พุ่มดอกขาวที่ NECTEC ระบุว่ามีชื่อท้องถิ่นว่าชงโคป่า (จันทบุรี) ชังโค (ตราด) และชุมโค (ชุมพร) ต้นที่สองคือเสี้ยวดอกขาว B. variegata ไม้ต้นดอกขาวกลิ่นหอม ซึ่งเป็นพ่อหรือแม่พันธุ์อีกฝั่งของชงโคฮอลแลนด์ นอกจากนี้โรงเรียนเสาไห้บันทึกว่าชงโค B. purpurea เองก็มีดอกสีขาวได้ แต่พบน้อยกว่าสีชมพูและม่วง

ต้นชงโคป่า

ตาม NECTEC ชงโคป่าเป็นชื่อท้องถิ่นของชงโคขาว (B. pottsii var. subsessilis) พบทางภาคตะวันออกเฉียงใต้และภาคใต้ของไทย ขึ้นตามชายป่าดิบตั้งแต่ใกล้ระดับทะเลถึงราว 200 เมตร ออกดอกและผลเกือบตลอดปี เป็นไม้พุ่มหรือพุ่มรอเลื้อย ไม่ใช่ไม้ต้นใหญ่แบบชงโคที่ปลูกริมถนน

ชงโคแดง

addrun ระบุว่า “ชงโคแดง” เป็นชื่ออื่นของกาหลงแดง Bauhinia galpinii ไม้พุ่มรอเลื้อยจากแอฟริกาใต้ สูงได้ถึง 3 เมตร ดอกสีแดงสด ออกดอกตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและตอนกิ่ง ต้นนี้เหมาะทำซุ้มหรือแนวรั้วมากกว่าปลูกเป็นไม้ให้ร่มเงา

🎓 ดอกชงโค ความหมาย และต้นชงโคประจำสถาบัน

ในความเชื่อของชาวฮินดู ชงโคถือเป็นต้นไม้ของสวรรค์และเป็นต้นไม้ของพระลักษมี จึงนิยมปลูกในบ้านและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ในไทยต้นชงโคจึงถูกนับเป็นไม้มงคล และหลายสถาบันเลือกเป็นต้นไม้ประจำ

บริบท ความหมาย / การใช้ แหล่งที่มา
ศาสนาฮินดู ต้นไม้ของสวรรค์ในเทวโลก ต้นไม้ของพระลักษมี หมอชาวบ้าน, ม.ราชภัฏกำแพงเพชร
ความเชื่อไทย ไม้มงคล ปลูกแล้วเชื่อว่าเสริมความเจริญและคุ้มครองครอบครัว เกษตรทูเดย์
รูปใบ ใบคล้ายรอยกีบวัว จึงโยงกับพระนารายณ์และพระลักษมี เกษตรทูเดย์
ต้นไม้ประจำสถาบัน คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ, คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล., ม.ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และหลายโรงเรียน ม.ราชภัฏกำแพงเพชร
ฮ่องกง ดอกชงโคฮ่องกง (B. × blakeana) เป็นสัญลักษณ์บนธงและเหรียญ Wikipedia, NParks

ต้นชงโค ความหมายในฐานะต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย

ฐานข้อมูลท้องถิ่นของ ม.ราชภัฏกำแพงเพชร ระบุว่าชงโคเป็นต้นไม้ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา โรงเรียนเทพลีลา และโรงเรียนปิยะบุตร์

ทั้งหมดนี้เป็นความหมายเชิงสัญลักษณ์และความเชื่อ ไม่มีผลทางวิทยาศาสตร์รองรับ แต่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ต้นชงโคนิยมปลูกในวัด โรงเรียน และบ้าน

