ต้นพลับพลึงกอใหญ่ใบหนายาวสีเขียวเป็นมัน และช่อดอกพลับพลึงสีขาวกลีบเรียวในสวนไทย

ต้นพลับพลึง

Crinum asiaticum L.

ชื่อสามัญ: พลับพลึง, ต้นพลับพลึง, ดอกพลับพลึง, ว่านชน, ลิลัว, Poison bulb, Giant crinum lily, Spider lily, Seashore lily

วงศ์: Amaryllidaceae (วงศ์ย่อย Amaryllidoideae) | ถิ่นกำเนิด: มหาสมุทรอินเดีย เอเชียเขตร้อนและกึ่งร้อน ถึงแปซิฟิกตะวันตกเฉียงใต้ (รวมถึงไทย)

เป็นพิษต่อมนุษย์ ไม้กระถาง

การรดน้ำ

รดสม่ำเสมอจนต้นตั้งตัว ต้นที่โตแล้วรดเสริมช่วงแล้งนาน ไม่ให้ดินแฉะขัง

แสงแดด

แสงแดดโดยตรง

ระดับความยาก

ง่าย - เหมาะสำหรับมือใหม่

อุณหภูมิ

ชอบอากาศร้อนชื้นแบบเขตร้อน ทนร้อนและลมแรง

ความสูง

ราว 1–1.2 เมตร สูงได้ถึง 2 เมตร

การเจริญเติบโต

ปานกลาง

📌

สรุปสั้น (TL;DR)

อ่าน 30 วินาที
  • 1 ต้นพลับพลึง คือ *Crinum asiaticum* L. วงศ์ Amaryllidaceae ภาษาอังกฤษ Poison bulb / Spider lily
  • 2 ไม้หัวพื้นเมืองเอเชียเขตร้อน รวมถึงไทย ใบหนายาว 50–150 ซม. ต้นสูงราว 1–2 ม.
  • 3 ดอกพลับพลึง สีขาว กลีบแคบ 6 กลีบ เกสรแดงอมม่วง ออกเป็นช่อซี่ร่ม หอมตอนกลางคืน
  • 4 พลับพลึงธาร (*C. thaianum*) เป็นพืชถิ่นเดียวของระนองและพังงา ถูกคุกคาม บาน ต.ค.–ธ.ค.
  • 5 ตามความเชื่อเป็นไม้มงคล (ความรัก ชัยชนะ) ไม่พบแหล่งที่ระบุว่าห้ามปลูกในบ้าน
  • 6 ใบอังไฟประคบแก้เคล็ดขัดยอกตามภูมิปัญญา (ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์)
  • 7 ทุกส่วนมีพิษหากกิน โดยเฉพาะหัว มีสาร lycorine

🛒 ซื้อต้นพลับพลึง — ส่งตรงจากเกษตรกร

สั่งซื้อต้นจริงจากสวนทั่วประเทศ ผ่านตลาด KASETIDEA ไม่ผ่านคนกลาง

🌿

ยังไม่มีร้านขายต้นพลับพลึงในตลาดตอนนี้

ลองดูต้นไม้อื่นในตลาด หรือเป็นร้านแรกที่ลงขายต้นนี้

🛒 ดูตลาดต้นไม้ + ลงขายต้นนี้

ข้อมูลทั่วไป

ต้นพลับพลึง คือไม้ล้มลุกมีหัวใต้ดินในวงศ์ Amaryllidaceae ชื่อวิทยาศาสตร์ Crinum asiaticum L. ใบหนารูปแถบยาวราวหนึ่งเมตรเรียงเป็นกอใหญ่ และมีดอกพลับพลึงสีขาวกลีบเรียวเล็กออกเป็นช่อซี่ร่มบนก้านยาว ส่งกลิ่นหอมชัดในเวลากลางคืน คนไทยปลูกเป็นไม้ประดับมานานจนพบได้ทั่วประเทศ

☀️
แดดจัด
ความต้องการแสง
💧
ปานกลาง
ความต้องการน้ำ
🌱
ง่าย
ระดับการดูแล
☠️
มีพิษ
ทุกส่วนหากกิน โดยเฉพาะหัว

พลับพลึงเป็นทั้งไม้ดอกริมทาง ไม้สมุนไพรพื้นบ้านที่ใช้ใบประคบ และไม้ที่มีความเชื่อผูกอยู่ แต่ก็เป็นพืชมีพิษหากกินเข้าไป บทความนี้รวบรวมข้อมูลจากฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์ หน่วยงานรัฐ และงานวิจัย ตั้งแต่ลักษณะต้นและดอก ชนิดที่คนมักเรียกปนกัน เช่น พลับพลึงแดง พลับพลึงตีนเป็ด และพลับพลึงธาร ไปจนถึงความเชื่อ วิธีปลูก และข้อควรระวังเรื่องพิษ

🌼 ต้นพลับพลึงคืออะไร ข้อมูลพื้นฐานที่ควรรู้

ต้นพลับพลึงเป็นพืชพื้นเมืองของเขตร้อนเอเชียที่ขึ้นเองตามธรรมชาติในไทยด้วย ไม่ใช่ไม้นำเข้า POWO ของสวนพฤกษศาสตร์คิวระบุถิ่นกำเนิดตั้งแต่หมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดีย ผ่านเอเชียเขตร้อนและกึ่งร้อน ไปจนถึงแปซิฟิกตะวันตกเฉียงใต้

ฐานข้อมูลพืชวงศ์ Amaryllidaceae ของประเทศไทยบันทึกว่าพบพลับพลึงตามธรรมชาติในป่าดิบที่ราบต่ำ ริมลำธาร และใกล้ชายหาด ที่ความสูงไม่เกินราว 100 เมตร ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สระบุรี ชลบุรี ตราด ระนอง ภูเก็ต นครศรีธรรมราช สตูล และนราธิวาส และยังระบุด้วยว่าปลูกเป็นไม้ประดับทั่วประเทศ

ชื่อไทย พลับพลึง, ต้นพลับพลึง, ดอกพลับพลึง, ว่านชน (อีสาน), ลิลัว (เหนือ)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Crinum asiaticum L. (ลินเนียสตั้งชื่อ ค.ศ. 1753)
ชื่อภาษาอังกฤษ Poison bulb, Giant crinum lily, Spider lily, Seashore lily
วงศ์ Amaryllidaceae (วงศ์ย่อย Amaryllidoideae)
ถิ่นกำเนิด มหาสมุทรอินเดีย เอเชียเขตร้อนและกึ่งร้อน ถึงแปซิฟิกตะวันตกเฉียงใต้ รวมถึงไทย
ประเภท ไม้ล้มลุกอายุหลายปี มีหัวใต้ดิน (geophyte) แตกหน่อเป็นกอ
ความสูง ราว 1–1.2 เมตร บางต้นสูงถึง 2 เมตร ทรงพุ่มกว้างราว 2–2.5 เมตร
ใบ รูปแถบหรือรูปใบหอกยาว หนา ขอบเป็นคลื่น ยาว 50–150 ซม. กว้างราว 7–12 ซม. (บางต้นกว้างกว่า)
ดอก สีขาว ออกเป็นช่อซี่ร่ม กลีบรวม 6 กลีบเรียวยาว เกสรเพศผู้สีแดงอมม่วง หอมตอนกลางคืน
ผล ผลกลมแป้น สีเขียวอ่อน กว้างราว 2.5–6.5 ซม. เมล็ดใหญ่ เปลือกเป็นฟองน้ำ ลอยน้ำได้
แสง แดดจัดถึงร่มรำไร
ดิน ปรับตัวได้กว้าง ทนดินเค็มและไอทะเล ชอบดินร่วนชื้นที่อุดมสมบูรณ์
ขยายพันธุ์ แยกหน่อ แยกหัว เพาะเมล็ด
ความเป็นพิษ ทุกส่วนมีพิษหากกิน โดยเฉพาะหัว มีอัลคาลอยด์ lycorine

🔤 พลับพลึง ภาษาอังกฤษ และชื่อวิทยาศาสตร์

พลับพลึงภาษาอังกฤษเรียกได้หลายชื่อ ที่ใช้บ่อยคือ Poison bulb, Giant crinum lily และ Spider lily ส่วนพลับพลึงชื่อวิทยาศาสตร์คือ Crinum asiaticum L. ในวงศ์ Amaryllidaceae ซึ่ง POWO ยอมรับเป็นชื่อที่ถูกต้อง

ชื่อ Poison bulb บอกตรง ๆ ว่าหัวมีพิษ ส่วน Seashore lily ที่ NParks ของสิงคโปร์ใช้ มาจากการที่ต้นชอบขึ้นตามชายฝั่ง Wikipedia ระบุว่ามีชื่อพ้องถึง 68 ชื่อ และ POWO แบ่งเป็น 4 พันธุ์ (variety) คือ var. asiaticum, var. japonicum, var. pedunculatum และ var. sinicum ชื่อไทยท้องถิ่นที่พบคือ ว่านชน (อีสาน) และลิลัว (เหนือ)

ชื่อ ประเภท หมายเหตุ
Crinum asiaticum L. ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับ POWO, ฐานข้อมูลพืชวงศ์ Amaryllidaceae ของไทย
Poison bulb ชื่ออังกฤษ สื่อว่าหัวมีพิษ
Giant crinum lily / Grand crinum lily ชื่ออังกฤษ เพราะเป็นพลับพลึงชนิดที่ต้นใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่ง
Spider lily ชื่ออังกฤษ กลีบเรียวคล้ายขาแมงมุม แต่ชื่อนี้ใช้กับพืชอื่นด้วย
Seashore lily ชื่ออังกฤษ NParks สิงคโปร์ใช้ชื่อนี้
ว่านชน / วานชน ชื่อไทยภาคอีสาน แนวหน้าระบุว่ามาจากคำว่า “ชนะ”
ลิลัว ชื่อไทยภาคเหนือ Rayavadee Garden

🌿 ลักษณะต้นพลับพลึง ใบ ลำต้น หัว และลูกพลับพลึง

ลูกพลับพลึงทรงกลมสีเขียวอ่อนบนก้านช่อของต้นพลับพลึง
ลูกพลับพลึงเป็นผลกลมสีเขียวอ่อน เมล็ดใหญ่ลอยน้ำได้

ต้นพลับพลึงมีหัวใต้ดินขนาดใหญ่ ส่วนบนหัวยืดเป็นลำต้นเทียมที่เกิดจากกาบใบซ้อนกัน มีใบหนาเรียงเป็นกอรอบลำต้น และส่งก้านช่อดอกออกจากซอกใบ เมื่อติดผลจะได้ลูกพลับพลึงทรงกลมสีเขียวอ่อน

หัวพลับพลึงและลำต้นเทียม

Wikipedia ระบุว่าหัวกลม ส่วนบนเป็นทรงกระบอก โคนกว้างราว 6–15 ซม. โรงพยาบาลฮ่องกงบันทึกหัวของ var. sinicum ยาวได้ถึง 30 ซม. แนวหน้าระบุว่าลำต้นเทียมสูงราว 90–120 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 12–15 ซม. กาบใบสีเขียวดูคล้ายกาบกล้วย

ใบพลับพลึง

ใบเดี่ยวไม่มีก้าน เรียงเป็นกอ 20–30 ใบ รูปแถบถึงรูปใบหอก ปลายแหลม ขอบเป็นคลื่นเล็กน้อย เนื้อใบหนาอวบ ผิวเรียบเป็นมัน ยาว 50–150 ซม. กว้างราว 7–12 ซม. เส้นใบขนานกันและมีเส้นขวางจำนวนมาก (NParks) ใบเขียวตลอดปี

ลูกพลับพลึง (ผลและเมล็ด)

ผลเป็นผลกลมแป้นสีเขียวถึงเขียวอ่อน ผิวมัน กว้างราว 2.5–6.5 ซม. ภายในมีเมล็ด 1–5 เมล็ด เมล็ดใหญ่ 2–4.5 ซม. (NParks) รายงาน Plant Pono ระบุว่าเปลือกเมล็ดเป็นฟองน้ำคล้ายไม้ก๊อก ลอยน้ำได้ 1–2 สัปดาห์ จึงกระจายพันธุ์ไปตามน้ำและคลื่น ผลจึงมักถูกซัดขึ้นชายหาด

แผนภาพต้นพลับพลึง แสดงหัวใต้ดิน ลำต้นเทียมจากกาบใบ ใบรูปแถบหนายาว ก้านช่อดอกแบบซี่ร่ม ผลกลมสีเขียวอ่อน และดอกย่อยที่มีกลีบแคบ 6 กลีบกับเกสรเพศผู้สีแดงอมม่วง
ภาพที่ 1: ส่วนต่าง ๆ ของต้นพลับพลึง (Crinum asiaticum) ตั้งแต่หัวใต้ดิน ลำต้นเทียม ใบ ช่อดอก ดอกย่อย จนถึงผล

🤍 ดอกพลับพลึง หน้าตา กลิ่น และพลับพลึงมีดอกไหม

ดอกพลับพลึงสีขาวระยะใกล้ กลีบแคบยาว 6 กลีบ และเกสรเพศผู้สีแดงอมม่วง
ดอกพลับพลึงมีกลีบแคบ 6 กลีบ หลอดดอกยาว และเกสรสีแดงอมม่วง