🧭 ต้นชงโค ปลูกทิศไหนดี ตามความเชื่อ

ตามความเชื่อที่บทความเกษตรทูเดย์รวบรวมไว้ ควรปลูกต้นชงโคทางทิศตะวันตกของบ้าน โดยให้ห่างตัวบ้านอย่างน้อย 4–5 เมตร เหตุผลด้านใช้งานคือทรงพุ่มจะช่วยบังแดดบ่ายและทำให้บ้านเย็นลง

คำแนะนำนี้เป็นความเชื่อผสมกับเหตุผลเรื่องร่มเงา ไม่ใช่กฎตายตัว สิ่งที่สำคัญกว่าทิศคือจุดนั้นต้องได้แดดเต็มวัน และมีระยะพอให้ทรงพุ่มแผ่ออกได้โดยไม่ชนหลังคา สายไฟ หรือรั้ว วาโยฟาร์มระบุทรงพุ่มกว้างราว 3–5 เมตร แต่ UF/IFAS บันทึกว่าต้นที่โตเต็มที่กว้างได้ถึงราว 9–10 เมตร ถ้ามีพื้นที่ ควรเว้นห่างตัวบ้านมากกว่า 4–5 เมตรตามความเชื่อ หรือตัดแต่งคุมทรงพุ่มเป็นประจำ

ทิศ / ตำแหน่ง ความเชื่อหรือเหตุผล ข้อควรคิด
ทิศตะวันตก ความเชื่อ: เหมาะกับชงโค ช่วยบังแดดบ่าย ห่างบ้าน 4–5 ม. ขึ้นไป
หน้าบ้าน / สนาม ได้แดดเต็มวัน เห็นดอกชัด ต้องเผื่อพื้นที่กวาดใบและฝัก
ชิดผนังบ้าน ไม่แนะนำ กิ่งเปราะ หักง่ายเมื่อเจอพายุ (UF/IFAS)
ใต้สายไฟ ไม่แนะนำ ต้นสูงได้ถึง 15 ม. ต้องตัดกิ่งบ่อย
💡 ที่แคบก็ปลูกชงโคตามทิศได้
ถ้าที่ดินแคบ ให้วางต้นชงโคไว้มุมทิศตะวันตกที่ห่างตัวบ้านที่สุด ระยะ 5–8 เมตรจากต้นไม้ใหญ่ต้นอื่น (ระยะปลูกตามเกษตรทูเดย์) แล้วตัดแต่งยกทรงพุ่มตั้งแต่ต้นยังเล็ก จะได้ร่มเงาโดยไม่ต้องตัดกิ่งใหญ่ภายหลัง

🏡 ต้นชงโค ปลูกในบ้านได้ไหม

ปลูกในบริเวณบ้านได้ แต่ไม่เหมาะปลูกในอาคาร เพราะต้นชงโคเป็นไม้ยืนต้นที่ต้องการแดดจัดเต็มวันและโตเป็นต้นสูงหลายเมตร คำว่า “ปลูกในบ้าน” ที่คนค้นหาจึงควรหมายถึงปลูกในสนามหรือรั้วบ้าน

ข้อดีคือดอกสวย ให้ร่มเงา ปลูกง่าย และทนทานต่อดินฟ้าอากาศเขตร้อน (หมอชาวบ้าน) ข้อที่ต้องรับให้ได้คือใบร่วงช่วงปลายปี ดอกและฝักร่วงลงพื้น และ UF/IFAS พบว่าเมล็ดที่หล่นงอกเป็นต้นกล้าได้เองในสวน ในฟลอริดา IFAS จัด B. purpurea ไว้ในกลุ่มพืชรุกรานที่ไม่แนะนำให้ปลูก ซึ่งเป็นบริบทของรัฐนั้น ไม่ใช่ของไทย

ประเด็น ชงโค ชงโคฮอลแลนด์
พื้นที่ที่ต้องมี กว้าง ทรงพุ่มราว 3–5 ม. (วาโยฟาร์ม) ถึง 9–10 ม. (UF/IFAS) ระยะปลูก 3–8 ม. (บ้านและสวน)
ขยะใบ ดอก ฝัก มีฝักแก่ร่วง เมล็ดงอกเอง ไม่มีฝัก มีแต่ใบและดอก
ใบร่วง ผลัดใบช่วงปลายปี ใบร่วงบ้าง ต้องตัดแต่ง
ความเสี่ยงกิ่งหัก เนื้อไม้เปราะ (UF/IFAS) ควรตัดแต่งโปร่ง
เหมาะกับ บ้านสวน รั้วกว้าง ริมถนน บ้านที่อยากได้ดอกใหญ่และไม่อยากเก็บฝัก

🌱 วิธีปลูกต้นชงโคลงดินให้โตไว

ต้นกล้าชงโคปลูกลงดินในสนามบ้าน มีไม้ค้ำและวัสดุคลุมโคน
ปลูกต้นชงโคในที่แดดจัด ห่างตัวบ้านอย่างน้อย 4–5 เมตร

ปลูกต้นชงโคในจุดที่ได้แดดเต็มวัน ใช้ดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำดี ขุดหลุมกว้างกว่าถุงต้นกล้า ผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรองก้นหลุม แล้ววางต้นให้โคนอยู่ระดับเดียวกับผิวดิน

  1. เลือกจุดปลูก แดดจัด ห่างตัวบ้าน 4–5 เมตรขึ้นไป ห่างต้นใหญ่ต้นอื่น 5–8 เมตร
  2. เตรียมดิน ดินร่วนหรือร่วนปนทราย (addrun, วาโยฟาร์ม) NParks ระบุว่ารับได้ทั้งดินร่วนอุดมสมบูรณ์และดินเป็นกรด
  3. ใส่ปุ๋ยรองก้นหลุม ใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก คลุกกับดินเดิม
  4. วางต้นและกลบดิน อย่าปลูกลึกกว่าระดับดินในถุงเดิม กดดินรอบโคนให้แน่น
  5. ปักไม้ค้ำ สำหรับต้นที่สูงเกิน 1 เมตร ป้องกันลมโยก
  6. รดน้ำให้ชุ่ม แล้วคลุมโคนด้วยฟางหรือใบไม้แห้งเพื่อเก็บความชื้น

สำหรับต้นอายุน้อย เกษตรทูเดย์แนะนำรดน้ำสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง อย่าให้น้ำขัง ต้นอายุ 3–5 ปีขึ้นไปส่วนใหญ่อาศัยน้ำฝนได้ ดูวิธีเลือกสูตรปุ๋ยเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือใส่ปุ๋ยต้นไม้ หรือคำนวณปริมาณด้วย เครื่องคำนวณปุ๋ย

💧 การดูแลต้นชงโค แดด น้ำ ดิน ปุ๋ย และการตัดแต่ง

ต้นชงโคดูแลง่าย ขอแค่แดดจัด ดินระบายน้ำดี และรดน้ำสม่ำเสมอช่วงต้นยังเล็ก เมื่อโตแล้วทนแล้งได้ดี UF/IFAS ระบุว่าทนแล้งสูงและออกดอกดีในดินที่ค่อนข้างแห้ง

เรื่อง คำแนะนำ ที่มา
แสงแดด แดดเต็มวันดีที่สุด ทนแดดรำไรได้บ้าง UF/IFAS, NParks, วาโยฟาร์ม
น้ำ ต้นเล็กสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ไม่ให้แฉะ ต้นใหญ่อาศัยน้ำฝน เกษตรทูเดย์, วาโยฟาร์ม
ดิน ร่วน ร่วนปนทราย หรือดินเหนียวที่ระบายน้ำดี รับได้ทั้งกรดและด่างอ่อน addrun, UF/IFAS
ปุ๋ย ปุ๋ยหมักปีละ 2–3 ครั้ง ช่วงก่อนออกดอกปล่อยดินแห้งบ้าง เกษตรทูเดย์
ตัดแต่ง ต้นเล็กตัดแต่งให้มีลำต้นหลักชัด ยกกิ่งล่างที่ห้อยต่ำ UF/IFAS
ความเค็ม ทนละอองเกลือได้ปานกลาง UF/IFAS