พลับพลึงมีดอกแน่นอน และดอกคือจุดเด่นของต้น ดอกพลับพลึงสีขาวออกเป็นช่อซี่ร่มที่ปลายก้านช่อยาวพอ ๆ กับใบ แต่ละดอกมีหลอดยาวสีขาวอมเขียวและกลีบแคบ 6 กลีบที่แผ่และม้วนลง ดูคล้ายขาแมงมุม

  • จำนวนดอกต่อช่อ แต่ละแหล่งระบุต่างกัน Wikipedia 10–24 ดอก ฐานข้อมูลพืชไทย 10–35 ดอก NParks 10–50 ดอก
  • หลอดดอก เรียวตรง สีขาวอมเขียว ยาว 7–10 ซม.
  • กลีบ รูปเส้น ยาว 4.5–9 ซม. กว้างเพียง 6–9 มม. ปลายเรียวและม้วนกลับ
  • เกสรเพศผู้ 6 อัน ก้านเกสรยาว 4–5 ซม. สีชมพูถึงแดงอมม่วง ตัดกับกลีบสีขาว
  • กลิ่น หอม โดยเฉพาะกลางคืน (NParks และฐานข้อมูลพืชไทย)
  • การบาน ดอกในช่อทยอยบาน (แนวหน้า)

รายงาน Plant Pono ระบุว่าดอกพลับพลึงต้องอาศัยแมลงผสมเกสรจึงติดเมล็ด ผู้มาเยือนดอกได้แก่ผีเสื้อกลางคืนกลุ่มมอดเหยี่ยว (hawkmoth) และผีเสื้อหางติ่ง ซึ่งสอดคล้องกับการส่งกลิ่นแรงยามค่ำ ช่วงออกดอกในต่างประเทศ UNF ของฟลอริดาระบุว่าบานช่วงฤดูร้อน ส่วนในไทยเรายังไม่พบแหล่งที่ระบุเดือนออกดอกแน่ชัด

💡 วางต้นให้ได้กลิ่นหอมยามค่ำ
ถ้าอยากได้กลิ่นดอกพลับพลึงเต็มที่ ให้ปลูกใกล้ระเบียงหรือทางเดินที่ใช้ตอนค่ำ เพราะดอกหอมชัดที่สุดตอนกลางคืน และถ้าตัดดอกไปปักแจกัน ให้สวมถุงมือ เพราะยางของต้นอาจระคายผิวบางคน

🌈 ต้นพลับพลึงมีกี่ชนิด พลับพลึงแดง สีชมพู ด่าง ทอง และยักษ์

คำว่า “พลับพลึง” ในภาษาไทยใช้เรียกพืชหลายชนิดในวงศ์ Amaryllidaceae ทั้งในสกุล Crinum และสกุลอื่น ถ้านับเฉพาะที่พบในตลาดไม้ประดับไทย แนวหน้ากล่าวถึงพลับพลึงด่าง พลับพลึงแดง พลับพลึงแมงมุม พลับพลึงใหญ่ และพลับพลึงทอง

ปัญหาคือชื่อเหล่านี้เป็นชื่อการค้า ไม่ใช่ชื่อพฤกษศาสตร์ และบางชื่อใช้ปนกันระหว่างหลายต้น ตารางด้านล่างสรุปชื่อที่คนค้นหาบ่อยพร้อมพืชที่แหล่งข้อมูลระบุ

ชื่อที่เรียก พืชที่แหล่งข้อมูลระบุ ลักษณะเด่น
พลับพลึง / พลับพลึงขาว Crinum asiaticum ดอกขาว กลีบแคบ เกสรแดงอมม่วง ใบเขียว
พลับพลึงแดง / ดอกพลับพลึงแดง Crinum × amabile (TH-BIF ใช้ชื่อพลับพลึงดอกแดง) ดอกสีม่วงแดง ขอบกลีบขาว ดอกใหญ่กว่าพลับพลึงขาวเล็กน้อย
พลับพลึงแดงแบบญี่ปุ่น (ฮิกังบานะ) Lycoris radiata คนละสกุล ดอกแดงสด ออกดอกก่อนแตกใบ ดูหัวข้อถัดไป
พลับพลึงสีชมพู เช่น Crinum ‘Menehune’ (NParks) ดอกชมพู เกสรแดงเข้ม ใบสีม่วงเข้มเกือบดำ ต้นเตี้ยราว 0.6–1 ม.
พลับพลึงด่าง C. asiaticum ‘Variegatum’ ใบมีลายขาวสลับเขียว ดอกขาวหอม
พลับพลึงด่างจุด C. asiaticum var. japonicum ‘Han Ire’ ใบมีจุดประขาวถึงเหลืองอ่อน สูง 0.9–1.2 ม. ชอบร่มรำไร
พลับพลึงทอง แนวหน้าระบุว่ากลายพันธุ์มาจาก C. asiaticum ยังไม่พบฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์ยืนยันลักษณะ
พลับพลึงยักษ์ / พลับพลึงใหญ่ มักหมายถึง C. asiaticum (Giant crinum lily) หรือ C. amabile (Giant spider lily) C. asiaticum สูงได้ถึงราว 2 ม. กว้าง 2–2.5 ม. (NParks)

พลับพลึงแดงคือต้นไหน

ในไทย TH-BIF ใช้ชื่อ “พลับพลึงดอกแดง” กับ Crinum × amabile ซึ่งเป็นลูกผสม Rayavadee Garden บรรยายว่าดอกสีม่วงแดง กลีบด้านในขาวอมชมพู กลีบด้านนอกม่วงแดงตรงกลางและขาวที่ขอบ เกสรแดงอมม่วง ขณะที่ NTBG ของฮาวายจัด C. amabile และ C. augustum เป็นชื่อพ้องภายใต้ C. asiaticum และเรียกต้นแบบนี้ว่า Queen Emma Lily ดอกม่วงลายขาว ช่อหนักจนโน้มลงแตะพื้น ส่วนสวนพฤกษศาสตร์ชิคาโกบรรยาย C. augustum ‘Queen Emma’ ว่าใบกว้างสีอมแดงเลือดหมู ต้นสูงราว 1.5 เมตร การจัดชื่อของกลุ่มนี้จึงยังไม่ตรงกันระหว่างฐานข้อมูล

พลับพลึงหนูและพลับพลึงป่า

เรายังไม่พบฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์ที่ระบุว่า “พลับพลึงหนู” หมายถึงพืชชนิดใด ร้านต้นไม้อาจใช้ชื่อนี้กับพลับพลึงต้นเล็กหลายแบบ ก่อนซื้อจึงควรถามชื่อวิทยาศาสตร์ ส่วน “พลับพลึงป่า” ถ้าหมายถึงพลับพลึงที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ C. asiaticum ก็พบในป่าดิบที่ราบต่ำและริมลำธารของไทยอยู่แล้วตามที่ระบุในหัวข้อแรก