ทำไมต้นชงโคใบดกแต่ดอกน้อย

เกษตรทูเดย์ระบุว่าถ้าดินชื้นเกินไป ต้นจะแตกใบมากแทนการออกดอก ต้นที่ปลูกในร่มก็ออกดอกน้อยเช่นกัน ต้นที่เพาะจากเมล็ดยังต้องใช้เวลา 3–5 ปีกว่าจะเริ่มออกดอก ถ้าต้นยังเล็กอยู่ก็ยังไม่ต้องกังวล

⚠️ กิ่งชงโคหักง่ายช่วงพายุ
UF/IFAS ระบุว่าเนื้อไม้ชงโคค่อนข้างเปราะและหักง่ายเมื่อเจอพายุ อย่าปลูกชิดหลังคา รถ หรือทางเดิน ตัดแต่งกิ่งที่ยื่นยาวและกิ่งที่ทำมุมแคบกับลำต้นตั้งแต่ยังเล็ก และตรวจกิ่งหลังพายุทุกครั้ง

🌰 วิธีขยายพันธุ์ต้นชงโค เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ

ฝักชงโคแบนยาวสีน้ำตาลแตกสองซีก และเมล็ดชงโคบนพื้นดินในสวน
ฝักชงโคแก่แตกเป็น 2 ซีก เมล็ดแบนนำไปเพาะได้

ต้นชงโคขยายพันธุ์ได้ 3 วิธี คือเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง และปักชำกิ่ง การเพาะเมล็ดง่ายที่สุดและได้ต้นจำนวนมาก ส่วนการตอนหรือปักชำได้ต้นที่สีดอกเหมือนต้นแม่และออกดอกเร็วกว่า

วิธี ขั้นตอนสั้น ๆ ข้อดี ข้อจำกัด
เพาะเมล็ด เก็บเมล็ดจากฝักแก่ แช่น้ำ 1 วัน เพาะในถุงดินผสมอินทรียวัตถุ ง่าย ได้ต้นมาก ระบบรากแข็งแรง สีดอกแปรผัน ออกดอกช้า 3–5 ปี
ตอนกิ่ง ควั่นเปลือกกิ่งกึ่งแก่ หุ้มขุยมะพร้าวชื้น รอรากออกแล้วตัดลงถุง สีดอกตรงต้นแม่ ออกดอกเร็ว ได้จำนวนน้อย
ปักชำกิ่ง ชำกิ่งในวัสดุชื้น ย้ายปลูกเมื่อสูง 25–30 ซม. หรือ 1–2 เดือนหลังแตกยอด ต้นเตี้ยกว่า ออกดอกเร็ว แตกกิ่งน้อยกว่าต้นจากเมล็ด
ติดกิ่ง (ชงโคฮอลแลนด์) ใช้ต้นชงโคเป็นต้นตอ ขยายพันธุ์ลูกผสมที่ไม่มีเมล็ด ต้องมีทักษะ

วิธีตอนกิ่งแบบละเอียดอ่านได้ที่ วิธีตอนกิ่ง และการเลือกกิ่งปักชำที่ คู่มือปักชำกิ่ง

💡 เก็บเมล็ดชงโคให้งอกดี
เก็บฝักชงโคตอนเปลือกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแต่ยังไม่แตก (ราวกันยายน–ธันวาคม) ตากในที่ร่มจนฝักแตกเอง แล้วคัดเมล็ดที่แบนเต็ม ไม่ลีบ แช่น้ำ 1 วันก่อนเพาะ เมล็ดจะงอกพร้อมกันกว่า

🥗 ดอกชงโค กินได้ไหม ผักชงโค และใบชงโค

กินได้ NParks ระบุว่าดอกชงโคกินได้ และ Wikipedia ระบุว่าใบอ่อนและดอกกินได้ ในไทย JIRCAS บันทึกชงโคไว้ในฐานข้อมูลผักพื้นบ้านในชื่อ “ผักเสี้ยว” โดยใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนใส่แกง ให้รสเปรี้ยวอ่อน ๆ

ส่วนที่ใช้ วิธีใช้ตามแหล่ง แหล่งที่มา
ยอดอ่อน ใบอ่อน (ผักชงโค / ผักเสี้ยว) ใส่แกง ให้รสเปรี้ยว JIRCAS
ใบ ฟิลิปปินส์ใช้ใบรสเปรี้ยวปรุงแกงส้ม (sinigang) และทำของดอง Wikipedia
ดอก อินเดียใช้ใส่ของดองและแกง Wikipedia
ใบอ่อน เคี้ยวเพื่อลดกลิ่นปาก วาโยฟาร์ม
ดอก ต้มน้ำดื่ม วาโยฟาร์ม

ข้อควรระวังคือ ตำราหลายแหล่งระบุว่าดอกชงโคมีฤทธิ์เป็นยาระบาย จึงควรกินในปริมาณพอเหมาะแบบผักพื้นบ้าน และเลือกเก็บจากต้นที่ไม่ได้ฉีดยาฆ่าแมลง ต้นริมถนนที่มีฝุ่นควันมากไม่ควรนำมากิน

🌿 ชงโค สรรพคุณ และประโยชน์ของต้นชงโค

ประโยชน์หลักของต้นชงโคคือเป็นไม้ประดับดอกสวยและไม้ให้ร่มเงา นอกจากนี้ยังใช้ย้อมผ้าและมีการใช้ในตำรายาไทยหลายส่วน ข้อมูลสรรพคุณด้านล่างเป็นการใช้ตามภูมิปัญญาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

ส่วนของต้น การใช้ตามตำรายาไทย / พื้นบ้าน แหล่งที่มา
เปลือกต้น แก้ท้องเสีย แก้บิด หมอชาวบ้าน, ร.ร.เสาไห้
ดอก แก้พิษไข้ร้อนจากเลือดและน้ำดี ใช้เป็นยาระบาย หมอชาวบ้าน, MedThai
ใบ ฟอกฝีและแผล ต้มแก้ไอ หมอชาวบ้าน, ร.ร.เสาไห้
ราก ขับลม หมอชาวบ้าน
ใบ (มาเลเซีย ไทย) ชาวบ้านใช้รักษาแผลและฝี NParks

ต้นชงโค ประโยชน์ด้านอื่น

  • ไม้ประดับและไม้ให้ร่มเงา ทรงพุ่มกว้าง ใบดก เหมาะกับสวนสาธารณะ ริมถนน และโรงเรียน
  • ย้อมผ้า กรมหม่อนไหมทดลองย้อมด้วยเปลือกต้นได้สีชมพูอ่อน และใช้ใบได้สีน้ำตาลอ่อน เทาอมน้ำตาล น้ำตาลเข้ม และเหลืองอมน้ำตาล ขึ้นกับสารช่วยติดสี
  • ต้นตอ ใช้เป็นต้นตอสำหรับติดกิ่งชงโคฮอลแลนด์ (Wikipedia)
  • ผักพื้นบ้าน ยอดอ่อนใส่แกง ให้รสเปรี้ยว
⚠️ สรรพคุณเป็นภูมิปัญญา ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
ห้ามใช้ชงโคแทนยาที่แพทย์สั่ง ตำราที่อ้างถึงไม่ได้ระบุขนาดที่ปลอดภัย และ NParks แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้พืชเป็นยา ผู้ที่ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีโรคประจำตัวควรหลีกเลี่ยง ส่วนเรื่องความปลอดภัยต่อสุนัขและแมว ยังไม่พบข้อมูลจาก ASPCA จึงไม่ควรปล่อยให้สัตว์เลี้ยงแทะใบหรือฝัก