🕷️ ดอกพลับพลึงแมงมุม และดอกพลับพลึงตีนเป็ด คือต้นไหน

ชื่อ “พลับพลึงแมงมุม” และ “พลับพลึงตีนเป็ด” ส่วนใหญ่หมายถึงพืชสกุล Hymenocallis ไม่ใช่พลับพลึงสกุล Crinum จุดสังเกตง่ายที่สุดคือ Hymenocallis มีแผ่นบางเชื่อมก้านเกสรเป็นถ้วยกลางดอก ส่วนพลับพลึงแท้ไม่มี

เอกสารพรรณไม้ของคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ระบุว่า พลับพลึงตีนเป็ด คือ Hymenocallis littoralis Salisb. ในวงศ์เดียวกัน จุดจำแนกคือมี “กระบังรอบ” (staminal cup หรือ corona) ที่เกิดจากโคนก้านเกสรเพศผู้แผ่ออกเชื่อมกันคล้ายปีก ดูเหมือนกลีบอีกชั้น ส่วนแนวหน้าระบุว่า พลับพลึงแมงมุม คือ Hymenocallis caribaea ปัญหาคือชื่ออังกฤษ Spider lily ถูกใช้กับทั้ง Crinum asiaticum, Hymenocallis และ Lycoris radiata (red spider lily) จึงทำให้คนสับสนบ่อย

ชื่อที่คนเรียก ชื่อวิทยาศาสตร์ วิธีแยก
พลับพลึง (Spider lily, Poison bulb) Crinum asiaticum ไม่มีถ้วยกลางดอก กลีบแคบแยกกันชัด เกสรสีแดงอมม่วง ต้นใหญ่ ใบกว้าง
พลับพลึงตีนเป็ด Hymenocallis littoralis มีกระบังรอบสีขาวเป็นถ้วยเชื่อมก้านเกสร
พลับพลึงแมงมุม Hymenocallis caribaea (ตามแนวหน้า) มีถ้วยกลางดอกแบบสกุล Hymenocallis
พลับพลึงแดงญี่ปุ่น (Red spider lily, ฮิกังบานะ) Lycoris radiata ดอกแดงสด 4–6 ดอกต่อก้าน ออกดอกตอนไม่มีใบ

ฮิกังบานะ พลับพลึงแดงของญี่ปุ่น

Wikipedia ระบุว่า Lycoris radiata มีถิ่นกำเนิดในจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และเนปาล ดอกสีแดงสดมีเกสรยาวคล้ายขาแมงมุม บานปลายฤดูร้อนถึงต้นฤดูใบไม้ร่วงก่อนแตกใบ ชื่อญี่ปุ่นคือ higanbana ศิลปวัฒนธรรมเล่าว่าในญี่ปุ่นดอกนี้ผูกกับความตายและการจากลา เพราะนิยมปลูกรอบหลุมศพ บานตรงช่วงที่ผู้คนไปไหว้บรรพบุรุษ และใบกับดอกไม่เคยขึ้นพร้อมกัน ทั้งต้นมีพิษ โดยเฉพาะหัว ภาพจำเรื่อง “ดอกไม้แห่งความตาย” จึงเป็นของต้นนี้ ไม่ใช่ของพลับพลึงไทย

🏞️ พลับพลึงธาร ราชินีแห่งสายน้ำ พืชถิ่นเดียวของไทย

พลับพลึงธาร (Crinum thaianum J.Schulze) เป็นพลับพลึงชนิดที่ขึ้นในน้ำไหลของลำธาร และเป็นพืชถิ่นเดียวของไทย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ระบุว่าพบเฉพาะอำเภอสุขสำราญและกะเปอร์ จังหวัดระนอง และอำเภอคุระบุรี ตะกั่วป่า และกะปง จังหวัดพังงา

ต้นมีหัวใต้น้ำขนาด 2–7 ซม. ใบแคบยาวรูปริบบิ้น ยาว 60–150 ซม. พลิ้วไปตามกระแสน้ำ (myspecies, Wikipedia) งานวิจัยด้านพันธุกรรมในวารสาร TCI พบว่าพลับพลึงธารใกล้ชิดกับ C. asiaticum มากที่สุด สผ. เรียกพลับพลึงธารว่า “ราชินีแห่งสายน้ำ” และใช้เป็นดัชนีชี้ความสะอาดของลำน้ำ เพราะขึ้นได้เฉพาะในน้ำใส ต้นยังช่วยชะลอกระแสน้ำ ลดการพังของตลิ่ง และเป็นที่อยู่ของสัตว์น้ำ

เปรียบเทียบพลับพลึงที่ขึ้นบนบกใบกว้าง กับพลับพลึงธารที่ขึ้นในน้ำไหล ใบแคบยาวรูปริบบิ้น พบเฉพาะจังหวัดระนองและพังงา
ภาพที่ 2: ความต่างระหว่างพลับพลึงทั่วไปกับพลับพลึงธาร ทั้งถิ่นที่ขึ้น ขนาดใบ จำนวนดอก และสถานภาพ

ดอกพลับพลึงธาร บานเมื่อไร

ดอกพลับพลึงธารสีขาว หอม บานช่วงตุลาคมถึงธันวาคม ช่วงปลายฝนต้นหนาว (สผ., ไทยโพสต์) ช่อละ 5–7 ดอก หลอดดอกยาว 8–11 ซม. ก้านช่อชูพ้นน้ำ รายงานของกรมวิชาการเกษตรพบว่าต้นใช้เวลาราว 3 ปีจากเมล็ดจนออกดอก โดยเจริญเติบโตทางใบช่วงพฤษภาคมถึงกันยายน ออกดอกติดผลพฤศจิกายนถึงธันวาคม และพักตัวช่วงมกราคมถึงเมษายนเมื่อน้ำลด วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันอนุรักษ์พลับพลึงธาร

ประเด็น ข้อมูล ที่มา
สถานภาพ (บัญชีพืชถูกคุกคามของไทย) มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable) สผ.
สถานภาพ (IUCN Red List) ใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) ขึ้นบัญชีตั้งแต่ ค.ศ. 2011 Wikipedia, วารสารวนศาสตร์, สผ.
การประเมินของฐานข้อมูลพืชวงศ์ Amaryllidaceae ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered) myspecies
ภัยคุกคาม การขุดลอกลำน้ำ การเปลี่ยนการใช้ที่ดิน การขุดหัวไปขายเป็นไม้น้ำตู้ปลา และภัยธรรมชาติ สผ., Wikipedia, myspecies
แนวโน้มพื้นที่กระจายพันธุ์ ลดลงอย่างต่อเนื่อง วารสารวนศาสตร์
⚠️ อย่าขุดพลับพลึงธารจากธรรมชาติ
พลับพลึงธารที่ขายเป็นไม้น้ำตู้ปลาจำนวนมากมาจากการขุดหัวในธรรมชาติ ซึ่งเป็นภัยคุกคามหลักของพืชชนิดนี้ ถ้าอยากเลี้ยง ให้ซื้อจากแหล่งที่เพาะขยายพันธุ์เอง และห้ามเก็บหัวหรือต้นจากลำธารในระนองและพังงา

🌊 พลับพลึงทะเล ทำไมพลับพลึงทนลมทะเลได้

ต้นพลับพลึงปลูกเป็นแนวในสวนริมทะเล ใบหนายาวทนลมและไอเค็ม
พลับพลึงทนไอเค็มและลมแรง ปลูกในสวนริมทะเลได้ดี

ชื่อ “พลับพลึงทะเล” ไม่พบในฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์ที่เราเปิด แต่ตรงกับนิสัยของ C. asiaticum ซึ่ง NParks ตั้งชื่ออังกฤษว่า Seashore lily เพราะขึ้นตามชายป่าริมทะเล ป่าชายเลน และหาดทราย

NParks ระบุว่าพลับพลึงทนเค็ม ทนไอทะเล ทนร้อน และทนลมแรง จึงเหมาะกับสวนริมทะเล ริมถนน และสวนสาธารณะ รายงาน Plant Pono เสริมว่าพบตามหาดทรายตอนบน ริมป่าชายเลน และลำธารน้ำกร่อย ส่วนเมล็ดที่ลอยน้ำได้ช่วยให้ต้นแพร่ไปตามชายฝั่ง ที่น่าสนใจคือ NParks ระบุว่าพลับพลึงเป็นพืชพื้นเมืองของสิงคโปร์ที่อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งในธรรมชาติของประเทศนั้น แม้จะปลูกทั่วไปในสวน

💡 ไม้ดอกสำหรับสวนริมทะเล
ถ้าบ้านอยู่ริมทะเลหรือมีลมแรง พลับพลึงเป็นไม้ดอกไม่กี่ชนิดที่ทนทั้งไอเค็ม แดดจัด และลม ใช้ปลูกเป็นแนวขอบสวนหรือแนวกันลมเตี้ย ๆ ได้ดี แต่ควรเว้นระยะให้ต้นแผ่ใบได้กว้างราว 2–2.5 เมตร

💐 ดอกพลับพลึง ความหมาย และต้นพลับพลึง ความเชื่อ

ตามความเชื่อของไทย พลับพลึงเป็นไม้มงคลมากกว่าไม้อัปมงคล ไทยรัฐจัดพลับพลึงไว้ในรายชื่อต้นไม้มงคล โดยให้ความหมายว่า “ความรัก” ส่วนแนวหน้าเล่าว่าคนอีสานเรียกพลับพลึงว่า “ว่านชน” ซึ่งมีที่มาจากคำว่า “ชนะ”

ความเชื่อที่พบในแหล่งข้อมูล

  • ความรัก ไทยรัฐระบุว่าพลับพลึงเป็นต้นไม้มงคลที่ผูกกับความรักและความผูกพัน
  • ชื่อที่สื่อถึงชัยชนะ แนวหน้าระบุว่าชื่ออีสาน “ว่านชน” มาจากคำว่า “ชนะ”
  • พิธีกรรมพื้นบ้าน แนวหน้ายกตัวอย่างพ่อหมอเมืองเลยที่นำใบพลับพลึงซอยใส่ขันน้ำมนต์
  • ไหว้พระและงานประดิษฐ์ ดอกใช้ปักแจกันและบูชาพระ ส่วนกาบใบใช้แกะสลักและทำกระทง (แนวหน้า)

นอกไทยก็มีความผูกพันทางวัฒนธรรมเช่นกัน Wikipedia ระบุว่าชาวเต๋าบนเกาะหลานอวี่ของไต้หวันใช้ชิ้นลำต้นเป็นเหยื่อล่อปลา และชาวไผวันกับปูยูมาปลูกพลับพลึงเป็นแนวเขตที่ดิน ส่วนภาพ “ดอกไม้แห่งความตาย” ที่มักแชร์กันในโซเชียลเป็นของฮิกังบานะ (Lycoris radiata) ของญี่ปุ่น ไม่ใช่พลับพลึงขาวของไทย

ความเชื่อในหัวข้อนี้เป็นค่านิยมทางวัฒนธรรม ไม่ใช่คุณสมบัติทางพฤกษศาสตร์ ถ้ากำลังหาไม้มงคลปลูกคู่กัน ลองดู กวักมรกต หรือ มะลิ ซึ่งดอกขาวหอมเหมือนกัน

🏠 ต้นพลับพลึง ห้ามปลูกในบ้านจริงไหม ปลูกในบ้านดีไหม

ไม่มีแหล่งข้อมูลที่เราตรวจสอบระบุว่าพลับพลึงห้ามปลูกในบ้านตามความเชื่อ ตรงกันข้าม แหล่งไทยที่พบจัดเป็นไม้มงคล และแนวหน้าเล่าว่ามีการปลูกพลับพลึงไว้ทั้งริมรั้วนอกบ้านและในบ้าน เรื่องที่ควรคิดจริง ๆ คือพิษของหัวและใบ ขนาดต้นที่ใหญ่ และการต้องการแดด

ปลูกในบริเวณบ้าน

ปลูกได้ดีในแปลงหน้าบ้าน ริมรั้ว ริมทางเดิน หรือริมบ่อน้ำ เพราะต้นทนแดดจัด ทนแล้ง และดูแลน้อย ต้นโตเต็มที่กว้างได้ราว 2–2.5 เมตร จึงควรเว้นระยะห่างจากผนังและทางเดิน

ปลูกในห้องหรือในตัวบ้าน

ไม่เหมาะเท่าไร ต้นใหญ่ ใบยาวเกินหนึ่งเมตร และต้องการแสงมากจึงจะออกดอก NParks ระบุว่าพลับพลึงด่าง ‘Variegatum’ รับแดดรำไรได้และปลูกในภาชนะได้ ถ้าจะปลูกในกระถาง ให้ใช้กระถางใบใหญ่และวางที่ระเบียงหรือลานที่ได้แดด

สิ่งที่ควรระวังจริง

  • เด็กเล็ก หัวพลับพลึงมีพิษมากที่สุด อย่าปลูกในจุดที่เด็กขุดเล่นได้ และอย่าวางหัวที่ขุดขึ้นมาทิ้งไว้
  • สัตว์เลี้ยง รายงาน Plant Pono ระบุว่าการกินในปริมาณมากอาจทำให้สัตว์มีอาการซึม เดินเซ หรือชัก
  • ยางระคายผิว Wikipedia ระบุว่ายางอาจทำให้ผิวบางคนระคายเคือง ควรสวมถุงมือตอนตัดใบหรือแยกหน่อ