🐛 ปัญหาที่พบบ่อยของต้นชงโค และวิธีแก้

ต้นชงโคแข็งแรงและโรคน้อย UF/IFAS ระบุศัตรูหลักไว้ คือหนอนเจาะลำต้น หนอนกินใบ และไร ส่วนโรคที่พบคือใบจุดและใบไหม้ ปัญหาที่เจ้าของบ้านเจอบ่อยที่สุดกลับเป็นเรื่องดอกน้อยและกิ่งหัก

อาการ สาเหตุที่เป็นไปได้ วิธีแก้
ใบดกแต่ไม่ออกดอก ดินชื้นเกิน ปลูกในร่ม หรือต้นจากเมล็ดยังอายุไม่ถึง 3–5 ปี ย้ายไปจุดแดดจัด ลดน้ำช่วงก่อนออกดอก
ใบแหว่ง เป็นรู หนอนกินใบ เก็บหนอนออก ตัดใบที่เสียหายมาก
ใบซีด มีจุดประเล็ก ๆ ไรดูดน้ำเลี้ยง ฉีดน้ำใต้ใบ ใช้สารกำจัดไรตามฉลาก
กิ่งเหี่ยว มีขุยที่ลำต้น หนอนเจาะลำต้น ตัดกิ่งที่ถูกเจาะ เผาทำลาย
ใบจุดหรือขอบใบไหม้ โรคใบจุด ใบไหม้ ตัดใบที่เป็นโรค เก็บใบร่วงออกจากโคน
ใบเหลืองระหว่างเส้นใบ ดินด่าง (NParks ระบุในชงโคฮ่องกง) เติมอินทรียวัตถุ เลี่ยงดินปูน
ใบร่วงทั้งต้นปลายปี ผลัดใบตามธรรมชาติช่วง พ.ย.–ธ.ค. ไม่ต้องแก้ ใบใหม่จะแตก เม.ย.–พ.ค.

ถ้าพบเพลี้ยแป้งเกาะตามยอดอ่อน ดูวิธีจัดการได้ที่ วิธีกำจัดเพลี้ยแป้ง

💰 ต้นชงโค ราคา และวิธีเลือกซื้อ

เกษตรทูเดย์ระบุว่ากิ่งชำต้นชงโคมีราคาราว 200–300 บาทต่อต้น ขึ้นกับขนาดและสายพันธุ์ ส่วนเมล็ดขายราว 20 เมล็ดต่อ 50 บาท ราคาจริงขึ้นกับร้านและขนาดต้น ต้นล้อมที่สูงหลายเมตรจะแพงกว่านี้มาก

แบบที่ซื้อ ราคาโดยประมาณ เหมาะกับ
เมล็ดชงโค ราว 20 เมล็ด 50 บาท คนที่รอได้ 3–5 ปี และอยากได้ต้นจำนวนมาก
กิ่งชำ / กิ่งตอน ราว 200–300 บาท คนที่อยากเห็นดอกเร็วและได้สีตามต้นแม่
ชงโคฮอลแลนด์ กิ่งตอน ไม่พบราคาอ้างอิง ให้สอบถามร้าน คนที่อยากได้ดอกใหญ่ ไม่มีฝัก

เลือกซื้อให้ได้ต้นที่ต้องการ

  • ถามให้ชัดว่าเป็นชงโคไทย หรือชงโคฮอลแลนด์ เพราะใบเหมือนกันมาก
  • ถ้าอยากได้สีดอกเฉพาะ ให้ซื้อกิ่งตอนจากต้นที่เห็นดอกแล้ว ไม่ใช่ต้นเพาะเมล็ด
  • เลือกต้นที่ลำต้นตรง ใบเขียว ไม่มีรูเจาะหรือขุยที่โคน
  • ถ้าร้านขายชื่อ “ชงโคแดง” ให้ตรวจว่าเป็นกาหลงแดง ไม้พุ่มรอเลื้อย ไม่ใช่ไม้ต้นใหญ่

📚 แหล่งอ้างอิง

🌱 ปลูกต้นไม้อยู่แล้ว อยากมีรายได้เพิ่ม?

เปลี่ยนต้นไม้ที่คุณปลูกให้เป็นรายได้ เปิดร้านบน KASETIDEA Market ได้ง่ายๆ ไม่กี่นาที มีหน้าร้านออนไลน์ของตัวเอง ให้ลูกค้าทั่วประเทศหาคุณเจอ

ลงขายต้นไม้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

+ ต้นชงโคชอบแดดไหม

ต้นชงโคชอบแดดจัด ปลูกในที่ได้แดดเต็มวันจะออกดอกดีที่สุด ทนแดดรำไรได้บ้างแต่ดอกจะน้อยลง ถ้าปลูกในร่มหรือดินชื้นเกินไป ต้นมักแตกใบมากแทนการออกดอก

+ ชงโคกับชงโคฮอลแลนด์ต่างกันอย่างไร

ชงโค (Bauhinia purpurea) เป็นพืชพื้นเมือง ดอกกว้างราว 7–9 ซม. และติดฝักแบนยาว ส่วนชงโคฮอลแลนด์หรือชงโคฮ่องกง (Bauhinia × blakeana) เป็นลูกผสมระหว่างชงโคกับเสี้ยวดอกขาว ดอกใหญ่ราว 10–15 ซม. สีเข้มกว่า และเป็นหมันไม่ติดฝัก จึงต้องขยายพันธุ์ด้วยกิ่ง ชื่อฮอลแลนด์เป็นชื่อทางการค้า ไม่ได้มาจากเนเธอร์แลนด์

+ ดอกชงโคหมายถึงอะไร

ตามความเชื่อของชาวฮินดู ชงโคเป็นต้นไม้ของสวรรค์และเป็นต้นไม้ของพระลักษมี จึงถือเป็นไม้มงคลที่นิยมปลูกในบ้านและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ในไทยชงโคยังเป็นต้นไม้ประจำของหลายสถาบัน เช่น คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล.

+ ต้นชงโคปลูกทิศไหนดี

ตามความเชื่อที่นิยมกัน ควรปลูกต้นชงโคทางทิศตะวันตกของบ้าน ห่างตัวบ้านอย่างน้อย 4–5 เมตร ทรงพุ่มจะช่วยบังแดดบ่ายให้บ้านเย็นลง ที่สำคัญกว่าทิศคือจุดนั้นต้องได้แดดเต็มวันและมีพื้นที่ให้ทรงพุ่มแผ่ได้ เพราะกิ่งชงโคเปราะและหักง่ายช่วงพายุ

+ ดอกชงโคกินได้ไหม

กินได้ NParks และ Wikipedia ระบุว่าดอกและใบอ่อนกินได้ ในไทยมีการใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนในชื่อผักเสี้ยวใส่แกงให้รสเปรี้ยว แต่ตำราระบุว่าดอกมีฤทธิ์เป็นยาระบาย จึงควรกินพอประมาณ และไม่เก็บจากต้นริมถนนหรือต้นที่ฉีดยา

แชร์หน้านี้ให้เพื่อน
Facebook LINE X

📚 แหล่งอ้างอิง

addrun, มูลนิธิหมอชาวบ้าน, ม.ราชภัฏกำแพงเพชร, กรมหม่อนไหม, ร.ร.เสาไห้, คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ, NECTEC, พิพิธภัณฑ์ ม.ขอนแก่น, บ้านและสวน, เดลินิวส์, เกษตรทูเดย์, MedThai, วาโยฟาร์ม, NParks, UF/IFAS, JIRCAS, Wikipedia

ความคิดเห็นและคำถาม