☀️ วิธีปลูกต้นพลับพลึง ลงดินและในกระถาง

ปลูกพลับพลึงจากหน่อหรือหัวที่แยกจากกอแม่ ในที่ได้แดดจัดหรือร่มรำไร ดินระบายน้ำดีและมีอินทรียวัตถุ UF/IFAS แนะนำให้วางหัวโดยให้ส่วนคอเรียวของหัวอยู่ระดับผิวดิน ไม่ต้องฝังจมลึก

  1. เลือกตำแหน่ง NParks ระบุว่าชอบแดดจัด ส่วน UF/IFAS ระบุว่าพลับพลึงหลายชนิดออกดอกดีในที่ร่มบางส่วน เลือกที่ได้แดดอย่างน้อยครึ่งวัน
  2. เตรียมดิน ต้นทนดินได้กว้างตั้งแต่ทรายแห้งถึงดินชื้นริมน้ำ และทนดินเค็ม แต่ Plant Pono ระบุว่าโตดีที่สุดในดินร่วนชื้นที่อุดมสมบูรณ์ ผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่าลงหลุม
  3. ขุดหลุม ให้พอดีกับหัวและราก วางหัวให้คอหัวอยู่ระดับผิวดิน กลบแล้วกดดินให้แน่น
  4. เว้นระยะ ต้นแผ่ได้กว้างราว 2–2.5 เมตร (NParks) ถ้าปลูกเป็นแนว ควรเว้นระยะให้ใบไม่ชนกันมาก
  5. รดน้ำ รดให้ชุ่มหลังปลูก และรดสม่ำเสมอจนต้นตั้งตัว

ปลูกพลับพลึงในกระถาง

ใช้กระถางใบใหญ่ที่มีรูระบายน้ำ เพราะหัวและรากใหญ่ ต้นจะแตกหน่อจนแน่นกระถาง ให้แยกหน่อออกเมื่อกอแน่น NParks ระบุว่าพลับพลึงด่าง ‘Variegatum’ ปลูกในภาชนะได้ ส่วน ‘Han Ire’ (สูงราว 0.9–1.2 ม.) NParks แนะนำให้ปลูกในที่ร่มรำไรและเลี่ยงแดดบ่ายที่ร้อนจัด

💧 การดูแลต้นพลับพลึง แดด น้ำ ดิน และปุ๋ย

พลับพลึงดูแลง่าย NParks จัดเป็นไม้ที่ต้องดูแลน้อย ขอแค่แดดพอ น้ำปานกลาง และตัดใบแก่กับช่อดอกที่โรยออก ต้นที่ตั้งตัวแล้วทนแล้งได้ดี

เรื่อง คำแนะนำ ที่มา
แสง แดดจัด (ตามที่ NParks ระบุ) รับร่มรำไรถึงร่มมากได้ แต่ดอกอาจน้อยลง NParks, Plant Pono, UF/IFAS
น้ำ ปานกลาง ต้นที่ตั้งตัวแล้วทนแล้ง แต่ควรรดเสริมช่วงแล้งนาน NParks, UNF
ดิน ทนได้กว้าง ทั้งดินทราย ดินชื้น และดินเค็ม โตดีที่สุดในดินร่วนชื้นอุดมสมบูรณ์ NParks, Plant Pono
ความเค็มและลม ทนไอทะเล ทนร้อนและลมแรง NParks
ตัดแต่ง ตัดช่อดอกที่โรยเพื่อให้ต้นเรียบร้อยและออกดอกต่อ UF/IFAS
ใบแก่ ตัดใบแก่ที่เหลืองออก ข้อแนะนำทั่วไป
แยกกอ แยกหน่อช่วงต้นพักตัวหรือโตช้า UF/IFAS
ปุ๋ย แหล่งที่เราตรวจไม่ได้ระบุสูตรเฉพาะ ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกรองก้นหลุมและโรยรอบกอเป็นครั้งคราว ข้อแนะนำทั่วไป

ถ้ายังไม่แน่ใจเรื่องชนิดและปริมาณปุ๋ย อ่านหลักการพื้นฐานที่ วิธีใส่ปุ๋ยต้นไม้ หรือใช้ เครื่องคำนวณปุ๋ย ช่วยคิดปริมาณ ส่วนไม้ดอกที่ชอบแดดจัดและปลูกในแปลงเดียวกันได้ เช่น ชบา ซึ่งดอกสีสดช่วยตัดกับใบเขียวของพลับพลึง

🧅 วิธีขยายพันธุ์ต้นพลับพลึง แยกหน่อ หัวพลับพลึง และเมล็ด

หน่อต้นพลับพลึงที่แยกจากกอ เห็นหัวใต้ดินและลำต้นเทียม
ขยายพันธุ์ต้นพลับพลึงด้วยการแยกหน่อจากกอแม่

พลับพลึงขยายพันธุ์ได้ทั้งการแยกหน่อหรือแยกหัวจากกอ และการเพาะเมล็ด NParks ระบุทั้งสองวิธี แต่การแยกหน่อเร็วกว่าและได้ต้นเหมือนแม่ จึงเป็นวิธีที่คนปลูกนิยม

แยกหน่อ

รายงาน Plant Pono ระบุว่าต้นแตกหน่อด้านข้างจนเป็นกอใหญ่ UF/IFAS แนะนำให้แยกในช่วงที่ต้นไม่ได้เร่งโต โดยขุดรอบกอ ยกขึ้น แล้วแยกหน่อแต่ละหัวออก ต้นที่แยกจากกอ (division) มักออกดอกเร็วกว่าหัวเล็กที่แยกมาเลี้ยง ซึ่งอาจต้องรอหลายปีกว่าจะออกดอก

เพาะเมล็ด

เมล็ดพลับพลึงใหญ่และไม่มีเนื้อหุ้ม วางบนดินชื้นแล้วงอกได้ แต่ Plant Pono ระบุว่าดอกต้องอาศัยแมลงผสมเกสรจึงจะติดเมล็ด และพลับพลึงผสมข้ามกับพลับพลึงชนิดอื่นที่ปลูกใกล้กันได้ ต้นจากเมล็ดจึงอาจไม่เหมือนแม่ รายงาน Plant Pono อ้างข้อมูลของ SANBI ว่าพลับพลึงสกุล Crinum ออกดอกครั้งแรกหลังเพาะเมล็ดราว 3–8 ปีแล้วแต่ชนิด (ไม่ใช่ตัวเลขของพลับพลึงโดยเฉพาะ)

💡 แยกหน่ออย่างปลอดภัย
ตอนแยกหน่อให้สวมถุงมือ และล้างมือทุกครั้งหลังจับหัว เพราะหัวพลับพลึงเป็นส่วนที่มีพิษมากที่สุด หน่อที่แยกแล้วปลูกลงกระถางทันที อย่าวางทิ้งไว้บนพื้นที่เด็กหรือสัตว์เลี้ยงหยิบได้

🌱 ต้นพลับพลึง สรรพคุณ และใบพลับพลึง สรรพคุณทางยาตามภูมิปัญญา

สรรพคุณที่รู้จักกันมากที่สุดของพลับพลึงคือการใช้ใบภายนอก โดยนำใบไปอังไฟให้อ่อนแล้วพันหรือประคบบริเวณที่ฟกช้ำ บวม เคล็ดขัดยอก หรือปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ แนวหน้าย้ำว่าเพราะต้นมีพิษ จึงใช้ภายนอกเท่านั้น ไม่นำมากิน

การใช้ตามภูมิปัญญาที่แหล่งข้อมูลระบุ

  • ใบอังไฟประคบ แก้ฟกช้ำ บวม เคล็ดขัดยอก ปวดกล้ามเนื้อและข้อ (แนวหน้า, Rayavadee Garden)
  • หลังคลอด แนวหน้าระบุว่าใช้ใบพลับพลึงกับแม่หลังคลอดในการทับหม้อเกลือและการอยู่ไฟ ส่วน Rayavadee Garden ระบุว่านำใบวางบนหน้าท้องหลังคลอด ตามความเชื่อว่าช่วยให้มดลูกเข้าที่
  • ยาประคบ ใช้ใบเป็นส่วนหนึ่งของยาประคบ (แนวหน้า)
  • รากตำพอก ใช้พอกแผล (แนวหน้า, Rayavadee Garden)
  • ต่างประเทศ NParks รวบรวมการใช้ใบตำล้างริดสีดวง ใช้พอกกระดูกหัก ฟกช้ำ และเคล็ด

งานวิจัยตำรับพลับพลึง

มีงานวิจัยกึ่งทดลองในวารสารสุขศึกษา ศึกษาผู้ป่วยปวดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่เรื้อรัง 60 คน ที่คลินิกแพทย์แผนไทยโรงพยาบาลบางจาก กลุ่มที่ใช้แผ่นประคบตำรับใบพลับพลึงสัปดาห์ละ 3 ครั้ง มีคะแนนปวดลดจากระดับปานกลางเหลือระดับน้อย ขณะที่กลุ่มเปรียบเทียบที่ใช้ใบตองแทบไม่เปลี่ยน เป็นงานขนาดเล็กที่ยังต้องมีการศึกษาต่อ

ในใบและหัวมีอัลคาลอยด์ lycorine ซึ่ง NParks และโรงพยาบาลฮ่องกงระบุว่าทำให้อาเจียน การใช้แบบรับประทานในตำราเก่าจึงเสี่ยงต่อพิษ และไม่ควรทำเอง

ข้อมูลในหัวข้อนี้เป็นการใช้ตามภูมิปัญญาดั้งเดิม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ห้ามรับประทานส่วนใดของพลับพลึง หากมีอาการเจ็บป่วยควรปรึกษาแพทย์หรือแพทย์แผนไทย

☠️ พลับพลึงมีพิษไหม หัวพลับพลึงอันตรายแค่ไหน

พลับพลึงมีพิษ ทุกส่วนเป็นพิษหากกิน โดยเฉพาะหัว Wikipedia ระบุว่ามีอัลคาลอยด์ lycorine และ tazettine โรงพยาบาลฮ่องกงระบุสาร lycorine และ scillitoxin ชื่อ Poison bulb จึงไม่ได้ตั้งเล่น ๆ

แหล่งข้อมูล ส่วนที่มีพิษ อาการที่ระบุ
Wikipedia ทั้งต้น โดยเฉพาะหัว อาเจียน ปวดท้อง ท้องร่วงรุนแรง หายใจผิดปกติ ชีพจรเร็ว มีไข้ ถ้ารุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
โรงพยาบาลฮ่องกง (var. sinicum) ทั้งต้น โดยเฉพาะหัว คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง ปวดท้อง ขาดน้ำ เกลือแร่ผิดปกติ
Plant Pono (สัตว์) ทุกส่วน โดยเฉพาะหัว คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง ปริมาณมากอาจซึม เดินเซ หรือชัก ส่วนใหญ่ไม่ถึงตาย
PictureThis เป็นพิษหากกิน หัวใจเต้นเร็ว อาเจียน มีไข้
Wikipedia ยาง อาจระคายผิวบางคน
⚠️ พิษของพลับพลึงที่ต้องรู้
ห้ามกินหัว ใบ ดอก หรือผลพลับพลึง และอย่าสับสนหัวพลับพลึงกับหัวหอมหรือพืชหัวที่กินได้ ปลูกให้พ้นมือเด็ก สวมถุงมือเวลาตัดใบหรือแยกหน่อ ถ้าเด็กหรือสัตว์เลี้ยงกินเข้าไปแล้วมีอาการอาเจียน ท้องร่วง หรือซึม ให้พาไปพบแพทย์หรือสัตวแพทย์ทันที พร้อมนำส่วนของต้นไปด้วย

เรื่องหมาแมว เราไม่พบหน้า ASPCA ที่ระบุพลับพลึงโดยเฉพาะ แต่ Plant Pono ระบุว่าทุกส่วนเป็นพิษต่อสัตว์ และ UF/IFAS ระบุว่าพลับพลึงทั้งสกุลมีอัลคาลอยด์ที่ทำให้เกิดพิษหากกิน จึงไม่ควรถือว่าปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยง ถ้าบ้านมีสัตว์เลี้ยง ให้ปลูกพลับพลึงในแปลงที่มีรั้วกั้นหรือในกระถางสูงที่สัตว์เข้าไม่ถึง

🐛 ปัญหาที่พบบ่อยของต้นพลับพลึง และวิธีแก้

ศัตรูสำคัญของพลับพลึงคือหนอนที่กินใบและเจาะลำต้น NParks ระบุว่าพลับพลึงเป็นพืชอาหารของหนอนผีเสื้อกลางคืน Brithys crini (lily borer) และ Spodoptera picta นอกจากนี้ UF/IFAS ยังพบโรคจุดแดงจากเชื้อรา ไวรัสใบด่าง และไรแดง

อาการ สาเหตุที่พบบ่อย วิธีแก้
ใบเป็นรูแหว่ง มีหนอนตัวลายกินใบ หนอน Spodoptera picta จับหนอนออก ตัดใบที่เสียหายหนัก ตรวจใต้ใบสม่ำเสมอ
ใบและโคนต้นมีรูเจาะ เนื้อในเละ หนอนเจาะลำต้น Brithys crini (lily borer) ผ่าดูและกำจัดหนอน ตัดส่วนที่เน่าออก
ใบมีจุดหรือปื้นสีแดง โรคจุดแดงจากเชื้อรา (red blotch) ตัดใบที่เป็นโรค ลดการรดน้ำโดนใบ
ใบมีลายเส้นสีเหลือง ไวรัสใบด่างของพลับพลึง (crinum mosaic) แยกต้นที่เป็นออก ไม่ใช้หน่อจากต้นที่เป็นโรค
ใบซีดเป็นจุดเล็ก มีใยบาง ๆ ใต้ใบ ไรแดง ฉีดน้ำใต้ใบ เพิ่มความชื้นรอบต้น
มีแต่ใบ ไม่ออกดอก ต้นยังเล็ก (หัวที่แยกมาอาจใช้เวลาหลายปี) หรือได้แสงน้อย เลี้ยงให้กอแข็งแรง ย้ายไปที่ได้แดดมากขึ้น
ใบเหลือง โคนนิ่ม ดินแฉะน้ำขังนาน ปรับดินให้ระบายน้ำ ยกแปลงให้สูงขึ้น

ถ้าพบแมลงดูดน้ำเลี้ยงเกาะตามซอกใบ ใช้หลักเดียวกับ วิธีกำจัดเพลี้ยแป้ง ได้

✅ สรุป ต้นพลับพลึง ไม้ดอกขาวหอมยามค่ำที่ปลูกง่ายแต่มีพิษ

ต้นพลับพลึง (Crinum asiaticum L., วงศ์ Amaryllidaceae) เป็นไม้หัวพื้นเมืองของเอเชียเขตร้อนรวมถึงไทย ใบหนายาวเป็นกอใหญ่ ดอกพลับพลึงสีขาวกลีบแคบ เกสรแดงอมม่วง หอมตอนกลางคืน ต้นทนแดด ทนแล้ง ทนเค็ม ปลูกง่ายและขยายด้วยการแยกหน่อ ตามความเชื่อไทยเป็นไม้มงคลที่สื่อถึงความรัก ชื่ออีสาน ว่านชน มาจากคำว่าชนะ ไม่มีแหล่งใดระบุว่าห้ามปลูกในบ้าน ใบใช้อังไฟประคบแก้เคล็ดขัดยอกตามภูมิปัญญา แต่ทุกส่วนมีพิษหากกิน โดยเฉพาะหัว ส่วนพลับพลึงธารเป็นอีกชนิดหนึ่งที่ขึ้นในลำธารของระนองและพังงา และกำลังถูกคุกคาม

ถ้ากำลังหาไม้ดอกหอมไว้ปลูกคู่กัน ลองดู มะลิ หรือ เดหลี ที่ให้ดอกขาวเหมือนกัน

📚 แหล่งอ้างอิง

🌱 ปลูกต้นไม้อยู่แล้ว อยากมีรายได้เพิ่ม?

เปลี่ยนต้นไม้ที่คุณปลูกให้เป็นรายได้ เปิดร้านบน KASETIDEA Market ได้ง่ายๆ ไม่กี่นาที มีหน้าร้านออนไลน์ของตัวเอง ให้ลูกค้าทั่วประเทศหาคุณเจอ

ลงขายต้นไม้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

+ ต้นพลับพลึงชอบแดดไหม

ต้นพลับพลึงชอบแดด NParks ระบุว่าต้องการแดดจัด แต่ต้นปรับตัวได้ตั้งแต่แดดเต็มวันจนถึงร่มรำไร ถ้าได้แสงน้อยมาก ต้นจะยังโตได้แต่ออกดอกน้อยลง จึงควรปลูกในที่ได้แดดอย่างน้อยครึ่งวัน

+ ต้นพลับพลึงมีสรรพคุณอะไรบ้าง

ตามภูมิปัญญาไทย นำใบพลับพลึงไปอังไฟแล้วประคบหรือพันบริเวณฟกช้ำ บวม เคล็ดขัดยอก และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ รวมถึงใช้กับหญิงหลังคลอด มีงานวิจัยขนาดเล็กพบว่าแผ่นประคบตำรับใบพลับพลึงช่วยลดอาการปวดคอบ่าไหล่ ทั้งหมดเป็นการใช้ภายนอก ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ และห้ามรับประทานเพราะต้นมีพิษ

+ พลับพลึงปลูกในบ้านได้ไหม

ปลูกในบริเวณบ้านได้ และไม่พบแหล่งข้อมูลใดระบุว่าห้ามปลูกตามความเชื่อ แหล่งไทยกลับจัดเป็นไม้มงคล แต่ต้นใหญ่และต้องการแดด จึงเหมาะกับแปลงหน้าบ้านหรือกระถางใหญ่กลางแจ้งมากกว่าในห้อง และควรปลูกให้พ้นมือเด็กกับสัตว์เลี้ยงเพราะทุกส่วนมีพิษหากกิน

+ ต้นพลับพลึงมีกี่ชนิด

ชื่อพลับพลึงในไทยใช้กับหลายต้น ได้แก่ พลับพลึงขาว (Crinum asiaticum) พลับพลึงแดงหรือพลับพลึงดอกแดง (Crinum × amabile) พลับพลึงด่าง พลับพลึงธาร (Crinum thaianum) ที่ขึ้นในลำธาร และพลับพลึงตีนเป็ด (Hymenocallis littoralis) ซึ่งเป็นคนละสกุล ส่วน POWO แบ่ง Crinum asiaticum เองออกเป็น 4 พันธุ์

+ ต้นพลับพลึงมีความเชื่ออะไรบ้าง

ตามความเชื่อไทย พลับพลึงเป็นไม้มงคลที่สื่อถึงความรัก ชื่ออีสานว่า "ว่านชน" มาจากคำว่าชนะ และพ่อหมอพื้นบ้านในจังหวัดเลยใช้ใบซอยใส่ขันน้ำมนต์ ส่วนภาพดอกไม้แห่งความตายที่แชร์กันเป็นของฮิกังบานะ (Lycoris radiata) ของญี่ปุ่น ไม่ใช่พลับพลึงไทย

แชร์หน้านี้ให้เพื่อน
Facebook LINE X

📚 แหล่งอ้างอิง

POWO (Kew), Wikipedia, Amaryllidaceae of Thailand, NParks, HA Hong Kong, Plant Pono, UF/IFAS, UNF, NTBG, Chicago Botanic Garden, TH-BIF, จุฬาฯ, สผ., กรมวิชาการเกษตร, วารสารวนศาสตร์, TCI, ศิลปวัฒนธรรม, แนวหน้า, Rayavadee, ไทยรัฐ, ไทยโพสต์, PictureThis

ความคิดเห็นและคำถาม